“โรม” เปิดใจถึง “ปิยุบตร” อาจารย์สู่นักการเมือง ลั่นต้องลงมือทำไม่มัวรีรอคำตอบ

เมื่อวานนี้ (14 เมษายน 2562) นายรังสิมันต์ โรม ว่าที่ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่และผู้ช่วยของนายปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตนักวิชาการนิิติศาสตร์และเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ได้โพสต์ข้อความถึงนายปิยบุตรในฐานะเพื่อนร่วมงานและอดีตอาจารย์ ก่อนที่นายปิยบุตรจะต้องไปรายงานตัวกับเจ้าหน้าที่ ปอท. วันที่ 17 เมษายน นี้ว่า

สเตตัสนี้เป็นสเตตัสที่ยากลำบากไม่น้อย เพราะผมเขียนขึ้นจากความรู้สึกที่ต้องมองอาจารย์ตัวเองโดนโจมตีเป็นตำบลกระสุนตกอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะช่วงใกล้วันเลือกตั้ง และลากยาวมาถึงปัจจุบัน

ผมรู้จักอาจารย์ปิยบุตรครั้งแรก ตอนเรียนวิชากฎหมายรัฐธรรมนูญ วิชานี้น่าจะเป็นวิชาแรกๆที่ทำให้ผมนำวิชาความรู้ในห้องเรียนไปเปรียบเทียบกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในสังคม ผมมีคำถามมากมายที่หาคำตอบไม่ได้ว่า ทำไมสิ่งที่เรากำลังเรียนในห้องเรียนจึงแตกต่างกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น ความสงสัยนี้ได้สร้างคำถามมากมายต่ออาจารย์ปิยบุตร คำถามหลายเรื่องไม่อาจหาคำตอบได้ เพราะสังคมมันบิดเบี้ยวเกินกว่าที่จะหาตำราเล่มใดบนโลกใบนี้มาตอบได้

ผมตัดสินใจลงเรียนในเกือบทุกวิชาที่อาจารย์ปิยบุตรสอน เปลี่ยนคำถามที่ถามอาจารย์ปิยบุตร เป็นคำถามที่มุ่งต่อผู้มีอำนาจ เมื่อคำถามผมดังขึ้น ผมพบว่ามีแรงกระแทกมุ่งมาที่ตัวเองมิใช่น้อย แรงกระแทกนีมุ่งหวังให้ผมนั่งลงและยอมจำนน บางครั้งถึงขนาดพรากเสรีภาพที่ผมมี แต่ขณะเดียวกันผมพบว่ายังมีคนอีกจำนวนมากที่คิดเห็นเช่นเดียวกันกับเรา มีหลายคนที่พร้อมเดินมาด้วยกันกับผม สนับสนุนผมเท่าที่คนๆหนึ่งจะทำได้ หนึ่งในคนที่ร่วมเดินและสนับสนุนผมตลอดมา คือ อาจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล หนึ่งในอาจารย์ที่สอนผมตลอดมา ผมจำได้ว่า ในวันที่อาจารย์ปิยบุตรมาเยี่ยมผมในเรือนจำ อาจารย์บอกว่า คุณต่อสู้ลำบากมาเยอะแล้ว ผมพอรู้ว่าข้างในอาหารเป็นยังไง เอาเป็นว่าเดี๋ยวผมจะสั่งอาหารดีๆให้คุณกินข้างใน ยังไงคุณรอรับละกัน ผมและเพื่อนๆที่เหลือวันนั้นเลยได้ช่วยประหยัดงบประมาณหลวง ไม่ทานข้าวในเรือนจำ แต่ได้ทานข้าวจากเงินเดือนอาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์แทน

ผมและอาจารย์ปิยบุตร เราอยากเห็นสังคมไทยเปลี่ยนแปลง เราเชื่อว่าสังคมไทยที่เป็นอยู่ไม่ใช่คำตอบของวันนี้ ไม่ใช่คำตอบของคนรุ่นลูกหลานเรา เราไม่อาจจะส่งมอบมรดกแบบนี้ให้กำลังคนในเจนเนอเรชั่นหน้าได้ ดังนั้นเราจำเป็นต้องลงมือทำ ลงทำมืออะไรสักอย่างเพื่อให้สังคมมันต้องเปลี่ยน การตั้งพรรคอนาคตใหม่ ก็เป็นส่วนหนึ่งของวิธีการที่จะเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้น แม้ว่าจะรู้ดีว่าการทำแบบนี้ อาจจะมีคมหอกคมดาบจำนวนมากมายพุ่งตรงเข้ามาก็ตาม ผมเข้าใจว่าวันที่ 17 ที่จะถึงนี้ เวลา 10 โมง ที่อาจารย์จะต้องไปรายงานตัวที่ ปอท. ในคดีที่ไม่รู้ว่าต้องพลิกตำราเล่มไหนถึงจะอธิบายว่าอาจารย์ดูหมิ่นศาลอย่างไร คงต้องสู้กันต่อไป จนกว่าความยุติธรรม ความเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้น

แล้วเจอกัน

บทความก่อนหน้านี้ภาพยนตร์ /นพมาส แววหงส์ / GRETA
บทความถัดไปทุนใหญ่ทุ่มแสนล้าน เปลี่ยนตึกเก่าของหลายชีวิตกลางกรุงพนมเปญ เป็นกาสิโนหรู