“ภูมิใจไทย” ชี้ นโยบายกัญชาเสรี เสียงตอบรับดี คนทั่วไปชื่นชอบ

“เศรษฐพงค์” เผย นโยบายกัญชาเสรี เสียงตอบรับดี มั่นใจสร้างรายได้ ลดคนจน ไม่ต้องรอเงินจากบัตรทุกชนิด – ขอบคุณ “บิ๊กตู่” ติง ไอเดียครม.สัญจรทุกสัปดาห์ ระบุ บางปัญหาต้องไปเห็นเอง ไม่ใช่จินตนาการ แต่ก็ไม่ใช่ไปแบบเปะปะ

เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ทีมประชาสัมพันธ์พรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ โฆษกพรรคภูมิใจไทย(ภท.) กล่าวถึงป้ายนโยบายการปลูกกัญชาเสรีของพรรคภท.ว่า ความจริงแล้ว พรรคให้ความสำคัญในทุกนโยบาย เรามีกระแสตอบรับเป็นอย่างดีในหลายด้าน แต่กระแสตอบรับเรื่องการปลูกกัญชาเสรี เป็นเรื่องหนึ่งที่คนรุ่นใหม่ เกษตรกร ประชาชนทั่วไปชื่นชอบ เพราะสามารถสร้างรายได้ให้คนทั้งประเทศและยังสามารถเพาะปลูกในที่พักอาศัยได้

“การติดป้ายประชาสัมพันธ์ทั่วประเทศ เพราะมองเห็นว่าการปลูกกัญชาเสรี ต้องการให้เป็นพืชเศรษฐกิจ เรายึดแคลิฟอร์เนียโมเดลที่เขาทำแล้วประสบความสำเร็จในการสร้างรายได้ต่อปีมากถึง 1.9 ล้านล้านบาท และในอนาคต มูลค่าทางการตลาดจะสูงถึง 4.6 ล้านล้านบาท  ดังนั้น เราจะปิดกั้นโอกาสที่คนไทยและรัฐบาลจะมีรายได้ทำไม พรรคภูมิใจไทยผลักดันนโยบายให้กัญชาให้เป็นพืชเศรษฐกิจ เพราะทรัพยากรของประเทศไทย มีดิน น้ำ อากาศ ที่สามารถทำสายพันธุ์กัญชาให้เป็นเบอร์ 1 ของโลก อีกทั้งประโยชน์ต่างๆนั้นคุ้มค่า เพราะเป็นยารักษาโรค เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ในอาหาร เครื่องดื่ม และเพิ่มการพักผ่อนสันทนาการในครัวเรือน”โฆษกพรรคภท.กล่าว

พ.อ.เศรษฐพงค์ ยังระบุอีกว่า เมื่อพรรคภท.เป็นรัฐบาล จะเสนอให้แก้ไขพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ยาเสพติดปี 2522 ปลดล็อกให้ประชาชนทั่วไปสามารถปลูกกัญชาได้เสรี โดยขอย้ำว่าคนที่ปลูกกัญชาได้ต้องขึ้นทะเบียนกับทางรัฐบาลให้ถูกต้อง และแต่ละบ้านสามารถปลูกได้เพียง 6 ต้น เสียภาษีให้รัฐ ต้นละ 30 บาท ทำให้รัฐบาลมีรายได้เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก ขณะเดียวกัน กัญชา 1 ต้น ออกดอกได้ 1 กิโลกรัม ซึ่ง 1 กิโลกรัม มีมูลค่า 70,000 บาท และ 1 บ้าน มี 6 ต้น สามารถ สร้างรายได้ต่อปีคือ 420,000 บาท จะทำให้คนจนลดลง ไม่ต้องรอเงินจากบัตรทุกชนิด

พ.อ.เศรษฐพงค์ ยังกล่าวถึงกรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ระบุถึงความเห็นเรื่องการลงพื้นที่คณะรัฐมนตรี(ครม.)สัญจรทุกสัปดาห์ของพรรคภท. หากได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทางพรรคให้ความเห็นจริง แต่หากเราเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ก็ไม่สามารถที่จะลงพื้นที่แบบเปะปะได้ การให้ความเห็นเช่นนี้ไม่ใช่การตอบโต้พล.อ.ประยุทธ์ เพราะต้องขอบคุณที่ท่านให้ความเห็นในฐานะผู้ใหญ่ของบ้านเมืองที่มีประสบการณ์ แต่การจะลงพื้นที่ใดก็ต้องมีคณะทำงาน การกลั่นกรองในปัญหาที่สะสมยาวนาน การลงไปในจังหวัดต่างๆต้องไปเพื่อคลายความเดือดร้อนของประชาชนเป็นหลัก เราถือเป็นสถาบันการเมือง การลงแบบใกล้ชิดประชาชนถือเป็นเรื่องที่ดี บางปัญหาเราต้องฟังเอง ไปให้เห็นกับตา เราจะไม่ต้องต้องจินตนาการเพื่อช่วยเหลือ เพราะหากเรารอเพียงรายงานก็ไม่สามารถเข้าถึงประชาชนได้ ทุกคะแนนที่ทุกคนให้กับพรรคภท. เราจะตอบแทนด้วยการทำงานแก้ปัญหาความเดือดร้อนและเรื่องความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น

มติชนออนไลน์

บทความก่อนหน้านี้บทวิเคราะห์ : “เรียล ดีมานต์” ตลาดอสังหาฯบนความต้องจริง ไร้ปลุกเสกปั้นแต่ง
บทความถัดไป“ฮาคีม” เดินทางถึงออสเตรเลียแล้ว เผยขอบคุณทุกฝ่ายพากลับบ้านอย่างปลอดภัย