ประเทศอาเซียนประสานเสียง ร่วมปฏิวัติอุตสาหกรรมสู่ยุค4.0

นายดาโต๊ะ ปาดูกา ลิม จ๊อก ฮอย เลขาธิการอาเซียน กล่าวในงานสัมมนาพิเศษ “เตรียมความพร้อมอาเซียนรับ 4IR หรือการเข้าสู่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม4.0 จัดโดยกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประเทศไทยเป็นประธานอาเซียน ว่า 4IR มีผลกระทบต่อบุคคล จากวิถีชีวิต การทำงาน การทำธุรกิจ และการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน ซึ่งตรงกับการเป็นประธานอาเซียนของไทยในปีนี้ ที่ให้ความสำคัญกับความเป็นหุ้นส่วนความยั่งยืน และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ซึ่งสามารถนำมาใช้ได้ในยุคสมัยปัจจุบันที่กำลังมีการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัล ซึ่งความท้าทายและโอกาสใหม่ๆที่เกิดจากการปฏิวัติอุตสาหกรรม ครั้งที่ 4 ไม่เพียงส่งผลกระทบแค่เพียงด้านเศรษฐกิจ แต่ยังส่งผลกระทบในเกือบทุกแง่มุมของชีวิต

เลขาธิการอาเซียน กล่าวต่อว่า อาเซียนมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยมูลค่าจีดีพีรวมเกือบ 2.8 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯในปี 2560 เพิ่มขึ้นกว่าสี่เท่าจากปี 2543 หรือเติบโตเฉลี่ยปีละ5.3 % และอาเซียนถูกตั้งเป้าให้เป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่สุดอันดับ 4 ของโลกภายในปี 2573 ดังนั้น อาเซียนต้องตักตวงโอกาสที่เกิดขึ้นจาก4IR เพราะการส่งสริมดิจิทัลไม่เพียงแต่ทำให้การประกอบธุรกิจสะดวกและง่ายมากขึ้น แต่ยังรวมถึงการบริหารจัดการภาครัฐและการบริการสาธารณะที่ดีขึ้นด้วย เทคโนโลยีข้อมูลและดิจิทัลก่อให้เกิดความพยายามที่จะพัฒนาสังคม ผ่านการคุ้มครองทางสังคมที่ดีขึ้น การบริหารจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติ และการเข้าถึงบริการทางการเงิน เป็นต้น นอกจากนี้ หุ่นยนต์ ปัญญาประดิษฐ์ และระบบอัตโนมัติ กำลังพัฒนาระบบการปฏิบัติการและการจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล จำเป็นต้องตระเตรียมปัจจัยดังกล่าวข้างต้นทั้งหมดเพื่อเตรียมพร้อมภูมิภาคสำหรับยุคใหม่

นางจูเลีย ทิจาจา ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการอาเซียน กล่าวว่า ได้ประเมินตลาดดิจิทัลในอาเซียน พบว่า มีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยมีอัตราผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้น 3 เท่าใน 10 ปี ทุกวันนี้การใช้สมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้น รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีต่างๆมีการใช้เอไอ โรบอท ในอุตสาหกรรม โดยอาเซียนมีเศรษฐกิจดิจิทัลเป็น7% ของจีดีพีอาเซียน คาดว่าจะเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจได้ 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯภายในปี 2568 แต่มีเพียง16 % ที่ธุรกิจเอสเอ็มอีใช้ประโยชน์จากดิจิทัล ถือเป็นความท้าทายของอาเซียนที่ต้องให้เอสเอ็มอีนำดิจิทัลไปใช้ในธุรกิจของตนเอง ขณะเดียวกันแรงงานในอนาคตของประเทศอาเซียน เช่น กัมพูชา อินโดนีเซีย ไทย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เวียดนาม สัดส่วน 54-56% ต้องรับมือระบบอัตโนมัติ ซึ่งยุคปฏิวัติอุตสหกรรม 4IR มีวัฒนาการที่รวดเร็วและรุนแรงและเปลี่ยนโฉมหน้าระบบเศรษฐกิจและสังคม ดังนั้นต้องเตรียมความพร้อมในการรับมือกับ 4IR

นายอรินทร์ จิรา ประธานที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน กล่าวว่า อุตสหกรรม 4.0 ได้เข้ามาและมีผลกระทบแล้ว ซึ่งการปฏวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ได้เปลี่ยนวิธีการทำธุรกิจ เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ซึ่งธุรกิจขนาดใหญ่บางแห่งได้เริ่มปรับตัว และนำ4IR มาใช้แล้ว แต่ธุรกิจระดับเอสเอ็มอียังไม่ได้ทำอะไรมากหรือรับมือกับการปฏิวัติครั้งนี้ ดังนั้นเอสเอ็มอีต้องเรียนรู้และปรับตัวกับสิ่งใหม่ที่กำลังเกิดขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงและให้ธุรกิจเติบโตต่อไปได้

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจราการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า ทุกคนเห็นตรงกันว่า ประเทศอาเซียนจะต้องตื่นตัวกับการปฏิวัติอุตสาหกรรม 4.0 และเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมากขึ้น บางธุรกิจก็เริ่มนำเอไอ โรบอท มาช่วยในการทำงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนั้นการสร้างการรับรู้ให้กับผู้เกี่ยวข้องมีความสำคัญมาก รวมไปถึงด้านการศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมของคนในการเข้าสู่ยุค4IR เพราะเมื่อทุกคนรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงก็จะสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงนั้นได้ ดังนั้นทุกประเทศในอาเซียนจะต้องร่วมมือกันเพื่อให้ก้าวทันกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ

บทความก่อนหน้านี้‘ภูมิใจไทย’มั่นใจปักธงเขตบางแค ‘จิตรภณ’ ขอสู้เต็มที่-ขอโอกาสปชช.ทำงานพื้นที่้เกิด
บทความถัดไปยิลเลตต์เปิดแคมเปญ “ดูแลทุกใบหน้า เพื่อหน้าตาของชาติไทย” ส่งวิดีโอออนไลน์ ปลุกกระแสเชียร์ฟุตบอลทีมชาติ “ช้างศึก”