นักการเมืองโวยกกต.โคราชแบ่งเขตเลือกตั้งไม่ชอบธรรม ยึด”กติกู”ไร้หลักเกณฑ์

โคราชแบ่งเขตเลือกตั้งไม่ชอบธรรม

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด (สนง.กกต.จ.) นครราชสีมา เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 30 พฤศจิกายน นายลัดทา ชนะภัย แกนนำพรรครวมพลังประชาชาติไทยสาขาจังหวัดนครราชสีมา พร้อมพวกได้มายื่นหนังสือแสดงความคิดเห็นการจัดแบ่งเขตเลือกตั้ง ส.ส.เขต พื้นที่จังหวัดนครราชสีมา พร้อมคัดค้านรูปแบบการแบ่งเขต รูปแบบที่ 4 โดยมีนายศิริชัย วิริยพงศ์ ผู้อำนวยการ สนง.กกต.จ.นครราชสีมา รับหนังสือและชี้แจงทำความเข้าใจ

นายลัดทากล่าวว่า ว่า การแบ่งเขตเลือกตั้ง ส.ส เขตนครราชสีมา ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางจากประชาชนในหลายเขตเลือกตั้ง เกิดความสับสนและไม่เข้าใจหลักเกณฑ์กกต.ใช้หลักเหตุผลใดไม่ปรากฏรูปแบบทั้ง 3 รูปแบบที่ กกต.นครราชสีมา นำเสนอไปก่อนหน้านี้

แต่กลับเป็นรูปแบบที่ 4 ที่คล้ายกับรูปแบบของพรรคการเมืองฝ่ายอำนาจรัฐออกแบบไว้ อาจก่อให้เกิดปัญหาตามมาหลายประการ เป็นชนวนให้เกิดข้อสงสัยการเลือกตั้งครั้งนี้จะมีความบริสุทธิ์ยุติธรรมจริงหรือไม่ ทำให้ประชาชนเสียสิทธิทางการเมือง เช่น เขต 14 ประกอบด้วย อ.โนนไทย อ.พระทองคำ อ.ขามสะแกแสง มีการแบ่งแยกออกอย่างชัดเจน ส่งผลให้ในพื้นที่ไม่มี ส.ส.ของตนเอง ซึ่งถือไม่เป็นธรรม

เกิดความกังขา คสช. ได้ขยายเวลาการประกาศเขตเลือกตั้งพร้อมรับฟังความคิดเห็นอาจเป็นวิธีการจับพื้นที่อิทธิพลของนักการเมืองให้เชื่อมต่อกันเป็นเขตเลือกตั้งใหม่ เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มบุคคลหนึ่งให้ได้รับชัยชนะ อันอาจหมิ่นเหม่ต่อกฎหมายเลือกตั้ง ขอให้ทบทวนการแบ่งเขตเลือกตั้งของ จ.นครราชสีมา เนื่องจากเริ่มต้นบรรยากาศก็บังเกิดความไม่ชอบธรรม การปฏิรูปการเมืองของประเทศไทยยังอยู่ในวงเวียนเดิมส่วนขั้นตอนการยื่นฟ้องศาลปกครอง ขึ้นอยู่กับมติของกรรมบริหารพรรค ฯ ขณะนี้กำลังรวบรวมข้อมูลปัญหาจากทั่วประเทศ มาวิเคราะห์อีกครั้ง เราเข้าสู่โหมดการเลือกตั้งแล้ว ทุกคนมีความต้องการให้มีการเลือกตั้งไม่ว่ากำหนดเลือกตั้งวันที่ 24 ก.พ. 62 หรือเลื่อนกำหนดขยายเวลาออกไปอีก ยอมรับได้แต่ขอให้กฎกติกาออกมาดีที่สุดและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุด

นายศิริชัย ผอ.กกต.จ.นครราชสีมา กล่าวว่า หลังจากได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ต้องยึดปฏิบัติตามนั้น สำหรับพรรคการเมืองหรือตัวแทนนักการเมือง สามารถยื่นข้อเสนอความคิดเห็นเข้ามา เป็นสิทธ์ที่สามารถดำเนินการได้ กกต.จ.นครราชสีมา มีหน้าที่รับมอบรวบรวมและนำเรียนคณะกรรมการการเลือกตั้งใช้อำนาจพิจารณาต่อไป

