ร้อนเป็นเหตุผักราคาพุ่ง 30% เครื่องดื่มขายดี | สรรพากรลุยเก็บภาษีออนไลน์ต่างชาติ | พณ.ปรับเป้าส่งออกรับโตไม่ถึง 8%

แฟ้มข่าว

ศาลสั่งจ่าย “โฮปเวลล์” 1.2 หมื่นล้าน

เมื่อวันที่ 22 เมษายน ที่ศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษากลับคำพิพากษาศาลปกครองกลาง เป็นยกคำร้อง มีผลให้กระทรวงคมนาคม การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ต้องปฏิบัติตามคำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2551 โดย ร.ฟ.ท.ต้องคืนเงินชดเชยให้บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด จากการบอกเลิกสัญญารวมเป็นเงิน 11,888.75 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี และคืนหนังสือค้ำประกันมูลค่า 500 ล้านบาท (หรือตัวเลขกลมๆ กว่า 1.2 หมื่นล้านบาท) โดยดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 180 วันนับคดีถึงที่สุด ทั้งนี้ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ได้สั่งการให้ ร.ฟ.ท.หาแนวทางการดำเนินงานตามผลแห่งคำพิพากษา โดยให้รายงานก่อนเพื่อรายงานต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทราบในวันที่ 24 เมษายน ขณะที่นายวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่าการ ร.ฟ.ท. กล่าวว่า ได้หารือกับฝ่ายกฎหมายของ ร.ฟ.ท.ถึงแนวทางที่ต้องปฏิบัติเพื่อให้รัฐเกิดความเสียหายน้อยที่สุด โดยจะดูว่า ร.ฟ.ท.ต้องจ่ายเงินชดเชยแบบไหน อย่างไร และอาจต้องขอประนอมหนี้หรือขอผ่อนชำระ

พณ.ปรับเป้าส่งออกรับโตไม่ถึง 8%

นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เปิดเผยว่า การส่งออกเดือนมีนาคม 2562 ติดลบ 4.88% เมื่อเทียบเดือนมีนาคมปีก่อน มีมูลค่า 21,440 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 19,435 ล้านเหรียญสหรัฐ ติดลบ 7.63% เป็นการติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 เมื่อรวมการส่งออก 3 เดือนแรกของปีนี้ มีมูลค่า 61,987 ล้านเหรียญสหรัฐ ติดลบ 1.64% การนำเข้ามีมูลค่า 59,981 ล้านเหรียญสหรัฐ ติดลบ 1.20% ปัจจัยหลักจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ผลกระทบจากสงครามการค้าสหรัฐและจีน เงินบาทแข็งค่าและผันผวน อย่างไรก็ตาม สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรยังส่งออกได้ดี บวก 3.2% ดังนั้น กระทรวงพาณิชย์อยู่ระหว่างทบทวนตัวเลขเป้าหมายส่งออกในปีนี้ เพราะหากพยุงตัวเลขเฉลี่ยต่อเดือนจากนี้ที่ส่งออกได้ 21,000-22,000 ล้านเหรียญสหรัฐ จะทำให้การส่งออกไทยทั้งปีขยายตัวช่วง 3-6% แต่คงไม่ถึง 8% เพราะต้องมีฐานมูลค่าส่งออกต่อเดือน 23,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

ร้อนเป็นเหตุผักราคาพุ่ง 30% เครื่องดื่มขายดี

นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า จากสภาพอากาศประเทศไทยร้อนอบอ้าวกว่าปกติในขณะนี้ได้ส่งผลกระทบต่อผลผลิตพืชในหลายพื้นที่ รวมถึงผักใบบางชนิดมีราคาสูงขึ้น เช่น ผักสำหรับทำสลัดราคาขยับแล้ว 30% รวมถึงผักปวยเล้ง ผักกวางตุ้ง ส่วนมะนาวราคาสูงตามฤดูกาลหน้าร้อนอยู่แล้ว

นางสาวสลิลลา สีหพันธุ์ ประธานกรรมการฝ่ายกิจการ บริษัท เทสโก้ โลตัส เปิดเผยว่า ในช่วงฤดูร้อนปกติที่ผ่านมาสินค้าประเภทเครื่องดื่มจะมียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นเป็นปกติ แต่พบว่าในช่วงนี้มียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นมากเป็นพิเศษ ทั้งเครื่องดื่มที่ลูกค้านิยมซื้อกลับบ้าน อาทิ น้ำเปล่า น้ำอัดลม ชาเขียว ประเภทต่างๆ และเครื่องดื่มที่ลูกค้าสามารถซื้อและกดเพื่อดื่มได้ทันที อาทิ น้ำอัดลม ชา กาแฟ น้ำสมุนไพรต่างๆ ภายในร้านเทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส และศูนย์อาหารในสาขาใหญ่

