“บิ๊กตู่”กินข้าวกลางวันสื่อทำเนียบ อารมณ์ดี ฮัมเพลงพรหมลิขิต

“บิ๊กตู่” ร่วมกินข้าวกลางวันสื่อทำเนียบ อารมณ์ดี ฮัมเพลงพรหมลิขิต “บอก”แม้เป็นรัฐบาลใหม่ก็ขอไม่เปิดเผยครอบครัว

เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล ซึ่งทางสำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี จัดขึ้น ซึ่งตลอดการรับประทานอาหารร่วมกัน นายกรัฐมนตรีได้พูดคุยด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส อย่างเป็นกันเอง รวมทั้งในช่วงท้ายยังได้ร่วมถ่ายรูปเป็นที่ระลึกและฮัมเพลงพรหมลิขิต พร้อมหยอกล้อกับผู้สื่อข่าวและช่างภาพว่าถ่ายรูปกันมากอย่างกับจะไม่เจอกันแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า การตัดสินใจลงเล่นการเมืองและอนาคตทั้งครอบครัวสนับสนุนหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ครอบครัวก็คือครอบครัว เขาก็เป็นห่วงผมเป็นธรรมดา แต่สิ่งที่ทำให้ผมอยู่ได้มาจนถึงทุกวันนี้ก็คือกำลังใจจากครอบครัว ถ้าถามว่าพวกเขาอยากให้ผมอยู่การเมืองหรือไม่ ก็คงไม่อยากให้ผมอยู่ ไม่มีใครอยากหรอก ผมเคยถามกับหลายคนว่าแล้วทำไมนักการเมืองถึงอยากจะอยู่กันนัก อย่างไรก็ตาม หากเราอยู่ต่อไปอะไรพี่ยังทำไม่สำเร็จก็ต้องทำให้สำเร็จทุกอย่างต้องเดินไปตามขั้นตอนไม่มีใครที่จะแก้ไขอะไรได้วันเดียวได้หรือประชุมครั้งเดียวแล้วจะจบเนื่องจากมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก กฎหมายบางฉบับเกี่ยวข้องหลายกระทรวง ทั้งหมดไม่มีอะไรทำได้ดังใจที่ต้องการและมีห้วงระยะเวลา”

เมื่อถามว่าถ้าได้กลับมาเป็นนายกฯอีกครั้งจะเปิดเผยครอบครัวมากกว่านี้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวปฏิเสธว่า “ไม่เปิดเผย ล็อกครอบครัวของผมเค้าไม่มายุ่งเกี่ยวเพราะไม่อยากให้มีปัญหาใดๆ ทั้งภรรยาและลูก ที่ผ่านมาเขาก็ไม่เข้ามายุ่งอะไร ครอบครัวเขาไม่ยุ่งเกี่ยวกับงานของตน ก็ขอร้องว่าสื่ออย่าไปยุ่งอะไรกับเขา

ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังจากนี้จะแต่งเพลงอีกหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องเพลงอย่าไปกังวล ตนเพียงต้องการถ่ายทอดและเขียนเป็นกลอนออกไปจากนั้นก็จะมีคนไปเรียบเรียง เรื่องนี้ไม่ต้องมาชมตนเป็นเพียงแค่คนริเริ่มต้องไปชมผู้ที่แต่งทำนอง การแต่งเพลงของตนนั้นเป็นการเขียนเพื่อเตือนคน เขียนเพื่อให้คนได้รวมพลังกันรักประเทศไทยไม่ได้เขียนแบบว่าฉันรักเธอหรือเธอรักฉัน ความจริงก็คือแนวความรักได้เช่นฉันรักเธอไม่มีวันสิ้นสุด

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาก็พยายามจะปรับเปลี่ยนบทบาทของตัวเอง ทำหน้างอให้น้อยลง และความจริงอายุ 65 ปี ย่างเข้า 66 ปี ผมก็หงอกหมดแล้วเพียงแต่ตัดผมสั้นทำให้เห็นผมหงอกน้อยลง” ผมตัดผมสั้นทำให้หน้าเด็กลงแต่ปัญญาแข็งขึ้นเพราะเรียนรู้เยอะ ที่ผ่านมาก็มีเครียดมีหงุดหงิดบ้างก็เป็นเรื่องของเราแต่ความจริงผมก็เป็นคนตลกนะเว็บต่างๆ ก็บอกว่านายกเป็นคนตลก แต่ความจริงเราเป็นคนที่จริงจังในทุกๆเรื่องทุกคนก็รู้อยู่”

 

มติชนออนไลน์

บทความก่อนหน้านี้คอนเฟิร์ม! รัฐพิธี 24 พ.ค. โหวตปธ.สภา 25 พ.ค. ด้าน เลขาฯ ยังไม่ยัน ใช้หอประชุมมธ.เลือกนายกฯ
บทความถัดไปสธ.เคาะสูตร ‘น้ำมันกัญชา’ อ.เดชา สัปดาห์หน้า ชี้หากเข้าเกณฑ์ยาพื้นบ้านก็จ่ายให้คนไข้เฉพาะในพื้นที่ได้