ด้านนายปุระพัฒน์ วิเศษจินดาวัฒนา อดีต สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อแผ่นดินในฐานะว่าที่ประธานสาขาพรรคเสรีรวมไทยจังหวัดนครราชสีมา ให้สัมภาษณ์ว่า ก่อนหน้านี้พวกเราเชื่อมั่นในความเป็นกลางของ กกต. ได้ประกาศจะยึดหลักเกณฑ์การจัดแบ่งเขตเลือกตั้งให้บริสุทธิ์และเที่ยงธรรม โดยใช้รูปแบบที่ 4 ซึ่งนำรูปแบบที่ 1 ได้ผ่านความเห็นชอบทั้งพรรคการเมืองและประชาชน โดยมาปรับเล็กน้อย เพื่อให้มีสัดส่วนประชากรใกล้เคียงกัน ในระหว่างนี้มีไอ้โม่งเข้าไปแทรกแซงการจัดแบ่งเขตเลือกตั้งและนำเสนอรูปแบบที่ 4 ยึด “กติกู” ไม่คำนึงถึงหลักเกณฑ์แต่อย่างใดและลงพื้นที่หาเสียงในรูปแบบที่ออกแบบไว้ เพื่อความได้เปรียบทางการเมืองมานานหลายเดือน หลายพรรคการเมืองก็ไปยื่นหนังสือแสดงความคิดเห็นพร้อมท้วงติงความไม่ชอบมาพากล คำตอบสุดท้าย กกต.ก็ประกาศใช้รูปแบบที่ 4 ของนักการเมืองฝ่ายอำนาจรัฐเป็นผู้ออกแบบ ส่งผลให้พรรคเสรีรวมไทย เกิดความวุ่นวายต้องจัดว่าที่ผู้สมัคร สส.หลายเขตเลือกตั้ง เนื่องจากพื้นที่ทับซ้อน บางเขตเลือกตั้งถูกจัดแบ่งโดยไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 1.พื้นที่ติดต่อกัน 2.ความสะดวกในการคมนาคม 3.เป็นรูปแบบที่แยกตำบลออกจากอำเภอน้อยที่สุดและ4.เคยเป็นเขตเลือกตั้งเดียวกันมาก่อนหรือใกล้เคียงกับรูปแบบการเลือกตั้งครั้งล่าสุด ทั้งนี้หากสัดส่วนแตกต่างกันเกินไปให้แบ่งตำบลของแต่ละอำเภอมารวมเป็นเขตเลือกตั้ง จึงขอให้ กกต.ชี้แจงข้อสงสัยให้สังคมรับทราบด้วย

รายงานข่าวแจ้งว่าผลกระทบจากการจัดแบ่งเขตเลือกตั้ง ส.ส นครราชสีมา โดยแยก อ.เมือง ออกเป็น 4 เขต อ.ปากช่อง อ.พิมาย อ.สีคิ้ว อ.โนนไทย อ.คง และ อ.วังน้ำเขียว เป็น 2 เขต โดยเฉพาะเขตเลือกตั้งที่ 3 เดิมมี อ.สูงเนิน อ.ขามทะเลสอ และ ต.ปรุใหญ่ ต.สุรนารี ต.บ้านใหม่ ต.สีมุม และ ต.โคกกรวด อ.เมือง โดยมี ส.ส เขตสังกัดพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) ผูกขาดรักษาพื้นที่มาหลายสิบปี แม้นรูปแบบที่ 1 ของ สนง.กกต.จ.นครราชสีมา ซึ่งเพิ่ม ต.ไชยมงคล อ.เมือง มารวมด้วย จึงแทบมิได้เปลี่ยนแปลงมากนัก แต่รูปแบบที่ประกาศใช้ล่าสุดได้ปรับใหม่โดยตัด อ.เมือง ออก แล้วนำ 6 ตำบล ของ อ.สีคิ้ว มารวมเพื่อให้มีสัดส่วนประชากรใกล้เคียงกับเขตเลือกตั้งอื่นๆ ทำให้นายประเสริฐ จันทรรวงทอง อดีต รมช.คมนาคม และผูกขาดตำแหน่ง ส.ส.เขต อ.สีคิ้ว มาหลายสมัยได้ ต้องย้ายเขตมาลงสมัครรักษาตำแหน่ง ส่งผลให้สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) นครราชสีมา โดยมีนายสมบัติ กาญจนวัฒนา ประธานสภา อบจ. ฯ ลงสมัครสังกัด ชพน. นายกิตติพงษ์ พงษ์สุรเวช ส.อบจ.นครราชสีมา เขต 1 อ.เมือง ได้เตรียมตัวลงสมัคร ส.ส.เขตเลือกตั้งที่ 3 นครราชสีมา และลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์แนะนำตัวนานหลายเดือน ต้องฝันค้างทันที เนื่องจากฐานคะแนนหลักในเขต อ.เมือง ถูกตัดทิ้งและยังต้องแข่งกับนายประเสริฐ ฯ ที่มีศักยภาพเหนือกว่าหลายขุม จึงมีท่าทีจะไม่ลาออกจากตำแหน่ง ส.อบจ. ฯ มาลงสมัคร ส.ส เขต 3 ตามที่มีกระแสข่าวมาตลอด

บทความก่อนหน้านี้แจกโปรฯก่อนเลือกตั้ง คลังชงช็อปคืนภาษี คาดใช้งบหมื่นล้าน ชี้คิดนานแล้วไม่ใช่หาเสียง
บทความถัดไป“วิษณุ” ปัด เล่นแง่กม. ปมพูดไม่พอใจไปร้องศาล ชี้ ถ้าร้องแล้วศาลไม่รับ ไม่รู้ด้วย