มองความเคลื่อนไหว “อนาคตใหม่” ก่อน “ปิยบุตร” พบ ปอท. คดีอ่านแถลงการณ์ยุบ “ทษช.”

นับเป็นพรรคการเมืองที่เจอมรสุมร้องเรียนถึงขั้นเป็นคดีความหนักที่สุดในขณะนี้ สำหรับพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งถูกฝ่ายชาตินิยมสุดขั้วจัดเป็นภัยคุกคามต่อความเชื่อและค่านิยมดั้งเดิม ด้วยจุดยืนและนโยบายที่มุ่งมั่นจะเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างอนาคตสังคมไทยให้มีความเป็นประชาธิปไตยตามหลักสากล  ล่าสุดถึงคราวของนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ถูกเปลี่ยนจากพยานกลายเป็นผู้ต้องหา

โดยนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความพร้อมรูปภาพทางทวิตเตอร์ แสดงความเห็นเมื่อวานนี้ (14 เมษายน 2562) ว่าอยู่ระหว่างการพักผ่อนกับภรรยา ช่วงหลังเลือกตั้ง ก่อนจะเกิดทางไปพบพนักงานสอบสวน ตามหมายเรียกที่ คสช. แจ้งความเอาผิดไว้ที่ ปอท.ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะแน่นอน

#สงกรานต์ ปีนี้ผมมาเที่ยวพักผ่อนกับภรรยา หลังจากทำงานหนักช่วงเลือกตั้งจนแทบไม่มีโอกาสได้พบกันเลย หลังหยุดยาวนี้พร้อมกลับไปเดินหน้าต่อเพื่อ #อนาคตใหม่ ทันที วันที่ 17 เม.ย.นี้ 10.00 น. ผมจะไปพบพนง. สอบสวนตามหมายเรียกซึ่ง คสช.ได้กล่าวโทษไว้ที่ ปอท. ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะแน่นอนครับ

นับเป็นความเคลื่อนไหวล่่าสุด หลังจากที่ เมื่อวันที่ 5 เมษายน ที่ผ่านมา นายปิยบุตรได้ออกมาเปิดเผยว่าผมได้รับ “หมายเรียกพยาน” จากกรณีอ่านคำแถลงการณ์พรรคอนาคตใหม่กรณีการยุบพรรคไทยรักษาชาติ ให้ไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจในวันเดียวกันกับวันที่ได้รับหมาย ทำให้ผมไม่สามารถเดินทางไปได้ตามกำหนด จึงได้ให้ทนายความขอเลื่อนการเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจออกไป​ มาวันนี้ “หมายเรียกพยาน” ดังกล่าวได้ กลายเป็น “หมายเรียกผู้ต้องหา” แทนแล้ว

พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ รับมอบอำนาจจาก คสช. ไปร้องทุกข์กล่าวโทษผมต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจในความผิดอาญา 2 ฐาน ได้แก่​ 1. ดูหมิ่นศาล​ 2. นำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ โดยน่าจะทำให้เกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ หรือเกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชนตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์​ โดยหมายเรียกผู้ต้องหาออกวันที่ 5 เมษายน 2562 (สองวันให้หลังจากวันที่ผมได้รับหมายเรียกพยานและขอเลื่อนนัด) และให้ผมไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจในวันที่ 9 เมษายน 2562

เนื่องจากผมเดินทางมาเยี่ยมภรรยาที่ต่างประเทศ ตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน จึงไม่สามารถไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ และผมได้ให้ทนายความขอเลื่อนนัดเป็นวันที่ 17 เมษายน แทนแล้ว

นับเป็นคนที่ 2 ของพรรคอนาคตใหมท่ี่ถูกแจ้งความให้ดำเนินคดี หลังจากที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ถูก คสช.ฟ้องโดยกล่าวหาว่า ปลุกปั่นสร้างความกระด้างกระเดื่องและช่วยเหลือผู้ต้องหาหนีความผิด ซึ่งเป็นพ.อ.บุรินทร์ คนเดียวกันนี้ที่เดินทางไปแจ้งความ

ด้านน.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ได้ออกมาเปิดเผยว่า ในเบื้องต้น ได้มีตัวแทนทูตของประเทศต่างๆ ประสานเพื่อเข้าสังเกตการณ์เช่นเดียวกับกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ถูกดำเนินคดีมาตรา 116 นอกจากตัวแทนทูตแล้ว ทราบว่าจะมีกลุ่มนักวิชาการที่เคยทำงานร่วมกับนายปิยบุตรและลูกศิษย์ลูกหาของนายปิยบุตรที่จะเดินทางไปให้กำลังใจด้วย ซึ่งทางพรรคจะเข้าไปประสานเตรียมความเรียบร้อยของสถานที่ เพราะ ปอท. ไม่ได้มีที่โล่งกว้างเหมือน สน.ปทุมวัน ซึ่งพรรคจะแจ้งรายละเอียดให้ผู้ที่ต้องการไปให้กำลังใจนายปิยบุตรทราบต่อ

ขณะที่ นายธนาธร ก็ได้ทวิตข้อความผ่านทวิตเตอร์กล่าวกับนายปิยบุตรว่า เป็นกำลังใจให้ อ.ปิยบุตร เสมอครับ #SavePiyabutr \7

วันที่ 17 เม.ย.นี้ 10.00 น. @Piyabutr_FWP จะไปที่บก.ปอท. ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ เพื่อพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก

สำหรับข้อหาที่นายปิยบุตรเจอ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 มีนาคม เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติและตัดสิทธิทางการเมืองกับคณะกรรมการบริหารพรรคเป็นเวลา 10 ปี ในช่วงเย็นของวันเดียวกันนั้น พรรคอนาคตใหม่ โดยนายปิยบุตร ได้อ่านแถลงการณ์แสดงกังวลว่า การยุบพรรคไทยรักษาชาติ ไม่เป็นผลดีต่อระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา

ทั้งนี้ พรรคอนาคตใหม่ เผชิญแรงต่อต้านและการจุดประเด็นโจมตี โดยเฉพาะจุดยืนและอุดมการณ์ของทั้งนายปิยบุตรและนายธนาธร มาตั้งแต่การตัดสินใจจะเข้าสู่เส้นทางการเมือง จัดตั้งพรรคอนาคตใหม่ จนมาถึงช่วงการหาเสียงและหลังการเลือกตั้ง 24 มีนาคม ตลอดเส้นทางของการเป็นนักการเมือง ทั้งสองเจอกระแสโจมตีจากบุคคลที่มีจุดยืนชาตินิยมสุดขั้วซึ่งสนับสนุน คสช.และพรรคการเมืองที่สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช.เป็นนายกรัฐมนตรีต่อ ทั้งในโลกจริงอย่างเปิดเผยและโลกเสมือนที่เคลื่อนไหวผ่านเพจกลุ่มต่างๆที่ทำกันเป็นขบวนการ โดยใช้วิธีทั้งใส่ร้าย จับประเด็นเพื่อสร้างกระแสเกลียดชังในหมู่ประชาชน

บทความก่อนหน้านี้ทุนใหญ่ทุ่มแสนล้าน เปลี่ยนตึกเก่าของหลายชีวิตกลางกรุงพนมเปญ เป็นกาสิโนหรู
บทความถัดไป“อิทธิพร” พร้อมแจงปมถูกถอดถอน ชี้เอาผิด ม.157 เป็นสิทธิประชาชน