ชทพ.ปลื้ม เดินสายอีสาน-ใต้เสียงตอบรับดี มั่นใจ ทะลุ 25 เสียง

เมื่อวันที่ 18 มีนาคม ที่พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) นายนิกร จำนง ผอ.ชทพ. แถลงสรุปการลงพื้นที่หาเสียงในภาคอีสานว่า เป็นเวลากว่า 2 เดือนในการลงพื้นที่ภาคอีสาน ถือว่า เสียงตอบรับดีมากกว่าที่ตั้งใจไว้ เพราะประชาชนรู้จักเรา ตั้งแต่พรรคชาติไทยที่เคยมีที่นั่งถึง 250 เสียงทั่วอีสาน ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้ชทพ.ส่งผู้สมัครถึง 113 เขต จาก 116 เขตเลือกตั้ง ประกอบกับนโยบายเร่งด่วนที่ชทพ.เน้นในเรื่องการเกษตรที่สอดคล้องกับความต้องการของพี่น้องชาวอีสาน อีกทั้งในพื้นที่อีสานในแต่ละเขตมีพรรคการเมืองส่งผู้สมัครเป็นจำนวนมาก บางเขตมีมากถึง 30 กว่าพรรค ทำให้ในพื้นที่มีความขัดแย้งทางความคิดสูงมาก การชูนโยบายที่ไม่ขัดแย้งกับใคร จึงได้รับการตอบรับจากประชาชน เพราะคนไม่อยากขัดแย้งจึงมองหาพรรคเย็นๆเป็นทางเลือก จึงเชื่อว่า ชทพ.จะได้ส.ส.ในอีสาน 2-3 เขต และจะได้คะแนนในทุกๆเขตที่ชทพ.ส่งผู้สมัครเป็นกอบเป็นกำ โดยในช่วงโค้งสุดท้าย ชทพ.จะกลับมาป้องกันฐานที่มั่นในภาคกลาง โดยเฉพาะ จ.สุพรรณบุรี และจ.เพชรบุรี และจะมีการเปิดวอร์วูมไว้สำหรับการสรุปผลการเลือกตั้งในวันที่ 21 มีนาคมนี้

เมื่อถามถึงตัวเลขออกมาใช้สิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งล่วงหน้า นายนิกร กล่าวว่า ภาพรวมถือว่า ออกมาดีมาก ประชาชนออกมาใช้สิทธิถึง 80-90% ในทุกพื้นที่ถือว่า ประชาชนมีแรงขับมาก อาจเพราะไม่ได้มีการเลือกตั้งมานาน จึงเห็นคุณค่าของสิทธิ ดังนั้น ด้วยจำนวนแลนด์สไลน์ที่ประชาชนออกมาใช้สิทธิกันเป็นจำนวนมาก ใครอย่าได้คิดว่า จะมากำหนดตั้งแต่วันนี้ เพราะ ทุกอย่างจึงอยู่ที่ประชาชน การเมืองหลังเลือกตั้งจะไม่มีไม่มีใครคุมหรือกำหนดอะไรได้ ส่วนปัญหาบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าที่มีปัญหานั้น ลูกชายของตนก็เจอ เพราะเจ้าหน้าที่หยิบบัตรอีกเขตให้ แต่เมื่อท้วงติงก็มีการเปลี่ยน แต่สิ่งที่ประชาชนเจอ คือเจ้าหน้าที่บอกว่า ไม่เป็นไรกาๆไปเถอะ ซึ่งถือเป็นการชี้ให้ทำในเรื่องที่ไม่ถูกกฏหมาย ดังนั้น จึงอยากให้นำวิกฤตที่เกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามาเป็นโอกาสในการเตรียมตัวและแก้มือใหม่ในการเลือกตั้ง 24 มีนาคมนี้

เมื่อถามว่า ประเมินว่าพรรค ชทพ.จะได้ ส.ส.กี่ที่นั่ง นายนิกร กล่าวว่า “ยังเชื่อว่าพรรค ชทพ.จะได้ทั้งเขตและบัญชีรายชื่อ 25 – 30 ที่นั่ง ซึ่งตอนนี้ทุกอย่างยังเป็นไปตามเป้า”เมื่อถามว่า ยังยึดถือหลักการว่าพรรคอันดับ 1 จะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลอยู่ใช่หรือไม่ นายนิกร กล่าวว่า “เมื่อผลการเลือกตั้งที่ประชาชนออกมาใช้สิทธิจำนวนมาก ถือว่าเป็นเสียงเอกฉันท์ที่จะส่งผลต่อการรวมเสียงเพื่อจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งไม่ใช่การให้สิทธิพรรคที่ได้รับการเลือกตั้งมาเป็นอันดับ 1 ในการจัดตั้ง แต่คือการรวมเสียงให้มากพอ เป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก ส่วนบทบาทของ ส.ว. 250 เสียงที่หลายฝ่ายวิเคราะห์ว่ามีความสำคัญ ตนเชื่อว่าจะถูกลดบทบาทไป เพราะกรณีดังกล่าวเป็นเพียงการร่วมโหวตนายกฯเท่านั้น แต่สิ่งสำคัญคือ การได้รัฐบาลที่เป็นเสียงข้างมากบริหารประเทศ”

ด้าน พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ที่ปรึกษาชทพ. ในฐานะรับผิดชอบจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวว่า ที่ผ่านมาในอดีตชทพ.ถือว่า ได้ส.ส.ในพื้นที่ชายแดนใต้อย่างต่อเนื่อง และจากการลงในพื้นที่เชื่อว่า ประชาชน 3-4 จังหวัดชายแดนใต้และจังหวัดชายฝั่งอันดามัน มีเสียงตอบรับและให้ความสนใจ โดยเฉพาะนโยบายการก้าวข้ามความขัดแย้ง และที่สำคัญยังพบว่า ชพท.เป็นที่รู้จักของคนใต้ จจากในหลายโครงการที่นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกฯที่ได้ผลักดันไว้ ทั้งหมดเชื่อว่า การเลือกตั้งคราวนี้ชทพ.จะมีความเข้ม โดย 4-5 ที่นั่งใน 14 จังหวัดภาคใต้ จึงเป็นเสียงที่ชทพ.มองเห็น

มติชนออนไลน์

บทความก่อนหน้านี้พรรค ‘เพื่อคนไทย’ ชูตั้ง ‘พิพิธภัณฑ์กัญชา’ นครพนม ยันเป็นแหล่งปลูกดีสุดในไทย
บทความถัดไปครบ1ปี อนาคตใหม่ “ธนาธร” ประกาศชัดทุกพรรคคือคู่แข่ง แต่ไม่ใช่ศัตรู ปักหมุดสู้เพื่อการเปลี่ยนแปลง