หวั่นซ้ำรอยพฤษภาทมิฬ วอนบิ๊กตู่เชื่อมั่นปชต. ญาติวีรชนแนะ3ข้อตั้งรัฐบาลช่วยชาติ

ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 วอนบิ๊กตู่-ผู้มีอำนาจ เชื่อมั่นประชาธิปไตยแก้ปัญหาด้วยตัวระบบเองได้ แนะฟังเสียงประชาชน เลิกชี้ถูก-ผิดหวั่นซ้ำรอยพฤษภาทมิฬ

พฤษภาทมิฬ  / เมื่อวันที่ 29 มี.ค. นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 เปิดเผยว่า สถานการณ์การเมืองหลังการเลือกตั้ง 24 มี.ค. ว่า แทนที่จะเป็นเงื่อนไขนำไปสู่บรรยากาศคลี่คลายทางการเมือง และพัฒนาไปสู่เส้นทางประชาธิปไตยตามที่ประชาชนปราถนา กลับมีแต่ความคลุมเครือ โดยเฉพาะการทำหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ไม่สามารถให้ความชัดเจนถึงผลการเลือกตั้ง จนนำไปสู่ข้อครหาถูกแทรกแซงจากอำนาจรัฐ ภาพลักษณืของประเทศเสียหายถูกประจานไปทั่วโลก

ขณะเดียวกันฝ่ายอำนาจรัฐก็ปล่อยให้เกิดบรรยากาศความแตกแยกของประชาชน มีการนำบาดแผลในอดีตมาสร้างกระแสความเกลียดชังระหว่างคนในชาติ พรรคการเมืองบางพรรคพยายามสร้างประเพณีใหม่ คือ เป็นพรรคเสียงข้างน้อยแต่ประกาศชิงจัดตั้งรัฐบาล

โดยมีกระแสข่าวดึงกองทัพเข้ามายุ่งเกี่ยวด้วย ในฐานะคนที่มีประสบการณ์ความสูญเสียจากเหตุรุนแรงทางการเมือง มองเห็นแนวโน้มว่า บรรยากาศเหล่านี้มีแต่จะพัฒนาไปสู่ความขัดแย้ง แตกแยกของคนในชาติ และอาจนำไปสู่ความรุนแรงเหมือนเหตุการณ์พฤษภาทมิฬปี 2535 ซึ่งในเดือนพฤษภาคมก็ใกล้จะมาถึงเหมือนเป็นอาถรรพ์ของประเทศ

นายอดุลย์ กล่าวว่า เวลานี้ต้องเรียกร้องไปยังผูมีอำนาจ ไม่ว่าจะเป็น กกต.ที่จะต้องรับผิดชอบต่อบทบาทหน้าที่สร้างความชัดเจนในการประกาศผลการเลือกตั้ง และชี้แจงความคลางแคลงใจของประชาชน และนานาประเทศ ขณะที่พรรคการเมืองต่างๆ ก็ต้องเคารพเสียงของประชาชน ยึดแนวทางปฏิบัติทางการเมืองที่เคยปฏิบัติกันมารวมถึงคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ระหว่างการเลือกตั้ง เพื่อไม่เปิดช่อง หรือกวักมือให้อำนาจไม่ชอบธรรมเข้ามาแทรกแซง

สำคัญที่สุดคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ควรมีความเชื่อมั่นต่อระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขว่า จะสามารถแก้ไขปัญหาได้ด้วยตัวของระบบเอง ไม่จำเป็นต้องอาศัยอำนาจอื่นหรือการชี้ถูกผิด ดีชั่ว ซึ่งถูกผูกขาดโดยกลุ่มคนบางกลุ่ม

คณะญาติจึงขอเรียกร้อง ดังนี้

1.ในช่วงการรณรงค์หาเสียง ที่ทุกฝ่ายทั้งเชียร์ฝ่ายของตน และถล่มฝ่ายตรงข้ามอย่างไม่หยุดหย่อน ทั้งในสื่อทั่วไปและโซเชียลมีเดีย บัดนี้ผ่านไปแล้ว จึงถึงเวลาที่ทุกฝ่ายจะลดการทิ่มแทงฝ่ายตรงข้ามลงไป เพื่อให้ประเทศเข้าสู่สภาวะปรองดองสมานฉันท์อย่างแท้จริง ในปีแห่งพระราชพิธีอันเป็นมหามงคลยิ่งของปวงชนชาวไทย

2.ถึงเวลาที่พล.อ.ประยุทธ์ จะพิจารณาตัวเอง ท่านได้ปูพื้นเพื่อการสมานฉันท์น้อยเกินไป และยิ่งปล่อยให้สภาวะผลเลือกตั้งค้างกลางอากาศอยู่เช่นนี้ ประเทศจะมีแต่ความเสียหาย ท่านควรจะเสียสละให้โอกาสคนอื่นมาเป็นนายกฯแทนได้แล้ว

3.ถึงเวลาที่บุคคลที่มีศักยภาพและความสามารถจะต้องรับหน้าที่เป็นผู้สมานใจของทุกฝ่าย โดยรวมกันจัดตั้งรัฐบาลช่วยชาติไม่ใช่รัฐบาลแห่งชาติ อันประกอบด้วยหลายพรรค เพื่อนำพาการเมืองไทยข้ามเส้นแห่งการแตกแยกให้ได้ และแสวงหาทีมงานบริหารประเทศที่สร้างความเชื่อมั่นได้มากที่สุด เพื่อเลือกนโยบายที่ดีที่สุดของแต่ละพรรคนำมาใช้ประโยชน์แก่ประเทศอย่างเร่งด่วน

“คณะญาติเห็นว่า ภาคการเมืองจำเป็นจะต้องจับมือกันชั่วคราว ยอมรับลดเลิกการได้เปรียบเสียเปรียบกันชั่วคราว เพื่อแก้ปัญหาฐานะความเป็นอยู่ของชาวบ้านที่ขณะนี้ฝีดเคือง และมีความเสี่ยงที่จะทรุดลงไปอีก สืบเนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจและการค้าโลกที่ยังอึมครึม เพื่อทำให้ปีมหามงคลของปวงชนชาวไทย กลายเป็นปีทอง และเป็นการเริ่มต้นรัชสมัยของรัชกาลที่ 10 ที่ทำให้อาณาประชาราษฎร์มีความมั่นคงสืบไป” ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 กล่าว

บทความก่อนหน้านี้เกษียร เตชะพีระ | จังหวะประชานิยมจากการเลือกตั้ง
บทความถัดไปเกือบล้านแล้ว! คนไม่พอใจยื่นถอด กกต. จัดเลือกตั้งห่วย นศ.ทั่วประเทศเอาด้วย ร่วมล่าชื่อ