พบอีก! อาวุธสงครามใส่กระสอบปุ๋ยทิ้งน้ำ ‘ปืนเอเค47 จำนวน 16 กระบอก คาดโยงกับที่พบใน จ.ศรีสะเกษ

พบ “อาวุธสงคราม” ใส่กระสอบปุ๋ยทิ้งน้ำ ปืนชนิดเอเค 47 จำนวน 16 กระบอก เจ้าหน้าที่พิสูจน์แล้วยังใช้งานได้ คาดเจ้าของเป็นกลุ่มเดียวกับที่นำเครื่องกระสุนอาวุธสงครามไปทิ้งในเขต อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน เวลาประมาณ 19.00 น. ร.ต.อ.ไตรรงค์ บุญธรรมบุตร พนักงานสอบสวนเวร สถานีตำรวจภูธร (สภ.) สะเดา อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ ได้รับแจ้งจากนายเฮียง ยิ่งดี ผู้ใหญ่บ้านกระโงก ม.3 ต.สะเดา อ.บัวเชด ว่า มีชาวบ้านหาปลาแจ้งว่าพบถุงกระสอบ จำนวน 4 ถุง ทิ้งในบ่อน้ำทิศใต้บ้านกระโงก ใกล้กับบริเวณสวนปาร์ม หลังได้รับแจ้งได้ประสาน เจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้ระเบิด (EOD) กองร้อย ตำรวจตระเวนชายแดน 214 (ตชด.214) กองกำกับการตรวจตระเวนชายแดนที่ 21 ค่ายสุรินทรภักดี (กก.ตชด.21) เจ้าหน้าที่ทหาร ชุดเฉพาะกิจที่ 2 กองกำลังสุรนารี กองร้อยรักษาความสงบ อ.บัวเชด ฝ่ายปกครอง อ.บัวเชด และ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.สะเดา เข้าตรวจสอบ และนำถุงกระสอบปุ๋ยที่ชาวบ้านพบอยู่ในบ่อน้ำ ส่วนปากถุงโผล่จากน้ำเล็กน้อย สามารถมองเห็นชัดเจน จำนวน 4 ถุง ซึ่งชาวบ้านมาพบขณะออกจากป่า หลังจากหาแหย่ไข่มดแดง และจะมาชำระล้างร่างกาย อาบน้ำในบ่อน้ำดังกล่าว จึงได้พบกับถุงปุ๋ย เมื่อลงไปยกดู ปรากฏว่ามีท้ายปืนโผล่มาจากถุง จึงเดินทางเข้าไปในบ้านแจ้งให้ผู้ใหญ่บ้านทราบ และนำเจ้าหน้าที่ เข้าตรวจสอบสิ่งของในกระสอบปุ๋ย

จากการตรวจสอบพบว่า ในกระสอบบรรจุอาวุธสงคราม AK-47 จำนวน 16 กระบอก แม๊กกาซีน จำนวน 129 อัน และน้ำมันทำความสะอาดปืน จำนวน 18 กระปุก ขณะนี้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธร จ.สุรินทร์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จ.สุรินทร์ ได้เดินทางเข้ามาตรวจสอบอาวุธปืนสงคราม พร้อมด้วยเครื่องกระสุน เพื่อหาลายนิ้วมือแฝง ของผู้ที่นำอาวุธมาทิ้ง และเดินทางลงพื้นที่ เพื่อตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งนำเครื่องสูบน้ำไปสูบน้ำออกจากคลองขนาดไม่ใหญ่มากนักที่บริเวณที่คนร้ายนำอาวุธมาทิ้ง เพื่อหาอาวุธหรือหลักฐานของคนร้ายที่คาดว่า จะหลงเหลือในคลองที่เกิดเหตุ

ส่วนอาวุธสงครามที่พบ เจ้าหน้าที่เชื่อว่า เป็นของคนร้ายกลุ่มเดียวกันที่นำไปทิ้งลงคลองในพื้นที่ ต.โสน อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ เมื่อช่วง 4 วันที่ผ่านมา ส่วนหนองน้ำที่คนร้ายนำอาวุธมาทิ้ง เป็นเส้นทางบ้านกระโงก เชื่อมต่อกับห้วยตามอญ เข้าไปยัง เขต อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ และเดินทางต่อไปยัง อ.ขุขันธ์ และช่องทางผ่านแดนถาวรช่องสะงำ ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ได้อีกหลายช่องทาง

มติชนออนไลน์

บทความก่อนหน้านี้กวาดเรียบ! “คิง เพาเวอร์” คว้าดิวตี้ฟรี สนามบินภูมิภาค ภายใต้กรอบสัมปทาน 10 ปี
บทความถัดไป“เอกชัย หงส์กังวาล”ติงส.ส.อนาคตใหม่เวอร์ไป โม้ 120 ล้านแลกโหวตนายกฯ