พาณิชย์เตรียมลุย 7 รัฐในอินเดีย เจาะตลาดดันส่งออก 8%

กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เตรียมแผนจัดกิจกรรมบุกตลาดอินเดียอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2562 เร่งผลักดันการส่งออกไทยให้ขยายตัว 8% มุ่ง เป้าใน 7 รัฐสำคัญของอินเดีย ขยายตลาดสินค้าเกษตรและผลไม้ไทย

วันที่ 16 มีนาคม 2562น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รมช.พาณิชย์ รักษาราชการแทนรมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ด้วยอินเดียเป็นตลาดขนาดใหญ่ ประชากรจำนวนมากและมีความหลากหลายแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ มีประชากรกว่า 1,300 ล้านคน และขนาดพื้นที่กว่า 3.2 ล้านตารางกิโลเมตร จัดเป็นประเทศที่มีพื้นที่มากเป็นอันดับ 7 ของโลก โดยมีการแบ่งการปกครองออกเป็น 29 รัฐ และ 7 Union Territories กระทรวงพาณิชย์จึงกำหนดยุทธศาสตร์เจาะตลาดอินเดียรายรัฐ โดยเน้นรัฐเป้าหมายสำคัญ 7 รัฐ ประกอบด้วยรัฐมหาราษฎระ รัฐคุชราต รัฐทมิฬนาฑู รัฐเตลังกานา รัฐเวสต์เบงกอล รัฐเจ็ดสาวน้อย และนิวเดลี

ซึ่งแต่ละรัฐก็มีความสำคัญแตกต่างกันออกไป เช่น รัฐมหาราษฎระ มีมหานครมุมไบเป็นเมืองหลวงของรัฐ และเป็นเมืองท่าธุรกิจที่สำคัญของอินเดียประชากรมีรายได้ต่อหัวสูงและมีกำลังซื้อ อีกทั้งยังมีนักธุรกิจต่างชาติอาศัยอยู่จำนวนมาก สนใจสินค้านำเข้าที่มีสไตล์และทันสมัย สินค้าและบริการไทยที่มีศักยภาพเหมาะกับการเจาะตลาดนี้ คือ อาหารและเกษตรแปรรูป ร้านอาหาร ของตกแต่งบ้านที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เฟอร์นิเจอร์บิวต์อินที่มีแบบทันสมัย

รัฐคุชราตซึ่งอยู่ทางทิศเหนือของรัฐมหาราษฎระเป็นรัฐ Dry State ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาฮินดู ไม่บริโภคเนื้อสัตว์ และชำนาญในเรื่องการเจียรไนเพชร สินค้าเป้าหมายของรัฐจึงเน้นเป็นกลุ่มอัญมณี พลอยสี ยา/สมุนไพร และอาหารมังสวิรัติ

รัฐทมิฬนาฑู เป็นเมืองท่าสำคัญทางอินเดียตอนใต้ และเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ สิ่งทอ และอากาศยานของอินดีย สินค้าเป้าหมายและบริการเป้าหมาย คือ แป้งมัน ผลิตภัณฑ์ยาง ผลไม้สด/แปรรูป เครื่องประดับยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์ และบริการคาร์แคร์ จึงเป็นโอกาสที่จะส่งเสริมให้ผู้ส่งออกไทยบุกตลาดในประเทศดังกล่าว

ด้านน.ส.บรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า ในช่วงไตรมาส 2 และ 3 กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จะมีกิจกรรมที่เป็น Flagship สำคัญในตลาดอินเดีย อาทิ การจัดคณะผู้แทนการค้าธุรกิจบริการ Event Business เดินทางไปเจรจาการค้าในรัฐมหาราษฎระ เมืองมุมไบ ในเดือนพ.ค. 2562 ซึ่งจะเป็นช่วงเดียวกันกับที่สภาธุรกิจไทย-อินเดีย กำหนด นำคณะนักธุรกิจกลุ่ม Hospitality และวัสดุก่อสร้าง เดินทางไปเจรจาการค้าในเมืองมุมไบ และเตรียมการประชุม ITJBF (Indian-Thai Joint Business Forum) ที่จะจัดในไทยในช่วงเดือนพ.ย. 2562 จากนั้นในเดือนก.ค. 2562 จะมีกิจกรรมส่งเสริมการขายผลไม้ไทย โดยเฉพาะ ลำไย มังคุด ร่วมกับห้าง Modern Trade รายใหญ่ของอินเดีย อาทิ Reliance และ Future Group ในรัฐมหาราษฎระ รัฐคุชราต รัฐเตลังกานา รัฐทมิฬนาฑู รัฐเวสต์เบงกอล และนิวเดลี รวมกว่า 40 สาขา

นอกจากนี้ กรมฯ ยังได้เดินหน้าผลักดันและส่งเสริมความร่วมมือกับ PayTM ซึ่งเป็นหนึ่งใน On-line Platform รายสำคัญของอินเดีย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือร่วมกับบริษัท Trading รายใหญ่ของไทยเพื่อทำหน้าที่รวบรวมสินค้าไทยส่งให้ PayTM ไปกระจายในตลาดอินเดียต่อไป โดยหากความร่วมมือดังกล่าวเป็นบรรลุผลสำเร็จจะส่งผลให้สินค้าไทยสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคตลาดออนไลน์ในอินเดียได้ดีขึ้น

ในปี 2561 การค้าระหว่างไทยและอินเดียมีมูลค่ารวม 12,463.75 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัว 20.16% แบ่งเป็นไทยส่งออกไปอินเดียมูลค่า 7,600.32 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 17.34% และไทยนำเข้าจากอินเดีย 4,863.43 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 24.86% และในเดือนม.ค. 2562 การค้าระหว่างไทยและอินเดียมีมูลค่ารวม 1,074.53 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 4.8% แบ่งเป็นไทยส่งออกไปอินเดีย 639.67 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 3.11% และไทยนำเข้าจากอินเดีย 434.86 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 7.4%

บทความก่อนหน้านี้ประกาศโยกย้าย 258 นายทหาร มือกฎหมายคสช. ติดอัตรา “พลเอก”
บทความถัดไปการศึกษา : มหา’ลัยไทยตกอันดับโลก เพราะ ‘ไม่พัฒนา หรือถูกโจมตี’??