สรรพากรลุยเก็บภาษีออนไลน์ต่างชาติ

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า กรมสรรพากรรับนโยบายจากนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เร่งรัดและผลักดันกฎหมายอีบิซิเนส เพื่อเก็บภาษีจากผู้ประกอบการออนไลน์ต่างประเทศที่มีธุรกิจในไทย หลังจากกฎหมายฉบับนี้ไม่สามารถเสนอผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ทันรัฐบาลชุดนี้ ดังนั้น ต้องเตรียมเสนอกฎหมายไปยังรัฐบาลชุดใหม่ ล่าสุดจะปรับแก้กฎหมายเพื่อให้เกิดแพลตฟอร์มหักภาษี ณ ที่จ่ายให้กับกรมสรรพากร อัตราคงไม่สูงมาก จากเดิมกำหนดที่ภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) เพียงอย่างเดียว โดยกฎหมายนี้เป็นคนละส่วนและไม่เกี่ยวกับค่าใช้โครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมของประเทศจากบริการสื่อบันเทิงและอื่นๆ (โอทีที) ที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีแนวคิดจะดำเนินการ นอกจากนี้ เตรียมเปิดตัวระบบวิเคราะห์ข้อมูลภาษี (data analytics) ป้องกันผู้ประกอบการที่มีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีด้วยการใช้เงินสดแทน “ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงในการเสียภาษี กรมจะเข้าไปตรวจสอบภาษีละเอียดกว่ากลุ่มที่ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์”

16 พ.ค.นี้เอ็นจีวีขยับอีก 1 บาท/ก.ก.

นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า จากมติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ให้ลดภาระชดเชยราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (เอ็นจีวี) ของ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ลง 3 บาทต่อกิโลกรัม (ก.ก.) ดังนั้น ปตท.จะทยอยปรับขึ้นราคาเอ็นจีวีกลุ่มรถโดยสารสาธารณะ (รถแท็กซี่ รถตู้ รถโดยสารสาธารณะขนาดใหญ่ เช่น บ.ข.ส.) เริ่มวันที่ 16 พฤษภาคมนี้ ในอัตรา 1 บาทต่อ ก.ก. จากที่ตรึงราคาไว้ 10.60 บาทต่อ ก.ก. เป็น 11.60 บาทต่อ ก.ก. และจะขึ้นอีก 2 ครั้ง ในวันที่ 16 กันยายนนี้ และวันที่ 16 มกราคม 2563 หรือปรับราคาทุก 4 เดือน จนครบ 3 บาทต่อ ก.ก. ซึ่งการปรับขึ้นค่าโดยสารสาธารณะขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ที่ปรับราคาแล้วเมื่อวันที่ 22 เมษายนที่ผ่านมา ไม่เกี่ยวข้องกับการปรับขึ้นราคาเอ็นจีวีในครั้งนี้

ไม่ยอมเปิดข้อมูลโดนภาษี ดบ.ฝาก 15%

นายปิ่นสาย สุรัสวดี โฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยว่า เตรียมแก้ไขประกาศอธิบดีกรมสรรพากร ฉบับที่ 344 เรื่องการเก็บภาษีจากดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ จากเดิมกำหนดให้เจ้าของบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ที่มีรายรับจากดอกเบี้ยไม่เกิน 20,000 บาทต่อปีต้องลงนามยินยอมให้ธนาคารส่งข้อมูลให้กรมเพื่อขอยกเว้นภาษี เป็นกรณีผู้ที่ไม่ต้องการให้ธนาคารส่งข้อมูลดอกเบี้ยให้แก่กรมต้องมายืนยันกับธนาคาร เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ฝากส่วนใหญ่ราว 99% ของบัญชีออมทรัพย์รวมกว่า 80 ล้านบัญชี มีรายรับจากดอกเบี้ยไม่เกิน 20,000 บาทต่อปี ซึ่งได้รับยกเว้นภาษีอยู่แล้ว โดยต้องดำเนินการภายในเดือนพฤษภาคมนี้

แหล่งข่าวกรมสรรพากร เปิดเผยว่า การแก้ไขประกาศดังกล่าวจะทำให้ธนาคารสามารถส่งข้อมูลผู้ฝากได้ทันทีหากว่าเจ้าของบัญชีไม่มายืนยันกับธนาคารว่าไม่ยินยอมซึ่งเจ้าของบัญชีรายนี้จะถูกเก็บภาษี ณ ที่จ่าย อัตรา 15% ทันทีแม้ว่ารายรับจากดอกเบี้ยจะไม่ถึง 20,000 บาทต่อปีก็ตาม

บทความก่อนหน้านี้“วัฒนา” จี้ “บิ๊กตู่” รีบแก้ราคาปาล์มตกต่ำทันที อย่างที่หาเสียงไว้
บทความถัดไป“ทับ-ท้อง-แท้ง” ในวรรณคดี ที่สะท้อนว่า ในสมัยโบราณมีการ “ทำแท้งโดยเจตนา” ?