ห่วงสหกรณ์หนี้พุ่ง | ลุ้นการเมืองนิ่งดัน ศก. 3.8% | รีดภาษีเบียร์ 0% เพิ่ม

แฟ้มข่าว

รีดภาษีเบียร์ 0% เพิ่ม

นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ขณะนี้มีเบียร์ไร้แอลกอฮอล์ หรือเบียร์ 0% มาทำตลาดในไทยหลายยี่ห้อ และเริ่มผลิตในไทยบ้างแล้ว กรมอยู่ระหว่างหารือกับกระทรวงการคลัง เปิดพิกัดภาษีใหม่ สำหรับเบียร์ 0% เนื่องจากทางกระทรวงสาธารณสุขมีข้อกังวลเบียร์ดังกล่าวทำให้เด็ก เยาวชนเข้าถึงได้ง่าย และยิ่งมีการโฆษณาอาจจะเป็นการกระตุ้นให้คนอยากกินเบียร์มากขึ้น โดยขณะนี้เบียร์ 0% ขายกันในราคา 39-99 บาทต่อกระป๋อง เสียภาษีในกลุ่มน้ำอัดลมมีอัตราภาษีประมาณ 14% หรือเสียภาษีประมาณ 5-12 บาทต่อกระป๋อง ดังนั้น หากเปิดพิกัดใหม่ ภาษีจะสูงกว่ากลุ่มเครื่องดื่ม แต่จะต่ำกว่าเบียร์ที่เสียภาษี 22% ของราคาขายบวกปริมาณแอลกอฮอล์ อย่างไรก็ตาม การเปิดพิกัดใหม่ต้องมาพิจารณาด้วยว่าจะกระทบต่อสินค้าตัวใด หรือยาบางประเภท เช่น ยาแก้ไอ ยาแก้ท้องเสียที่ผสมแอลกอฮอล์ จะถูกเก็บภาษีไปด้วยหรือไม่ ซึ่งในการเปิดพิกัดภาษีใหม่ สามารถออกเป็นกฎกระทรวง ประกาศใช้ทันที

ห่วงสหกรณ์หนี้พุ่ง

นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด หรือเครดิตบูโร เปิดเผยว่า ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2561 กลุ่มสหกรณ์ออมทรัพย์เริ่มเข้ามาหารือกับเครดิตบูโร เพราะอยากใช้ข้อมูลเครดิตในการวิเคราะห์สินเชื่อ แต่สหกรณ์ยังไม่พร้อมที่จะเป็นสมาชิกเครดิตบูโร เนื่องจากการเป็นสมาชิกเครดิตบูโรต้องมีการปฏิบัติตามกฎกติกาเคร่งครัด ต้องรับผิดชอบข้อมูลส่วนบุคคล และต้องเตรียมข้อมูลและเชื่อมต่อระบบกับเครดิตบูโร โดยสหกรณ์ให้ผู้กู้ตรวจเครดิตบูโรเพื่อนำมาใช้ประกอบการพิจารณาสินเชื่อ ซึ่งจากปกติการขอตรวจเครดิตบูโรเฉลี่ยอยู่ที่ 55,000 รายต่อเดือน เพิ่มขึ้นมาเป็น 70,000 รายต่อเดือนในปัจจุบัน ทั้งนี้ สหกรณ์ออมทรัพย์ส่วนใหญ่ให้ผลตอบแทนสมาชิกตั้งแต่ 6% ขึ้นไป แต่ระดมเงินฝากดอกเบี้ย 4% และให้สินเชื่อที่ 5-8% ขณะนี้การลงทุนตลาดมีความผันผวน ดังนั้น จะให้ผลตอบแทนสมาชิกได้ต้องปล่อยกู้สินเชื่อ ซึ่งเครดิตบูโรเป็นกังวลว่าสหกรณ์ออมทรัพย์ปล่อยกู้ให้กับสมาชิกแบบระยะยาว อาจทำให้เกิดปัญหาเรื่องการใช้หนี้คืนในอนาคตได้

ธ.กรุงเทพคว้าแบงก์แห่งปี

รายงานข่าวจากนิตยสารการเงินธนาคาร ฉบับเดือนเมษายน 2562 แจ้งว่า ประกาศผลการจัดอันดับธนาคารแห่งปี 2562 หรือ Bank of the Year 2019 โดยใช้ผลประกอบการของธนาคารพาณิชย์ 14 แห่ง ในรอบปี 2561 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-31 ธันวาคม 2561 มาพิจารณาจัดอันดับ ปรากฏว่า ธนาคารกรุงเทพได้ครองแชมป์ธนาคารแห่งปี 2562 ซึ่งธนาคารมีกำไรสุทธิได้สูงเป็นอันดับ 3 ของระบบธนาคารพาณิชย์ที่ 35,329.97 ล้านบาท มีกำไรสุทธิต่อหุ้นสูงเป็นอันดับ 1 ที่ 18.51 บาท นอกจากนี้ ยังเน้นการมีเสถียรภาพและความมั่นคงโดยตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ 147,588.43 ล้านบาท คิดเป็น 7.08% ของสินเชื่อรวม สูงสุดเป็นอันดับ 1 ของระบบธนาคารพาณิชย์ ส่วนธนาคารแห่งปีอันดับ 2 ธนาคารกสิกร อันดับ 3 คือ ธนาคารไทยพาณิชย์ ส่วนอันดับ 4 คือ ธนาคารทิสโก้ อันดับ 5 ธนาคารธนชาต อันดับ 6 ธนาคารกรุงไทย อันดับ 7 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา อันดับ 8 ธนาคารเกียรตินาคิน อันดับ 9 ธนาคารทหารไทย อันดับ 10 ธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ อันดับ 11 ธนาคารไอซีบีซี (ไทย) อันดับ 12 ธนาคารยูโอบี อันดับ 13 ธนาคารไทยเครดิตเพื่อรายย่อย และอันดับ 14 ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย

