ศาลหมายจับ’กำนันเซี๊ยะ–เมีย’เบี้ยวนัดฟังฎีการุกที่ธนารักษ์ปี44-45 ลุ้นอ่าน 17 ม.ค.62

นายประชา โพธิพิพิธ หรือกำนันเซี๊ยะ นางเขมพร ภรรยา

เมื่อวันที่ 7ธันวาคม ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขดำ อ.4849/2554 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 1 เป็น โจทก์ยื่นฟ้อง นายประชา โพธิพิพิธ หรือกำนันเซี๊ยะ อายุ 75 ปี ผู้กว้างขวางใน จ.กาญจนบุรี และนางเขมพร ต่างใจเย็น ภรรยา อายุ 52 ปี เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานร่วมกันบุกรุกและยึดถือครอบครองที่ดินของรัฐในความครอบครองดูแลของรัฐ ตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 9 , 108 ทวิ และให้จำเลยทั้งสองกับบริวารออกจากที่ดินพิพาทด้วย กรณีวันที่ 29 พ.ย. 44 – 8 ก.พ. 45 ทั้งสองร่วมกันบุกรุกและยึดถือ ครอบครองที่ดิ ของรัฐ มากกว่า 50 ไร่ ซึ่งอยู่ในความดูแลของสำนักงานธนารักษ์ พื้นที่ จ.กาญจนบุรี โดยแผ้วถางป่าและไถปรับพื้นที่ทำถนน สร้างบ้านพักอาศัย บ้านพักคนงานและคอกปศุสัตว์ในที่ดินเนื้อที่เกินกว่า 50 ไร่ โดยไม่มีสิทธิและไม่ได้รับอนุญาต ที่หมู่ 2 ต.ช่องด่านและหมู่ที่ 2 ต.หลุมรัง อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี โดยอัยการโจทก์ ฟ้องเมื่อวันที่ 24 พ.ย. 54

ซึ่งจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธต่อสู้คดีมาโดยตลอดว่า ไม่มีเจตนาบุกรุกที่ดินพิพาทดังกล่าว มีความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9 (1) และมาตรา 108 ทวิ ฐานร่วมกันเข้าไปยึดถือครอบครองที่ดินของรัฐอันเป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะเป็นเนื้อที่เกินกว่า 50 ไร่ , ฐานร่วมกันเข้าไปยึดถือครอบครองที่ดินของรัฐอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ และฐานร่วมกันเข้าไปยึดถือครอบครองที่ดินของรัฐ

โดยคดีนี้ชั้นต้นมีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 24 มี.ค.58 ให้จำคุกจำเลยทั้งสอง คนละ 11 ปี 4 เดือน และให้จำเลยทั้งสอง รวมทั้งบริวารออกจากที่ดินดังกล่าวด้วย นอกจากนี้ให้นับโทษ “นายประชาหรือกำนันเซี๊ยะ” จำเลยที่ 1 รวมกับคดีหมายแดง อ.2830/2557 กรณีบุกรุกที่ดิน อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี ที่ศาลอาญาให้จำคุก 1 ปีโดยไม่รอลงอาญาด้วย

ขณะที่จำเลยยื่นอุทธรณ์คดีซึ่งระหว่างอุทธรณ์จำเลยทั้งสองได้ประกันตัวคนละ 1 ล้านบาท และมีการเลื่อนอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ถึง 2 ครั้งเนื่องจากจำเลยไม่มาศาล กระทั่งวันวันที่ 8 ส.ค.59 ศาลได้อ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลย โดยศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษาแก้เป็นให้ยกฟ้องจำเลยทั้งสองเนื่องจากพฤติการณ์มีเหตุให้จำเลยทั้งสองเข้าใจโดยสุจริตว่า จำเลยมีสิทธิที่จะกระทำได้ จึงขาดเจตนาในการกระทำผิด ฐานบุกรุก เข้าไปยึดครองที่ดินของรัฐ จำเลยจึงไม่ผิดตามฟ้อง

ต่อมา “อัยการโจทก์” จึงยื่นฎีกา ซึ่งศาลได้นัดอ่านคำพิพากษาฎีกาครั้งแรกในวันนี้ แต่เมื่อถึงเวลานัดปรากฏว่าจำเลยไม่มาปรากฏตัวต่อหน้าศาล ศาลจึงเลื่อนนัดอ่านคำพิพากษาฎีกาออกไปเป็นวันที่ 17 ม.ค.62 เวลา 09.00 น. โดยให้ออกหมายจับติดตามตัวจำเลยทั้งสองมาฟังคำพิพากษาฎีกาตามกำหนดนัดดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากถึงกำหนดอ่านคำพิพากษาฎีกาดังกล่าวแล้ว ทั้งสองไม่มาปรากฏตัวต่อหน้าศาล ตามกฎหมายเมื่อศาลออกหมายจับให้ติดตามตัวภายใน 1 เดือนแล้วยังติดตามตัวจำเลยไม่ได้ ศาลก็จะพิจารณาอ่านคำพิพากษาลับหลัง (โดยไม่มีตัวจำเลย) ได้ต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับ“นายประชาหรือกำนันเซี๊ยะ และ นางเขมพร ภรรยานั้น ปัจจุบันมีหมายจับติดตัวในคดีที่ต้องติดตามจับตัวมารับโทษตามคำพิพากษาศาลฎีกาถึงที่สุดคดีฮั้วประมูลโครงการต่างๆ ใน จ.กาญจนบุรีปี 2542 -2544 หมายเลขดำ อ.4077/2546 ที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาที่ถือเป็นที่สุดเมื่อวันที่ 25 ม.ค.59 ให้จำคุกนายประชาหรือกำนันเซี๊ยะ เป็นเวลา 5 ปี และนางเขมพร เป็นเวลา 4 ปี
ขณะที่ นายประชาหรือกำนันเซี๊ยะ ก็ถูกหมายจับตามตัวมารับโทษคดีหมายเลขดำ อ.55/2555 ที่อัยการฟ้องบุกรุกที่ราชพัสดุพื้นที่ ต.จรเข้เผือก อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี และพื้นที่ ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ต่อเนื่องติดต่อกันทั้งหมด รวมเนื้อที่ทั้งหมด 1,199 ไร่ 2 ตารางวา 84 งานอีกด้วย ซึ่งมีการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาเมื่อ วันที่ 18 เม.ย. 60 ให้จำคุก “กำนันเซี๊ยะ” 2 ปี 8 เดือนด้วย

มติชนออนไลน์

บทความก่อนหน้านี้“สมศักดิ์” พ้อ “พปชร.” เสียเปรียบ แบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ แนะบางพรรคหยุดโวยวาย
บทความถัดไป‘นาวิน’เมิน’สมศักดิ์’เปิดตัวผู้สมัครพลังประชารัฐพิจิตร