อุทธรณ์ยืนยกฟ้อง ‘พธม.-สมณะโพธิรักษ์-คนไทยหัวใจรักชาติ’ ไม่ผิดพ.ร.บ.มั่นคงฯ ชุมนุมค้านรบ.อภิสิทธิ์

ศาลอุทธรณ์ยืนยกฟ้อง “พธม.-สมณะโพธิรักษ์-เครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติ” ไม่ผิด พ.ร.บ.มั่นคงราชอาณาจักรฯ หลังชุมนุมค้านรัฐบาลอภิสิทธิ์ ปี’54 ปมขึ้นมรดกโลกปราสาทพระวิหาร ชี้ ประกาศห้ามเข้าพื้นที่ถนนรอบทำเนียบ ไม่มีสภาพบังคับ เหตุการออกประกาศไม่เป็นไปตามขั้นตอน พ.ร.บ.ความมั่นคง ประกาศลงราชกิจจาฯ หลังชุมนุม “สนธิ” มาศาล ผ่ายผอมแต่หน้าตาสดใส

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม ที่ศาลแขวงดุสิต ถนนนครไชยศรี ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีหมายเลขดำ อ.607/2548 ที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 3 (ดุสิต) เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง, นายสนธิ ลิ้มทองกุล, นายประพันธ์ คูณมี, นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์, สมณะโพธิรักษ์, นายสุริยะใส กตะศิลา, นายเทิดภูมิ ใจดี, นายพิภพ ธงไชย, นายรัชต์ยุตม์ หรืออมร ศิรโยธินภักดี, นายทศพล แก้วทิมา แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.), กลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติและเครือข่ายประชาชนปกป้องแผ่นดิน เป็นจำเลยที่ 1-10 ในความผิดฐานร่วมกันฝ่าฝืนประกาศ และข้อกำหนดห้ามบุคคลหรือกลุ่มบุคคลเข้า หรือให้ออกจากบริเวณพื้นที่ หรือสถานที่ที่กำหนด ตาม พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551

โดยอัยการยื่นฟ้องคดีเมื่อวันที่ 10 มี.ค.58 สืบเนื่องกรณีเมื่อวันที่ 8 ก.พ.54 กลุ่ม พธม.และกลุ่มที่ใช้ชื่อ “เครือข่ายประชาชนคนไทยหัวใจรักชาติ” ได้ตั้งเวทีชุมนุมที่เชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ ซึ่งแกนนำได้สลับกันขึ้นเวทีปราศรัยโจมตีการบริหารประเทศของรัฐบาลกรณีความสัมพันธ์ไทยกับกัมพูชา อันเป็นการฝ่าฝืนประกาศ ที่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ประกาศให้เป็นพื้นที่มีเหตุการณ์กระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร

จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธสู้คดี ซึ่งระหว่างการพิจารณาจำเลยได้รับการปล่อยชั่วคราวไป และวันนี้ทุกคนก็เดินทางมาฟังคำพิพากษาอุทธรณ์ โดย “นายสนธิ” อดีตแกนนำ พธม.ที่ถูกคุมขังในเรือนจำคดีความผิด พ.ร.บ.ตลาดหลักทรัพย์ ก็ถูกเบิกตัวมาฟังคำพิพากษาด้วย โดยมีสีหน้าสดใส แต่ร่างกายค่อนข้างผอมกว่าเดิม ซึ่งกลุ่มแกนนำเมื่อเจอกันก็ทักทายพูดคุยกันด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

ขณะที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลแขวงดุสิตให้ยกฟ้อง เนื่องจากการออกประกาศพื้นที่ห้ามบุคคลเข้า-ออก บริเวณถนนราชดำเนิน ดุสิต และพื้นที่ใกล้เคียงรอบทำเนียบของ ผบ.ตร.ในฐานะ ผอ.ศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อย ออกในวันที่ 9 ก.พ.54 นั้นไม่มีสภาพใช้เป็นกฎหมาย เนื่องจากก่อนหน้านี้คำสั่งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรที่ 45/2554 เรื่องจัดตั้งศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยที่ให้ ผบ.ตร.เป็น ผอ.ศูนย์ฯ ก็ลงประกาศในราชกิจจาฯ มีผลบังคับใช้วันที่ 18 ก.พ.54 ก็หลังจากการชุมนุม ดังนั้นบรรดาการกระทำก่อนคำสั่งนั้นจะประกาศใช้จึงเป็นการทำไปโดยไม่มีอำนาจ

มติชนออนไลน์

 

บทความก่อนหน้านี้20 ธ.ค.“วิญญัติ” บุกป.ป.ช.จี้ไต่สวนหาคนผิดสร้าง 396 โรงพักร้าง
บทความถัดไป‘ผมเป็นคนเขียนในรธน. ให้สว.มีสิทธิ์โหวตนายกฯ…’ ฟังวันชัย เปิดใจปลื้ม มีส่วนให้อำนาจสว.