อนุทิน ย้ำ นายกฯต้องมาจากส.ส.-ได้เสียงข้างมาก ลั่นขอเป็นแกนนำสลายขั้วขัดแย้ง

“อนุทิน” ยัน “ภูมิใจไทย” อยู่คนละขั้วทหาร-พปชร. หลังโดน “บิ๊กตู่” สวดนโยบายกัญชาเสรีเลอะเทอะ ย้ำ นายกฯต้องมาจากส.ส.-ได้เสียงข้างมาก ชี้ รัฐบาลหลังเลือกตั้งจะมั่นคง ต้องดึงภท.ไปร่วม พร้อมอาสาเป็นแกนนำสลายขัดแย้ง ไม่เห็นด้วย 250 ส.ว. โหวตนายกฯสวนกระแสประชาชน ลั่น จะเป็นคนลอยอังคารให้คนทำเลือกตั้งโมฆะ เผย ทูตต่างชาติอยากเห็นไทยมีเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.) ให้สัมภาษณ์ประเด็นทางการเมือง โดยกล่าวถึงเสียงตอบรับจากการลงพื้นที่หาเสียง ว่า จากการลงพื้นที่ พบว่าประชาชนให้การตอบรับอย่างอบอุ่น และพรรคได้รับการตอบรับเกินความคาดหมายในเรื่องนโยบายซึ่งเน้นแก้ไขปัญหาปากท้องประชาชนเป็นหลัก โดยการหาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้ ตนได้พบปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน คือประชาชนหยิบแผ่นพับนโยบายของพรรคมาอ่านอย่างละเอียด ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีอย่างหนึ่ง นอกจากนี้ ในพื้นที่ที่มีการปลูกข้าวจำนวนมาก ประชาชนต่างชื่นชอบนโยบายข้าวแบ่งปันกำไร รวมถึงการนำบุรีรัมย์โมเดลไปพัฒนาจุดเด่นของแต่ละจังหวัดเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว

นายอนุทิน กล่าวว่า สำหรับนโยบายการพักหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.) 5 ปี เพราะเราไม่ต้องการให้ลูกหลานรับปริญญาพร้อมกับใบแจ้งหนี้ รวมถึงต้องปลดภาระผู้ค้ำประกัน ใครกู้ยืมคนนั้นต้องเป็นคนจ่าย ไม่ใช่ไปติดตามจากคนอื่น ทั้งนี้ รัฐเองก็มีส่วนก่อให้เกิดหนี้ดังกล่าวด้วย จึงต้องรับภาระในระดับหนึ่ง ส่วนนโยบายปลูกกัญชาเสรี แม้ว่าจะมีเสียงสะท้อนเป็นจำนวนมาก แต่พรรคยืนยันในนโยบายดังกล่าว ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงกัญชาได้ เพราะเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศและประชาชนอย่างแท้จริง ยืนยันไม่ใช่การมอมเมาประชาชน นั่นเป็นวาทกรรมของคนที่คิดไม่ถึงว่านโยบายนี้จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน และในความเป็นจริง ทุกอย่างอยู่ที่การควบคุมโดยกฎหมาย ซึ่งตามข้อเท็จจริง กัญชาไม่ต่างจากเหล้าและบุหรี่ คนที่มีสติสัมปชัญญะในการใช้ก็จะสามารถควบคุมตัวเองได้ แต่ใครที่ใช้มากเกินไปก็ต้องใช้กฎหมายควบคุม อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าการที่พรรคเสนอนโยบายดังกล่าว ไม่ได้เป็นการเสนอให้คนมาเสพกัญชา แต่เป็นการให้สิทธิประชาชนปลูกเพื่อสร้างรายได้ อีกทั้งนโยบายของพรรค ยังป้องกันการผูกขาดสัมปทานกัญชาจากนายทุนเพื่อให้ประชาชนได้พัฒนาหรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์โดยไม่ติดลิขสิทธิ์ทางปัญญา

เมื่อถามว่า จากการแลกเปลี่ยนหารือกับทูตหลายประเทศ เขามองสถานการณ์การเมืองไทยอย่างไร นายอนุทิน ทุกชาติเห็นตรงกันว่าประเทศไทยจำเป็นต้องมีการเลือกตั้ง จึงจะยืนอยู่บนเวทีโลกได้อย่างสง่างาม ไม่ถูกกดดัน ไม่ถูกเอาเปรียบ หรือถูกตั้งเงื่อนไขใดๆ จ้องหน้าใครก็ไม่ต้องก้มหน้าหลบสายตา ดังนั้น รัฐบาลต้องมาจากเสียงของประชาชน

เมื่อถามว่า พรรคภท.ถูกมองว่าใกล้ชิดกับทหาร รวมถึงพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) นายอนุทินกล่าวว่า ถ้าใกล้ชิดจริง ทำไมจึงถูกด่าว่าเลอะเทอะ โดยเฉพาะนโยบายกัญชา ส่วนหลังเลือกตั้ง พรรคจะร่วมรัฐบาลกับใครได้หรือไม่นั้น เราจะยึดประชาชนเป็นหลัก วันนี้พิสูจน์ได้แล้วว่าเราไม่ได้ติดหนี้บุญคุณใครและไม่มีจับมือกับใครก่อน ต่างคนต่างแข่งขันเหมือนกับการตีกอล์ฟที่ต้องทำผลงานของตนเองให้ดีที่สุด และเชื่อว่าจะมีส.ส.มากพอที่จะเข้าไปผลักดันนโยบายและแก้ปัญหาได้ในสภาฯ

