เปิดหนังสือแจงรัฐบาลผลงาน421หน้า รองโฆษก ทษช. บอกหาความจริงไม่เจอ ฝากจารึก ปวศ. ” นาฬิกายืมเพื่อน-รวยกระจุก จนจะตายทั้งประเทศ”

ทษช เปิดคำนิยมหนังสือแจงผลงานรัฐบาลประยุทธ 421 หน้า หาความจริงไม่เจอ ฝาก คสช. บันทึกประวัติศาสตร์ ต้องจารึก” นาฬิกายืมเพื่อน-รวยกระจุก จนจะตายทั้งประเทศ”

ผศ.ดร.อรุณี กาสยานนท์ รองโฆษกพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวถึง กรณีการที่รัฐบาลจัดทำหนังสือเพื่อแถลงผลงานปีที่ 4 ประจำปี 2561 ของรัฐบาลจำนวน 421 หน้า โดยรัฐบาลได้แสดงให้เห็นผลการดำเนินงานในด้านต่างๆ ทั้ง 6 ด้าน สร้างความปรองดองสมานฉันท์ ความมั่นคง สังคม เศรษฐกิจ การต่างประเทศ กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม และแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ พร้อมเตรียมทำฉบับย่อแจกจ่ายประชาชนเพื่อให้ประชาชนรับทราบ
ผศ.ดร.อรุณี กาสยานนท์ กล่าวว่า ถ้ารัฐบาลมีวัตถุประสงค์ในการจัดทำหนังสือเพื่อจารึกประวัติศาสตร์การบริหารงานของรัฐบาลด้วยตัวเลขหรือข้อมูลที่สวยหรูหรือสร้างบันทึกให้ประชาชนจดจำคงเป็นเรื่องยาก เนื่องจากข้อเท็จจริงที่ปรากฎตลอด ในระยะเวลาเกือบ 5 ปี ของการบริหารประเทศภายใต้รัฐบาลของพลเอกประยุทธ์ จันทราโอชา ประเทศไทยขึ้นติดอันดับ 1 ของโลกเรื่องความเหลื่อมล้ำทางสังคมและการกระจายรายได้ “รวยกระจุกจนกระจาย” 5 ปี ที่มีการใช้จ่ายงบประมาณทางด้านกลาโหมสูงที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ ความเห็นของปปช.นาฬิกายืมเพื่อนได้สร้างมาตราฐานทางจริยธรรมใหม่ของสังคมจนเกิดคำถาม บัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ช่วยคนมีรายได้ 14 ล้านคน กลับกลายเป็นการตราหน้า ว่าเป็น “คนจน” และหมดโอกาสการเข้าถึงแหล่งทุนจากธนาคาร ต้องรอรับความช่วยเหลือจากรัฐบาลเท่านั้น ขณะท่ีนโยบายหลายๆอย่างที่ไม่ได้คิดใหม่ หรือทำใหม่เลย โร๊ดแม๊ปเลือกตั้งไม่มีความชัดเจนในการกำหนดวันเลือกตั้งเลื่อนมาโดยตลอดจนนานาประเทศต้องสอบถามความชัดเจนแทนคนไทย และสุดท้ายปัญหาเศรษฐกิจที่ไม่เคยแก้ไขได้ ประชาชนยากจนลงทุกวัน โดยเห็นได้จากการต่อแถวยาวเป็นกิโลเมตร เพื่อกดเงินจำนวน 100 บาทจากบัตรสวัสดิการ สิ่งเหล่านี้คงจะเป็นเรื่องที่ประชาชนคนไทยจดจำได้ง่ายกว่า
สุดท้ายฝากถึงรัฐบาลว่า น่าจะใช้เงินภาษีของประชาชนให้คุ้มค่า ดีกว่าเอาเงินภาษีมาจัดทำหนังสือที่ไม่ได้สะท้อนสภาพปัญหาและความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในสังคมเลย

บทความก่อนหน้านี้This page is intentionally left blank หน้าว่างในประวัติศาสตร์ ของวัตถุธรรมดาสามัญ ในสภาพแวดล้อมของศิลปะที่ถูกมองข้าม (จบ)
บทความถัดไปE-DUANG : โซเชียล มีเดีย กับ การเลือกตั้ง ยิ่งมีบทบาท ยิ่งมีความร้อนแรง