ทุนใหญ่ทุ่มแสนล้าน เปลี่ยนตึกเก่าของหลายชีวิตกลางกรุงพนมเปญ เป็นกาสิโนหรู

เมื่อวานนี้ (14 เมษายน 2562) เว็บไซต์ข่าวเซาท์ไชน่า มอร์นิง โพสต์ ของสิงคโปร์ รายงานว่า อาคารเก่าสภาพทรุดโทรมใจกลางกรุงพนมเปญที่รู้จักกันดีในชื่อ “ตึกขาว” หรือ White Building กำลังจะเปลี่ยนโฉมเป็น “นาคา 3” ศูนย์รวมความบันเทิง ที่ประกอบด้วยอาคาร 4 หลัง สูง 42 ชั้น บนเนื้อที่ 7,757 ตารางเมตร ที่รวมกาสิโน เอาไว้ด้วย

เฉิน ลิบ เกียง มหาเศรษฐีชาวมาเลเซีย นำทัพบริษัท นาคา คอร์ป ทุ่มทุน 3,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 121,600 ล้านบาท สร้างเป็นอาณาจักรกาสิโนแห่งที่ 3 ในกัมพูชา พร้อมด้วยโรงแรม คอนโดมิเนียม แหล่งรวมความบันเทิง ร้านค้าเอาต์เลต

ฟิลิป ลี รองประธานนากาคอร์ป เปิดเผยว่า โครงการ นาคา 3 เป็นการลงทุนโดยเอกชนรายเดียวที่มีมูลค่าการลงทุนมากที่สุดในกัมพูชาซึ่งอาจจะใหญ่โตเทียบเท่ากับ มารินา เบย์ แซนด์ ในสิงคโปร์ ศูนย์รวมความบันเทิงที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ขณะที่มีเสียงคัดค้านจากประชาชนยากจนซึ่งอาศัยตึกเก่านี้และกลุ่มอนุรักษ์สถาปัตยกรรมที่อยากรักษาไว้เป็นที่อยู่อาศัยของชาวกัมพูชา

ส่วนบริษัท อาระกะวะ ของญี่ปุ่น เคยเสนอให้สร้างเป็นแหล่งสัญลักษณ์ของเมืองและคอนโดมิเนียมสูง 21 ชั้น โดยจะให้ผู้ที่มีรายได้น้อยที่เคยอาศัยอยู่ในตึกขาวเข้ามาอาศัยจำนวน 5 ชั้น ส่วนอีก 12 ชั้น จะเป็นที่พักของเอกชน ซึ่งรัฐมนตรีกระทรวงการจัดการที่ดินเคยบอกไว้เมื่อปี 2559 ว่าให้ชาวกัมพูชาอดทนรอตึกขาวหลังใหม่ที่จะเสร็จสิ้นภายใน 4 ปี

แต่ปรากฏว่าเมื่อชื่อของนาคาคอร์ปเข้ามาพัฒนาที่ดินตรงนี้ อาระกะวะกลับไม่มีคำชี้แจงใดๆ ขณะที่โฆษกกระทรวงที่ดินก็ไม่ทราบสาเหตุที่นาคาคอร์ปได้เข้ามาแทน

ตึกขาวสร้างขึ้นในปี 2506 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของย่านวัฒนธรรมริมแม่น้ำบาสัก ออกแบบโดย วัน โมลีวาร สถาปนิกผู้โด่งดังชาวกัมพูชา ต่อมา ผู้ที่อาศัยในตึกนี้ต้องอพยพหนีภัยในช่วงเขมรแดงเรืองอำนาจในปี 2518 เนื่องจากปัญญาชนและศิลปินถูกกวาดล้าง แต่หลังจากหมดยุคเขมรแดงในปี 2522 ประชาชน รวมทั้ง ศิลปิน นักดนตรี ก็กลับมาสร้างบรรยากาศให้มีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง

จนกระทั่งรัฐบาลทุบตึกทิ้งเมื่อ 2 ปีก่อนโดยอ้างว่าโครงสร้างไม่แข็งแรงและจ่ายเงินชดเชยให้ตารางเมตรละ 1,400 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 44,800 บาท ทำให้ประชาชนหลายคนประท้วงเพราะเงินชดเชยไม่เพียงต่อสำหรับหาซื้อบ้านใหม่ในกรุงพนมเปญ ขณะที่ราคาประเมินที่ดินในใจกลางเมืองหลวงเมื่อต้นปี 2561 เริ่มต้นที่ตารางเมตรละ 2,000 – 9,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 64,000-288,000 บาท

บทความก่อนหน้านี้“โรม” เปิดใจถึง “ปิยุบตร” อาจารย์สู่นักการเมือง ลั่นต้องลงมือทำไม่มัวรีรอคำตอบ
บทความถัดไปมองความเคลื่อนไหว “อนาคตใหม่” ก่อน “ปิยบุตร” พบ ปอท. คดีอ่านแถลงการณ์ยุบ “ทษช.”