ผอ.ฝ่ายนโยบาย ‘อนาคตใหม่’ ลั่น ถึงไม่ชนะเพราะกติกาบิดเบี้ยว แต่ไม่หมดหวัง ตั้งเฉียด 20 คณะทำงานนอกสภา

เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบาย พรรคอนาคตใหม่ และส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ โพสต์ข้อความเกี่ยวเนื่องกับผลการโหวตนายกรัฐมนตรี ซึ่งแม้นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจจะไม่ชนะ แต่การเดินทางยังไม่จบ โดยทางพรรคอนาคตใหม่เตรียมผลักดันร่างกฎหมายที่มีความก้าวหน้า โดยมีการตั้งคณะทำงานด้านต่างๆเกือบ 20 คณะ

รายละเอียดดังนี้

[ ถึงจะอยู่ท่ามกลางความสิ้นหวัง แต่นโยบายอนาคตใหม่ยังต้องเดินหน้า ] . เมื่อวานนี้เป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งที่ดิฉัน เพื่อน ส.ส. พรรคอนาคตใหม่ และพรรคพันธมิตรประชาธิปไตยอีก 7 พรรคได้ร่วมกันอภิปรายคุณสมบัติและโหวต “เลือกนายกรัฐมนตรีที่มาจากประชาชน” . ดิฉันภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่เพื่อน ส.ส. หลายคนของฝั่งประชาธิปไตยได้มีการเตรียมตัวและอภิปรายคุณสมบัติของผู้ที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีด้วยเนื้อหาสาระที่มีหลักฐานสนับสนุนอย่างหนักแน่น . ถึงแม้ว่าเมื่อวานนี้เราจะยังไม่ชนะ แต่การเดินทางของเรายังไม่จบ พรรคอนาคตใหม่เรายังต้องมุ่งมั่นเดินทางเปลี่ยนอนาคตที่ดีของสังคมไทยต่อไป 

สำหรับงานในสภา ส.ส. #พรรคอนาคตใหม่ จะทำงาน 3 ด้าน ด้านที่หนึ่งคือการผลักดันร่างกฎหมายที่มีความก้าวหน้า สำหรับจะมี พ.ร.บ. ฉบับใดบ้างรอติดตามเร็วๆ นี้นะคะ ด้านที่สองคืองานกรรมาธิการในการพิจารณาประเด็นเฉพาะด้าน และด้านสุดท้ายคือการตั้งกระทู้ถามเพื่อผลักดันประเด็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ต่างๆ . สำหรับงานนอกสภานั้นเราได้มีการตั้งคณะทำงานด้านต่างๆ เกือบ 20 คณะ เพื่อทำการศึกษาและรับฟังความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ นอกจากนี้ #ธนาธร หัวหน้าพรรคของเรา ได้ถือโอกาสระหว่างที่ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. ในสภามาทำงานนอกสภาอย่างแข็งขันมากขึ้น ดิฉันแอบทราบมาว่าโปรแกรมลงพื้นที่ของคุณธนาธรแทบจะไม่มีเวลาว่างเลยค่ะ . ดิฉันขอย้ำกับทุกท่านอีกครั้งนะคะว่าถึงแม้เมื่อวานเราจะยังไม่ชนะเพราะกติกาที่บิดเบี้ยวแต่เราไม่เคยหมดหวัง หัวหน้าพรรค ดิฉัน และทีมงานอนาคตใหม่ยังคงทำงานกันอย่างต่อเนื่องเพื่อให้อนาคตใหม่ คืออนาคตของสังคมไทยอย่างแท้จริง #อนาคตใหม่ #เลือกนายก #ประชุมสภา

มติชนออนไลน์

บทความก่อนหน้านี้‘กิตติรัตน์’ โพสต์สงสัย หน.พรรคใหญ่จะพูดกับพรรคขนาดกลางแบบนี้ไหมหนอ?
บทความถัดไป‘ธนาธร’ ชวนร่วมงาน 1 ปี อนาคตใหม่ “เราจะเดินไปด้วยกัน” ฝันให้พรรคเป็นสถาบันการเมืองเข้มแข็ง