รัฐบาล ‘บิ๊กตู่’ ทิ้งทวน เอื้อชาวประมงคืนกำไรหลังไทยหลุดไอยูยู

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (ไอยูยู) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 19 มีนาคม มีมติเห็นชอบอนุมัติในหลักการร่างกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตให้ทำการประมงพาณิชย์ พ.ศ. … ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ ซึ่งอาศัยอำนาจตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 โดยร่างกฎกระทรวงฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีการจัดสรรปริมาณสัตว์น้ำให้สอดคล้องกับขีดความสามารถในการทำการประมง และปริมาณผลิตผลสูงสุดของสัตว์น้ำที่สามารถทำการประมงได้อย่างยั่งยืนตามที่กำหนดไว้ในแผนบริหารจัดการการประมงของไทย

ทั้งนี้ ในแผนบริหารจัดการประมงไทยมีสาระสำคัญ 3 ประเด็นหลัก คือ 1.เพิ่มเติมหลักเกณฑ์การพิจารณาอนุญาตให้ทำการประมงพาณิชย์ ได้แก่ ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องมีกรรมสิทธิ์ในเรือประมงที่จะทำการประมง และในกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในเรือประมงหลายลำ ไม่ว่าจะเป็นเรือประมงไทยหรือมิใช่เรือประมงไทยต้องแจ้งชื่อเรือประมงดังกล่าวทุกลำพร้อมทั้งหลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์ในเรือประมงลำนั้น กรณีเรือประมงที่ยังไม่จดทะเบียนเป็นเรือไทยตามกฎหมายว่าด้วยเรือไทย ต้องมีหนังสือรับรองการขอจดทะเบียนเรือประมงจากกรมประมง

2.การแก้ไขรายการในใบอนุญาต ผู้ได้รับใบอนุญาตสามารถยื่นคำขอแก้ไขรายการในใบอนุญาตได้ 5 กรณี ได้แก่ 1.แก้ไขรายการในใบอนุญาตให้สอดคล้องกับข้อมูลที่ปรากฏในหลักฐานทางทะเบียนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 2.แก้ไขรายการในใบอนุญาต กรณีนำเรือประมงลำอื่นมาทดแทนเรือที่มีใบอนุญาตทำการประมง 3.แก้ไขรายการในใบอนุญาตเกี่ยวกับเครื่องมือทำการประมง 4.แก้ไขรายการในใบอนุญาตเกี่ยวกับพื้นที่ทำการประมง และ 5.แก้ไขรายการในใบอนุญาต กรณียกสิทธิของปริมาณสัตว์น้ำที่ได้รับการจัดสรรในรอบปีการประมง ทั้งนี้ การแก้ไขรายการในใบอนุญาตแต่ละประเภทให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวทางที่คณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติเห็นชอบ

3.กำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาการโอนใบอนุญาตในลักษณะควบรวมปริมาณสัตว์น้ำ เพื่อให้มีการจัดสรรปริมาณสัตว์น้ำให้สอดคล้องกับขีดความสามารถในการทำการประมงและปริมาณผลิตผลสูงสุดของสัตว์น้ำที่สามารถทำการประมงได้อย่างยั่งยืนตามที่กำหนดไว้ในแผนบริหารจัดการการประมง ทั้งนี้ เป็นไปตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

พล.อ.ฉัตรชัยกล่าวว่า นอกจากนี้ร่างกฎกระทรวงฉบับดังกล่าว เป็นการปรับปรุงหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอใบอนุญาตของบทบัญญัติของกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตให้ทำการประมงพาณิชย์ พ.ศ.2561 ลงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2561 ฉบับเดิมที่ไม่ครอบคลุมข้อเท็จจริงบางประการ และไม่สอดคล้องกับวิถีการทำประมงของชาวประมงที่แท้จริง อาทิ หลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุญาตให้ทำการประมงพาณิชย์ การแก้ไขรายการในใบอนุญาต และการโอนใบอนุญาตทำการประมง เป็นต้น ซึ่งจะต้องปรับให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น โดยกฎกระทรวงฉบับใหม่นี้มอบอำนาจให้อธิบดีกรมประมงสามารถแก้ไขใบอนุญาตการทำประมงได้

พล.อ.ฉัตรชัยกล่าวว่า การมอบอำนาจดังกล่าวจะแบ่งเป็น 5 กรณี ได้แก่ 1.การแก้ไขให้สามารถนำเรือประมงลำอื่นมาทดแทนเรือที่มีใบอนุญาตทำการประมงซึ่งจม หรือชำรุด ผุพังได้ 2.การแก้ไขใบอนุญาตให้มีการปรับเปลี่ยนเครื่องมือประมงตามที่กรมประมงกำหนดได้ เช่น เปลี่ยนจากเครื่องมืออวนลากเป็นเครื่องมืออวนติดตา ซึ่งต้องมีประสิทธิภาพการจับสัตว์น้ำน้อยกว่าเครื่องมือเดิม 3.เปลี่ยนพื้นที่ทำประมงได้ของเครื่องมือบางชนิดได้ อาทิ การย้ายฝั่งทำการประมงจากอันดามันไปยังอ่าวไทย เป็นต้น ทั้งนี้ ต้องขึ้นกับปริมาณสัตว์น้ำที่สามารถจับได้อย่างยั่งยืนของแต่ละพื้นที่ด้วย

4.หากประสงค์หยุดทำประมงชั่วคราว สามารถโอนโควต้าสัตว์น้ำในลักษณะควบรวมปริมาณกับใบอนุญาตอื่นได้ โดยที่เรือยังสามารถมาขอใบอนุญาตในรอบปีการประมงต่อไปได้ และ 5.หากต้องการเลิกทำประมงให้สามารถควบรวมใบอนุญาตได้ โดยมีเงื่อนไขว่า ต้องนำเรือออกนอกระบบไปหนึ่งลำ ซึ่งถือเป็นประเด็นหลักที่ชาวประมงจะได้ประโยชน์ เนื่องจากได้รับวันทำประมงเพิ่มขึ้น

 

มติชนออนไลน์

บทความก่อนหน้านี้‘ศรีวราห์’ โล่ง!ศาลจำคุก16เดือน ‘เปรมชัย’ ไม่หวั่นโซเชียลโจมตี ยันทำเต็มที่แล้ว
บทความถัดไป‘กรณ์’ แก้จนภาคใต้ ชูยุทธศาสตร์ความเจริญด้านการค้าเชื่อมจีน