“พปชร.” เตรียมเชิญพรรคร่วมถก “ประยุทธ์” ก่อนเคาะโผ 3 กระทรวงเกรดเอส่อหลุดมือ!

วันที่ 7 มิถุนายน 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่า ขณะนี้พรรค พปชร. กำลังรอการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งนายกฯ หลังจากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีกำหนดการนัดพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมดมาหารือร่วมกัน เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายและทิศทางการทำงานของรัฐบาล และเกลี่ยตำแหน่งรัฐมนตรีเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนนำรายชื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขึ้นทูลเกล้าฯต่อไป โดยจะทำให้แล้วเสร็จก่อนการประชุมอาเซียน ระหว่างวันที่ 22-23 มิ.ย.นี้ ซึ่งการหารือดังกล่าวจะแสดงให้เห็นถึงความเป็นเอกภาพของรัฐบาล ที่มีความพร้อมในการทำงาน

อย่างไรก็ตาม เป็นที่แน่นอนแล้วว่าการแบ่งโควต้าสัดส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีของ 2 พรรคการเมือง คือพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และพรรคภูมิใจไทย (ภท.) จะได้เท่ากัน คือ 1 รองนายกฯ 3 รัฐมนตรีว่าการ 4 รัฐมนตรีช่วย ส่วนพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) จะได้ 2 ตำแหน่งคือ 1 รัฐมนตรีว่าการ 1 รัฐมนตรีช่วย

ขณะที่พรรคขนาดเล็ก ๆ อย่างพรรครวมพลังประชาชาติไทยที่มี ส.ส. 5 เสียง จะได้ 1 รัฐมนตรีช่วย พรรคชาติพัฒนา (ชพ.) พรรคพลังท้องถิ่นไท ที่ได้ ส.ส.พรรคละ 3 ที่นั่ง ยังอยู่ในระหว่างการเจรจาเช่นเดียวกับกลุ่มพรรคเล็ก ๆ ที่ได้ ส.ส.พรรคละ 1 คน ทั้งนี้ พรรคพปชร.จะไม่ไปเเตะจำนวนโควต้ารัฐมนตรีที่จัดวางและตกลงกันไว้แล้วตั้งแต่ก่อนการโหวตเลือกนายกฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับพรรค พปชร.ยังเหลือเก้าอี้ 19 ตำแหน่ง แบ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการ 13 กระทรวง และรัฐมนตรีช่วย 6 ตำแหน่ง ซึ่งต้องมีการพูดคุยกันในพรรคเพื่อเกลี่ยให้ลงตัว บางกระทรวงอาจเสนอให้บุคคลภายนอกพรรคมารับตำแหน่ง เพื่อความเหมาะสมกับงานและเป็นที่ยอมรับ เช่น กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) ส่วน 3 กระทรวงสำคัญ คือ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทรวงพาณิชย์ ที่มีกระแสข่าวว่าอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงกระทรวงคมนาคม ที่อยู่กับพรรคภูมิใจไทย โดยมีข่าวว่า พรรค พปชร.ต้องการดึงกลับมานั้น

ล่าสุดได้รับการยืนยันว่า 3 กระทรวงดังกล่าว ไม่ได้อยู่ในโควตาของพรรค พปชร. และยังไม่สามารถดึงกลับมาได้ อย่างไรก็ตาม พรรคพปชร.เชื่อว่าการจัดสรรตำแหน่งให้กลุ่มต่างๆภายในพรรค จะได้ข้อยุติโดยเร็วเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ มานั่งพิจารณารายชื่อด้วยตัวเองในฐานะนายกฯ

บทความก่อนหน้านี้‘เสรี’ โพสต์เดือดถาม ‘ธนาธร’ ปล้นชัยชนะตรงไหน ซัดหยุดสร้างวาทกรรมสะท้อนความมีแต่เปลือก
บทความถัดไปนักวิชาการรัฐศาสตร์ ชี้อำนาจอันไร้ความเชื่อมั่นจากประชาชน สุดท้ายต้องพังทลาย