ก.ดีอี ลั่น”อีอีซีไอ”แหล่งรวมนวัตกรรมเอเชียฯเห็นแน่ปี64 มอบ”แคท”คุมคลาวด์กลางรัฐ

นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า โครงการพัฒนาเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซีไอ)ถูกกำหนดให้เป็นแหล่งวิจัยและนวัตกรรม ซึ่งรัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นผู้รับผิดชอบ เพื่อนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่ได้ไปตอบโจทย์ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ทั้งในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี)และทั่วประเทศ ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวอยู่บนพื้นที่วังจันทร์วัลเลย์ 3,455 ไร่ อ.วังจันทร์ จ.ระยอง

นายพิเชฐ กล่าวว่าโครงการอีอีซีไอเริ่มก่อสร้างกลุ่มอาคารในเฟสแรกแล้ว โดยใช้งบประมาณ 1,100 ล้านบาท เป็นการก่อสร้างอาคารหลัก ที่ใช้เป็นสำนักงานใหญ่อีอีซีไอ เช่น โรงงานต้นแบบ และโรงเรือนอัจฉริยะของ เมืองนวัตกรรมชีวภาพ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานรองรับเมืองนวัตกรรมระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และอิเล็กทรอนิกส์ อีกทั้ง เมืองนวัตกรรมด้านการบิน และอวกาศ คาดว่าจะแล้วเสร็จต้นปี 2564 นอกจากนี้ ยังใช้งบประมาณ 3,400 ล้านบาทต่อเนื่องในปี 2563-65 ในการก่อสร้างโรงงานต้นแบบไบโอรีไฟเนอรี เพื่อสนับสนุนการสร้างมูลค่าเพิ่มจากผลผลิตทางการเกษตรและทรัพยากรชีวภาพของไทยต่อไป

“คาดว่าใน3-5 ปีข้างหน้า พื้นที่แห่งนี้จะกลายเป็นแหล่งรวมนวัตกรรมชั้นนำของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ สถาบันการศึกษา, ศูนย์วิจัย, ห้องทดลอง, โรงงานต้นแบบ, โรงงานสาธิต และศูนย์วิเคราะห์ทดสอบชั้นนำ” นายพิเชฐ กล่าวและว่าสำหรับเอกชนที่เข้ามาร่วมดำเนินการวิจัยและสร้างนวัตกรรม มีสิทธิประโยชน์ด้านโครงสร้างพื้นฐาน และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ เช่น ที่พักอาศัย โรงพยาบาล โรงแรม และคอมมูนิตี้ มาร์เก็ต รวมถึงมีการผ่อนปรนกฎหมาย เพื่อเอื้อต่อการทดสอบนวัตกรรมใหม่ รวมถึงส่งเสริมสนับสนุนให้การพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างเต็มศักยภาพ

นายพิเชฐ กล่าวว่า ตามที่ที่ประชุมคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(บอร์ดดีอี)มีมติเห็นชอบในโครงการจัดหาระบบคลาวด์กลางภาครัฐ เพื่อใช้ประโยชน์ข้อมูลขนาดใหญ่(บิ๊กดาต้า) ศูนย์ข้อมูล(ดาต้า เซ็นเตอร์) และคลาวด์คอมพิวติ้ง พร้อมกันนี้ ยังมีมติเห็นชอบในแนวทางและงบประมาณในการจัดหาและให้ดำเนินการจัดหาคลาวด์กลางภาครัฐ โดยทำสัญญา 3 ปี ซึ่งกระทรวงดีอี มอบหมายให้บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)หรือแคท เป็นผู้ดำเนินการจัดทำระบบคลาวด์กลาง และเสนอให้มีการจัดสรรงบประมาณปี 2563-65 เพื่อดำเนินการ คาดว่าจะทำให้รัฐบาลประหยัดค่าเช่าคลาวด์ของประเทศไปได้กว่า 5,000 ล้านบาท

นายพิเชฐ กล่าวว่า แนวทางในการจัดทำระบบคลาวด์กลางภาครัฐ จะออกแบบให้เป็นระบบที่สามารถให้บริการได้กับหลายระบบงานที่มีความต้องการใช้งานที่แตกต่างกัน ทั้งนี้ คาดว่า ภายใน 3 ปี จะสามารถสร้างวิศวกรที่ทำงานเกี่ยวกับคลาวด์ของประเทศได้กว่า 2,500 คน

มติชนออนไลน์

บทความก่อนหน้านี้ศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ : การเสด็จกลับจากชวา ที่ไม่ใช่เกาะชวาของพระเจ้าชัยวรมันที่ 2
บทความถัดไปเริ่มแล้ว ! 15.00 น. ศาลรธน. อ่านคำวินิจฉัย คดียุบพรรคไทยรักษาชาติ