‘หญิงหน่อย’ ถาม มาตรฐานอยู่ไหน!? ห้ามพท.ใช้สถานที่ราชการ แต่บางพรรค ทำไมยังใช้ได้

แฟ้มภาพ

“หญิงหน่อย” ถาม “ผู้ใหญ่” ห้ามใช้สถานที่ราชการนั้น เป็นการไม่ให้ใช้บางพรรคหรือไม่ให้ใช้ทุกพรรค พร้อมขอบคุณหากส่งเจ้าหน้าที่มารักษาความปลอดภัยทั้งที่ไม่ได้ขอ แต่ควรสวมเครื่องแบบมา

วันที่ 11 มกราคม เวลา 16.30 น. ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงการดำเนินการของ พท.หลังจากเกิดเหตุการณ์ห้ามให้พื้นที่ปราศรัยที่ จ.พะเยา ว่า ที่ผ่านมาเพื่อไม่ให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบ ทางราชการจะให้ใช้สถานที่ราชการทุกครั้ง เช่น สนามหลวง หรือตามสนามกีฬาของจังหวัดต่างๆ เพียงแต่ในห้วงนี้เวลาห่างกันไม่เท่าไหร่ พรรคการเมืองของฝ่ายราชการก็ใช้สนามกีฬา 700 ปีของ จ.เชียงใหม่ หรือแม้แต่ใน จ.พะเยาเอง ก่อนหน้าที่ พท.จะลงพื้นที่ก็มีการใช้สถานที่ราชการถึง 2 ครั้ง จึงอยากเรียกร้องความชัดเจนจากผู้มีอำนาจ ตกลงการที่ไม่ให้ใช้สถานที่ราชการนั้น เป็นการไม่ให้ใช้บางพรรค หรือไม่ให้ใช้ทุกพรรค และหากไม่ให้ใช้ทุกพรรค เหตุใดที่ผ่านมาจึงมีบางพรรคใช้ได้ แต่บางพรรคใช้ไม่ได้ เรื่องแบบนี้จะจัดการอย่างไร และจะมีมาตรฐานอย่างไร ก็ขอให้ท่านมีความชัดเจนว่า เราจะต้องทำอย่างไร เพราะที่ทำก็ไม่ได้แตกต่างจากที่พรรคที่สนับสนุนรัฐบาลทำเลย

“เราได้รับหนังสืออนุญาตจากทางราชการจนไปตั้งเวทีได้ แต่อยู่ๆ ก็มีการแจ้งยกเลิกตอนประมาณ 22.00 น. ซึ่งเรานัดหมายประชาชนไว้เวลา 09.00 น. เราไม่สามารถไปยกเลิกคนหลายพันคนได้ทันในช่วงเวลาเท่านั้น ทั้งนี้เราไม่อยากให้ข้าราชการเดือดร้อน เรารู้ว่าเขาถูกบังคับมาจากข้าราชการผู้ใหญ่ ซึ่งโทรมาคุยกับดิฉันว่าได้รับคำสั่งจากผู้ใหญ่ใน กทม. ว่า อย่าให้มีการปราศรัยเกิดขึ้นโดยเด็ดขาด เราจึงไม่เข้าไปในสถานที่ที่เขาห้ามเลย แล้วใช้รถเครื่องเสียงขนาดเล็กพร้อมขออนุญาตพูดคุยกับประชาชน ซึ่งตนเองว่า เป็นการเลือกตั้งที่ไม่แฟร์” คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ส่วนความเสียหายที่เกิดขึ้น ตัวผู้สมัครอาจจะดำเนินการฟ้องร้อง เพราะเขาได้รับหนังสืออนุญาตอย่างเป็นทางการ เขาก็ไปลงทุน ลงแรง สร้างเวทีและกางเต็นท์เรียบร้อยแล้ว โดยจะเป็นการฟ้องไปที่หน่วยงานก่อน แล้วหน่วยงานที่ได้รับคำสั่งที่ไม่ชอบมาก็ต้องแก้ต่าง

เมื่อถามว่า จะปรับแผนอย่างไรในการลงพื้นที่จังหวัดอื่น หลังมีคำสั่งห้ามในลักษณะนี้ออกมา คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ต่อไปจะปฏิบัติให้มีมาตรฐานอย่างไรก็ขอให้ชัดเจน เราจะได้ทำถูก เพราะเราก็ไม่รู้ว่าจะปรับแผนอย่างไร เนื่องจากเราทำถูกต้องตามกฎหมายแล้ว

เมื่อถามว่า จะบอกไปยังเจ้าหน้าที่อย่างไรว่าเราไม่ต้องการเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในลักษณะที่มาแอบติดตาม คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า หากเป็นเจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร หรือเจ้าหน้าที่ที่ใส่เครื่องแบบ แล้วเขามาช่วยดูแลเรา ตนจะเดินไปขอบคุณเขาทุกครั้งที่มาช่วยดูแลเราและประชาชนจำนวนมาก แต่กรณีที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมาพักใหญ่แล้วก่อนจะมาเกิดขึ้นอีกที่ จ.เชียงราย ซึ่งมีชายฉกรรจ์ไม่ปรากฏสังกัดเดินตามเราจำนวนมาก ไม่ใช่เพียงคนสองคน พร้อมกับเดินไปถ่ายภาพทุกจุด เราก็ต้องถามว่าเขาเป็นใคร เพราะคนที่มาตามตนก็ไม่ได้มีมากมาย เลขาฯก็เป็นผู้หญิง การที่หน่วยงานราชการจะส่งคนมาอารักขาเป็นเรื่องที่ต้องขอบคุณ แม้ว่าเราจะไม่ได้ขอ แต่ถ้าจะให้ดีขอให้ใส่เครื่องแบบแสดงตัวให้ชัด ไม่ใช่มาแบบที่เราเป็นโจรเป็นผู้ร้าย หรือมาสะกดรอยตามเรา

บทความก่อนหน้านี้‘รังสิมา’ มั่นใจ! ชาวแม่กลองยังเลือก เล็งเอาผิดคนปล่อยข่าวถูกตัดสิทธิ์เพราะติดข้อหากบฏ
บทความถัดไป“วราวุธ” ลั่น! ศิลปอาชาภาค 2 มันกว่าภาคแรก ส่งผู้สมัครมากสุด ชูนโยบายเกษตรพรึบ!