คสช. พร้อมดูแลปชช.เดินทางกลับ เตือนพักรถ-พักคน เป็นระยะ เพื่อความปลอดภัย

เมื่อวันที่ 16 เมษายน ประชาชนต่างทยอยเดินทางกลับจากการเฉลิมฉลองและท่องเที่ยวในเทศกาลสงกรานต์ คาดว่าการจราจรจะมีความคับคั่งเพิ่มมากขึ้นตลอดวันอย่างไรก็ตามขอให้ผู้ขับขี่เตรียมแผนการเดินทาง ตรวจสอบสภาพอากาศและการจราจร เพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีรถหนาแน่น รักษาวินัยจราจร โดยเฉพาะ ดื่มไม่ขับ คาดเข็มขัดนิรภัย สวมหมวกกันน็อก ใช้ความเร็วตามที่กฎหมายกำหนด พักรถพักคนเป็นระยะ รวมทั้งการมีน้ำใจต่อผู้ร่วมทางโดยเจ้าหน้าที่ทุกส่วนจะดูแลการเดินทาง อำนวยความสะดวก ทั้งในพื้นที่สถานีขนส่ง ปมคมนาคม เส้นทางหลักและเส้นทางรอง เปิดเส้นทางพิเศษ ช่วยการระบายรถให้มีความคล่องตัว เพื่อให้ ประชาชาเดินทางได้อย่างราบรื่นและปลอดภัย ​

​สำหรับมาตรการ “ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ” พบผู้กระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุโดยประมาทด้วยการดื่มแล้วขับขี่ในวันที่ 15 เมษายน 2562 มีดังนี้ ​- รถจักรยานยนต์ พบการกระทำความผิด 45,508 ครั้ง เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องยึดไว้ 1,166 คัน ​- รถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคล พบการกระทำความผิด 42,696 ครั้ง เจ้าหน้าที่ได้ยึดใบขับขี่ไว้ 2,291 คน ยึดรถยนต์ 457 คัน ​ โดยตลอด 5 วันที่ผ่านมา (11-15 เมษายน 2562) เจ้าหน้าที่ได้ยึดรถที่ฝ่าฝืนมาตรการ ดื่มไม่ขับไว้แล้ว 5,318 คัน (แยกเป็น รถจักรยานยนต์ 3,907 คัน และรถยนต์ 1,411 คัน) และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด รถจักรยานยนต์ 104,279 คน รถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ส่วนบุคล 73,139 คน ​

อย่างไรก็ตาม มีการตั้งข้อสังเกตว่า สถิติผู้ฝ่าฝืนมาตรการปลอดภัยในขณะนี้มีจำนวนมากนั้น เนื่องจากในเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ผู้ใช้เส้นทางมีจำนวนมาก ประกอบกับเจ้าหน้าที่ ได้เพิ่มจำนวนจุดบริการ/จุดตรวจสอบมากขึ้น ทำให้ตรวจพบผู้ฝ่าฝืนมาตรการดื่มไม่ขับมากขึ้นเช่นกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ใช้ทั้งมาตรการทางนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ เน้นการสร้างความเข้าใจ ขอความร่วมมือ หรือการจัดส่งคนที่ดื่มกลับบ้าน เพื่อมุ่งหวังให้ประชาชนปลอดภัยเป็นสำคัญ สำหรับรถที่ควบคุมไว้นั้น เจ้าหน้าที่ได้ดูแลและจัดหาสถานที่เก็บรักษาไว้อย่างเหมาะสม โดยผู้เป็นเจ้าของรถสามารถติดต่อขอรับคืนได้หลังเทศกาลตามเวลาที่กำหนด ยกเว้นรถที่อยู่ในระหว่างการดำเนินคดี ต้องรอให้กระบวนการทางคดีเรียบร้อยก่อน

 

มติชนออนไลน์

บทความก่อนหน้านี้ขรก.มหา’ลัย1.8หมื่นลุ้นงด.เพิ่ม8% อาจารย์มรภ.จี้’บิ๊กตู่’เคาะก่อนเปลี่ยนรัฐบาล
บทความถัดไปอนามัยโลกเผยปีนี้คนติด ‘โรคหัด’ พุ่ง 3 เท่าทั่วโลก