เมื่อถามว่า พรรคตั้งเป้าได้จำนวนส.ส.กี่ที่นั่ง นายอนุทิน กล่าวว่า ขอเก็บไว้กับตัวเองและผู้บริหารพรรค ทุกคนทราบหมดว่าจะได้ส.ส.เข้ามากี่คน ซึ่งจะไม่เป็นไปตามผลการสำรวจที่ผ่านมา ทั้งนี้ ตนคาดหวังว่าจะได้ทำในสิ่งที่เป็นประวัติศาสตร์ ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ โดยนำพาประเทศไปข้างหน้าแบบไร้ความขัดแย้ง ตนเชื่อว่าพรรคภท.จะเป็นส่วนที่ทำให้เกิดสิ่งที่ดี ส่วนแนวโน้มรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง จะมีเสถียรภาพหรือไม่นั้น ตนหวังว่าต้องมีพรรคภท.ร่วมรัฐบาล จึงจะทำให้รัฐบาลมีความมั่นคง ถ้ามีพรรคภท. จะไม่มีขั้วและจะบอกทุกฝ่ายให้ไปในทางสายกลาง ตนเชื่อว่าทุกพรรคมีความตั้งใจและอยากเห็นประเทศชาติก้าวหน้า แต่ที่ผ่านมามันไม่มีทางลง ดังนั้น ครั้งนี้ก็สามารถผ่านมาทางพรรคภท.ได้

“แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่พรรคภูมิใจไทยจะสนับสนุน ต้องเป็นส.ส. และมาจากเสียงส่วนใหญ่ของสภาผู้แทนราษฎร เราไม่ยอมให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้มาจากประชาชนมาเป็นผู้กำหนด เรารับไม่ได้ที่จะให้คนที่ไม่ได้มาจากประชาชนมาเลือกนายกฯ และไม่เห็นด้วยกับการที่ให้ 250 ส.ว.มาโหวตเลือกนายกฯ รวมถึงการเป็นนายกฯเสียงข้างน้อยที่มีคะแนนปริ่มๆ ประเทศจะเสียหาย ดังนั้น ส.ส.ต้องตระหนัก ทำให้นายกฯสง่างามและรัฐบาลสามารถทำงานได้ตามกลไกรัฐสภาที่มีฝ่ายบริหารและฝ่ายตรวจสอบ ที่ผ่านมาเราเสียโอกาสมามากแล้ว คน 500 คนจะไปเดินตามคน 250 คนได้อย่างไร แต่คน 500 คนต้องเป็นผู้นำคน 250 คน เพราะพวกเขาเป็นตัวแทนของคนไทย ต้องมีเสียงดังและสิทธิที่มากกว่า” นายอนุทินกล่าว

เมื่อถามถึงกรณีมีกระแสข่าวว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)จะไม่ขึ้นเวทีปราศรัยในวันที่ 10 มีนาคม ที่จ.นครราชสีมา นายอนุทินกล่าวว่า แต่ละพรรคมีกลยุทธ์กลเม็ด แต่วิธีการสร้างความนิยมนั้น ตนขอให้ทุกพรรคต่อสู้บนความยุติธรรม อย่าชกใต้เข็มขัด และตนไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์ใคร อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าพรรคภท.ไม่เล่นกีฬาสีอีกแล้ว และมองว่าสิ่งสำคัญของการทำงานการเมืองนั้น ไม่ใช่การเป็นรัฐบาล แต่คือการที่นักการเมืองต้องนำพาตัวเองไปเป็นผู้แทนราษฎร นี่คือสิ่งที่ถือว่าประสบความสำเร็จในอาชีพนักการเมือง

เมื่อถามว่า มีความกังวลหรือไม่ต่อกระแสข่าวที่ว่า หากมีบางคนไม่ชนะการเลือกตั้ง การเลือกตั้งอาจจะเป็นโมฆะได้ นายอนุทินกล่าวว่า คนตัดสินคือประชาชน คนสั่งการให้ใครเป็นอะไรคือประชาชน ดังนั้น ใครจะมา T.K.O.(แพ้น็อก) หรือจะไปน็อกพี่น้องประชาชนที่มีสิทธิ์เลือกตั้งทั้งประเทศ ภาษาฝรั่งเขาเรียกว่า Be my guest(เชิญตามสบาย) ส่วนผมจะเป็นคนลอยอังคารให้

มติชนออนไลน์

บทความก่อนหน้านี้“อุตตม”ลั่น ลุยอีสานสัปดาห์นี้ เดินหน้าปราศรัยเหมือนเดิม แม้ “ประยุทธ์” ถอย ไม่กล้าเสี่ยง
บทความถัดไปแพทย์ พิจิตร : จุดท้าทายขนบ จาก “ศรีธนญชัย” ถึง “เนติวิทย์”