มติออก! ชง กก.เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชุดใหญ่ชี้ขาดข้อเสนอ 13 เม.ย.ทุกปีห้ามขายเหล้า!

กก.ควบคุบเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีมติเสนอ กก.ชุดใหญ่รองนายกเป็นปธ. ชี้ขาด 13 เม.ย.ทุกปีห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือไม่

เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์  ที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)  นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.)  เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ว่า ได้มีการพิจารณามาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2562 ซึ่งจากจากข้อมูลผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2555-2559 พบว่ามีอัตราการบาดเจ็บ เสียชีวิตจากการจราจรทางถนนที่เกี่ยวเนื่องกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเป็นผู้ดื่ม 44,590 คน คิดเป็นร้อยละ 32.5 จากจำนวนผู้ประสบอุบัติเหตุทั้งสิ้น 137,385 คน โดยพบการบาดเจ็บ เสียชีวิตสูงสุดในวันที่ 13 เมษายน  โดยเป็นกลุ่มอายุ 15-19 ปีมากที่สุด ทั้งนี้พบปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดของผู้ขับขี่เกินค่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็น ซึ่งเป็นค่ามาตรฐานที่กำหนด สูงถึงร้อยละ 80 สำหรับวันอื่นๆ ในเทศกาลสงกรานต์พบว่าอัตราการเกิดอุบัติเหตุ บาดเจ็บ และเสียชีวิตไม่ได้แตกต่างจากวันปกติ

“ดังนั้น ที่ประชุมจึงมีมติให้วันที่ 13 เป็นวันงดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่นเดียวกับการห้ามจำหน่ายในวันพระใหญ่ โดยจากนี้จะมีการเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ ที่มีพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ในเดือนมีนาคมนี้ เพื่อพิจารณาออกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันที่ 13 เมษายน  2562 นำร่องก่อน หากพบว่าได้ผลดีจะมีการเสนอให้มีการประกาศงดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันที่ 13 เมษายนของทุกปีต่อไป” นพ.สุขุม กล่าว

ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้พิจารณามาตรการลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลอื่นๆ อีก เช่น การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด การกำหนดช่วงเวลาจำหน่าย การจัดโซนนิ่งเล่นน้ำสงกรานต์ เป็นพื้นที่ห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับจังหวัดจัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจร่วมดำเนินการกับศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนทุกจังหวัด เน้นการแยกผู้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ให้มีการขับขี่ยานพาหนะ อีกทั้งยังได้ขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารรณสุข และหน่วยราชการในสังกัดอื่นๆ ขอให้งดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่ราชการ อย่างไรก็ตาม ขอย้ำว่าการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สามารถทำได้ตามที่กฎหมายกำหนด ดื่มเพื่อสังสรรค์ ดื่มแล้วไม่ขับขี่ยานพาหนะเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง และคนอื่น และต้องเพิ่มความระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนน ถึงเราไม่เมา แต่ก็ไม่รู้ว่าคนอื่นเป็นอย่างไร

มติชนออนไลน์

บทความก่อนหน้านี้ไต่สวนโจทก์ปากเเรกคดีทุจริตบ้านเอื้อ 3 มิ.ย.ให้นำคู่ความเบิก 82 พยาน อัยการยื่่นริบ 1.4 พันล.
บทความถัดไปแบงก์ชาติลุยตรวจเข้มสินเชื่อรถยนต์พบเติบโตสูง-หนี้เสียจ่อเพิ่ม