บสย.หนุนปล่อยกู้คนตกงาน

นายรักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า เดือนพฤษภาคมนี้ บสย.ร่วมกับกระทรวงแรงงาน ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดตัวช่างชุมชนเพื่อคนตัวเล็ก โดย บสย.ค้ำประกันสินเชื่อให้กับธนาคารออมสิน ธ.ก.ส. ในการปล่อยสินเชื่อให้กับกลุ่มคนที่ตกงาน หรือกลุ่มคนที่ต้องกลับไปตั้งถิ่นฐานยังบ้านเกิดของตนเอง หากไม่มีความรู้ในการประกอบอาชีพสามารถเข้าอบรมกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน หรือสมาคมวิชาชีพต่างๆ เช่น ช่างไฟ ช่างเสริมสวย หลังอบรมสามารถกู้เงินในอัตราดอกเบี้ยพิเศษกับธนาคารออมสินและ ธ.ก.ส. วงเงิน 5 หมื่นบาท-1 แสนบาท/ราย ไปเป็นทุนในการประกอบอาชีพ โดยระยะแรกตั้งเป้าหมายประมาณ 1 หมื่นราย หรือมีช่างประจำหมู่บ้าน 1 แห่ง

ลุ้นการเมืองนิ่งดัน ศก. 3.8%

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจไตรมาส 2 น่าจะขยายตัวใกล้เคียงไตรมาสแรก และคาดว่าครึ่งแรกปี 2562 เศรษฐกิจน่าจะขยายตัว 3.5% และเศรษฐกิจดีขึ้นในครึ่งหลังของปีที่คาดว่าจะขยายตัว 4.0% จึงทำให้โอกาสที่เศรษฐกิจทั้งปี 2562 ขยายตัวได้ 3.8% มีถึง 65% หากการเมืองนิ่ง ไม่เกิดเหตุการณ์ชุมนุมประท้วง สามารถจัดตั้งรัฐบาลใหม่ภายในไตรมาส 3/2562 แต่ถ้าไตรมาส 4 ยังไม่ได้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐบาลเพื่อขับเคลื่อนแผนงานต่างๆ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ อาจทำให้เศรษฐกิจปีนี้เหลือ 3.5% หากเจอปัจจัยภายนอกอีกโอกาสเศรษฐกิจขยายตัวไม่ถึง 3.5% มีสูง

ธพ.กางรุ่นปิกอัพเติมบี20

น.ส.นันธิกา ทังสุพานิช อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) เปิดเผยว่า บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด บริษัท ตรีเพชร อีซูซุเซลส์ จำกัด ทำหนังสืออย่างเป็นทางการมายัง ธพ.ในการแจ้งรถกระบะรุ่นที่สามารถใช้น้ำมันบี20 ค่ายโตโยต้ามีรถที่เติมได้ เช่น รุ่น Hilux และ Fortuner ตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นไป จำนวน 41 รุ่น ได้แก่ Hilux 37 รุ่น และ Fortuner 4 รุ่น สามารถใช้ได้โดยไม่มีเงื่อนไข ส่วนรุ่นเก่าตั้งแต่เดือนสิงหาคมปี 2554 ถึงปี 2558 จำนวน 24 รุ่น คือ Hilux 20 รุ่น และ Fortuner 4 รุ่น สามารถใช้ได้แต่ต้องติดต่อศูนย์จำหน่ายรถโตโยต้าเพื่อขอรับคำแนะนำ ส่วนอีซูซุ รถรุ่น D-MAX รุ่นปี 2555-2562 จำนวน 20 รุ่น สามารถใช้น้ำมันบี20 ได้ภายใต้คำแนะนำและการตรวจสอบรวมถึงการเปลี่ยนชิ้นส่วนเมื่อจำเป็นโดยศูนย์บริการมาตรฐานอีซูซุ

MU-X รุ่นปี 2547-2562 จำนวน 12 รุ่น สามารถใช้น้ำมันบี20 ได้ภายใต้คำแนะนำและการตรวจสอบรวมถึงการเปลี่ยนชิ้นส่วนเมื่อจำเป็นโดยศูนย์บริการมาตรฐานอีซูซุ

บทความก่อนหน้านี้มอนโร คอนซัลติ้ง กรุ๊ป ร่วมสนับสนุนศึกวงสวิงระดับโลก เดอะ บลู ฮอไรซัน เวิลด์ คอร์ปอเรท กอล์ฟ ชาลเลนจ์ 2019
บทความถัดไปฐากูร บุนปาน | เงื่อนไขต่างๆ แม้จะรัดกุมเพียงไร ก็มักจะมีช่องโหว่อยู่เสมอ