ตปท.รอบสัปสัดาห์ : แทนซาเนียเลิกใช้ถุงพลาสติก | ความตึงเครียดในลิเบีย | การค้าจีน-สหรัฐเริ่มบวก ?

สรุปข่าวต่างประเทศ

แทนซาเนีย

โดโดมา – สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า เมื่อวันที่ 8 เมษายน ประเทศแทนซาเนียมีแผนที่จะประกาศมาตรการห้ามผลิต นำเข้า จำหน่ายและใช้ถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ โดยเป็นมาตรการหนึ่งในการต่อสู้กับปัญหามลพิษที่เกิดจากขยะที่ไม่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ซึ่งจะทำให้แทนซาเนียเป็นหนึ่งในประเทศล่าสุดที่ประกาศพันธกิจในการเลิกใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง ซึ่งองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ชี้ว่าเป็นหนึ่งในปัญหาท้าทายที่สุดด้านสิ่งแวดล้อมของโลก ทั้งนี้ ยูเอ็นประเมินว่าในแต่ละวันโลกผลิตพลาสติกออกมามากถึง 9,000 ล้านตัน แต่ในจำนวนนี้มีเพียงแค่ 9 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่สามารถนำมารีไซเคิลใช้ประโยชน์อีกได้ จากการประกาศแผนนี้จะทำให้แทนซาเนียร่วมเป็นหนึ่งในมากกว่า 60 ประเทศทั่วโลก ซึ่งรวมถึงจีน ฝรั่งเศส เคนยา รวันดา และอิตาลี ที่ดำเนินมาตรการห้ามทั้งหมดหรือห้ามบางส่วนในการใช้ถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ในเดือนสิงหาคมปี 2560 เคนยานับเป็นประเทศที่ดำเนินมาตรการเข้มข้นมากที่สุดในโลกในการห้ามใช้ถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง โดยการกำหนดบทลงโทษผู้กระทำผิดหนักที่สุดคือ จำคุก 4 ปี หรือปรับเป็นเงินสูงถึง 40,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.27 ล้านบาท) ต่อผู้ที่ใช้ถุงพลาสติกชนิดนี้แม้จะใช้เพียงแค่ใบเดียวก็ตาม

ลิเบีย

ตริโปลี – สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สถานการณ์ในประเทศลิเบียตึงเครียดหนักหลังจากกองกำลังของกองทัพแห่งชาติลิเบีย (แอลเอ็นเอ) ภายใต้การนำของนายพลคาลิฟา ฮาฟตาร์ อดีตนายทหารในกองทัพของนายโมอามาร์ กัดดาฟี อดีตผู้นำเผด็จการลิเบียผู้ล่วงลับ ได้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศถล่มพื้นที่ทางตอนใต้ของกรุงตริโปลี เมืองหลวงที่อยู่ภายใต้อำนาจควบคุมของรัฐบาลนายฟาเยซ อัล-เซอร์ราจ นายกรัฐมนตรีลิเบีย และกองกำลังแอลเอ็นเอยังกำลังรุกคืบหมายเข้ายึดกรุงตริโปลีอย่างต่อเนื่องอีกด้วย โดยการปะทะกันของกองกำลังแอลเอ็นเอและกองทัพรัฐบาลอัล-เซอร์ราจ ได้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 32 ราย ขณะที่ยูเอ็นระบุว่ายังส่งผลให้ชาวลิเบียต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่นแล้ว 2,800 ราย และอีกจำนวนมากต้องอพยพหนีออกจากพื้นที่หรือติดอยู่ในวงสู้รบ ด้านนานาชาติออกมาเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติการสู้รบเพื่อป้องกันเหตุนองเลือดลุกลามเลวร้ายลงกว่านี้ ทั้งนี้ สงครามกลางเมืองในลิเบียปะทุขึ้นอีกหลังการแตกแยกเป็นเสี่ยงๆ ของกลุ่มฝักฝ่ายต่างๆในลิเบีย หลังจากระบอบอำนาจกัดดาฟีถูกโค่นล้มลงในปี 2554 ก่อนการเข้ามาควบคุมอำนาจบริหารประเทศลิเบียของนายอัล-เซอร์ราจ นายกรัฐมนตรีผู้มาจากตระกูลร่ำรวย ซึ่งได้รับการสนับสนุนรับรองอำนาจจากองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ส่วนหนึ่งของข้อตกลงสงบศึกในปี 2559 แต่เป็นสิ่งที่นายฮาฟตาร์บอยคอต เหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นสร้างความวิตกกังวลให้กับยูเอ็นด้วยว่าแผนการของยูเอ็นที่จะจัดประชุมหารือในวันที่ 14-16 เมษายนนี้เพื่อวางแผนการเลือกตั้งให้กับลิเบียเพื่อเป็นทางออกให้หลุดพ้นจากสภาพอนาธิปไตยนั้นจะดำเนินต่อไปได้หรือไม่

สหรัฐอเมริกา

วอชิงตัน – สำนักข่าวรอยเตอร์สและเอเอฟพีรายงานว่า การเจรจาความตกลงการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน สองชาติมหาอำนาจเศรษฐกิจโลกมีพัฒนาการเชิงบวกมากขึ้น โดยปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัดล์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ออกมาเปิดเผยว่าการเจรจาการค้าระหว่างสองชาติเข้าใกล้ที่จะได้ข้อยุติทางการค้าระหว่างกันได้ ซึ่งตนอาจสามารถประกาศได้ภายใน 4 สัปดาห์ข้างหน้าและจะพบหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้น ผิงของจีนเมื่อมีข้อตกลงเกิดขึ้น ท่าทีของผู้นำสหรัฐมีขึ้นในขณะที่คณะผู้แทนเจรจาการค้าของสหรัฐและจีนพบหารือกันอีกครั้งที่กรุงวอชิงตัน หลังจากมีการพูดคุยเจรจากันมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี เพื่อที่จะหาทางยุติข้อพิพาททางการค้าระหว่างกัน หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายได้ใช้มาตรการทางภาษีตอบโต้กันไปมาซึ่งกระทบต่อการค้าสินค้าของทั้งสองประเทศมีมูลค่ารวมกันมากกว่า 360,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ล่าสุดยังมีสัญญาณที่ดีจากจีนที่ได้ประกาศปรับลดอัตราภาษีสินค้าอุปโภคบริโภคนำเข้าจากต่างประเทศหลายรายการ อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ หนังสือ อาหาร เฟอร์นิเจอร์ และยารักษาโรค จากเดิมเก็บในอัตรา 15 เปอร์เซ็นต์ ลดลงเหลือ 13 เปอร์เซ็นต์ และสินค้านำเข้าเกี่ยวกับเครื่องกีฬา อุปกรณ์ตกปลา สิ่งทอ เครื่องใช้ไฟฟ้าและรถจักรยาน จะเก็บภาษีลดลงเหลือ 20 เปอร์เซ็นต์ จากเดิมจัดเก็บในอัตรา 25 เปอร์เซ็นต์

โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 9 เมษายนเป็นต้นไป

 REUTERS/Jason Lee/File Photo
บทความก่อนหน้านี้“ประชาธิปัตย์ที่ภาคใต้” กับอนาคตบนถนนประชาธิปไตย ตามมาตรฐานสากล
บทความถัดไปOVER-REACT! ความกลัวทางการทูตของรัฐบาลไทย! โดย สุรชาติ บำรุงสุข