“ม.หอการค้า”ประเมินช่วงหาเสียงเลือกตั้ง กระตุ้นเม็ดเงินช่วงปีใหม่ 1 หมื่นลบ.

“ม.หอการค้า”ประเมินช่วงหาเสียงเลือกตั้ง กระตุ้นเม็ดเงินช่วงปีใหม่ 1 หมื่นลบ.

นายธนวรรธน์ พลวิชัย รองคณบดีอาวุโสฝ่ายวิชาการและวิจัย และผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงการเลือกตั้งในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม 2562 ว่า การหาเสียงเลือกตั้งจะทำได้ภายหลังวันที่ 15 ธันวาคม 2561 หลังมีกฎหมายออกมา

โดยประเมินว่าการหาเสียงจะตรงกับช่วงเทศกาลปีใหม่พอดี และตรงกับช่วงที่ประชาชนเดินทางกลับต่างจังหวัด ทำให้มีเงินสะพัดในช่วงนั้นประมาณ 5,000-10,000 ล้านบาท ทั้งนี้ประเมินว่าช่วง 2 เดือนแรกของปี 2562 หรือในช่วงเลือกตั้งจะมีเม็ดเงินสะพัดประมาณ 40,000 ล้านบาท ทำให้เศรษฐกิจไตรมาส 1/2562 ถูกค้ำยันด้วยเม็ดเงินนี้ กระตุกให้เศรษฐกิจขยายตัวจากการใช้เงินช่วงเลือกตั้งได้อย่างน้อย 0.5% ขึ้นไป

“และถ้าประเมินทั้งปี คาดว่าจะมีเงินสะพัดจาการเลือกตั้งรวมประมาณ 80,000 ล้านบาท แบ่งเป็นช่วงการเลือกตั้งครึ่งปีแรก ใช้เม็ดเงิน 30,000-40,000 ล้านบาท และช่วงครึ่งปีหลังจะมีการเลือกตั้งในส่วนท้องถิ่น ทั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) และองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) อีกประมาณ 30,000-40,000 บาทเช่นเดียวกัน เพราะนักการเมืองต้องการฐานเสียงเพื่อประโยชน์การเมือง เพราะฉะนั้นเม็ดเงินจากการเลือกตั้ง จะกระตุกเศรษฐกิจทั้งปีได้ประมาณ 0.7-1%” นายธนวรรธน์กล่าว

นายประพันธ์ เตชะสกลกิจกูร รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) เปิดเผยว่า การเลือกตั้งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจแน่นอน เพราะมีการใช้จ่ายพอสมควร ทั้งเรื่องการหาเสียง ซึ่งจะต้องรอหลังช่วงกลางเดือนธันวาคมไปแล้ว และการใช้สื่อในต่างจังหวัด นอกจากนี้ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง จะมีการพบปะสังสรรค์กัน ไปมาหาสู่กันมากขึ้น สถานการณ์ที่มีการเคลื่อนไหวหรือทำกิจกรรม ก็ทำให้เศรษฐกิจขยายตัวตามไปด้วย อย่างไรก็ตามจะต้องติดตามรูปแบบการหาเสียง ซึ่งคาดว่าหลังมีประกาศออกมาจะเห็นรูปแบบการเสียงที่ชัดเจนขึ้น

ที่มา มติชนออนไลน์

บทความก่อนหน้านี้เกษียร เตชะพีระ l วาทกรรมความเป็นไทย : ความเป็นไทยแบบพระศรีอาริย์
บทความถัดไป“FFFE” ยื่นจม.เปิดผนึกถึง กกต.มีจุดยืนทำเลือกตั้งเสรี-เป็นธรรม หยุด คสช.แทรกแซง