“ธนาธร” ชี้ไทยทำรัฐสวัสดิการได้ต่อเมื่อโครงสร้างทุนผูกขาด-อภิสิทธิ์ชนถูกทำลาย

วันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ร่วมวงเสวนา “การสร้างรัฐสวัสดิการผ่านการเลือกตั้งปี 62” พร้อมกับตัวแทนจากพรรคการเมืองต่างๆ ที่มาร่วมถกเถียงแลกเปลี่ยนในประเด็นปัญหาดังกล่าว ซึ่งทุกตัวแทนพรรคการเมืองต่างเห็นด้วยไม่มากก็น้อย กับประเด็นการมีรัฐสวัสดิการในสังคมไทย

นายธนนาธร กล่าวว่า รัฐสวัสดิการ ไม่ใช่สิ่งที่จะได้มาด้วยการร้องขอหรือความเมตตาของชนชั้นนำ แต่ล้วนต้องมาจากการต่อสู้เรียกร้องของประชาชน โดยประวัติศาสตร์ได้พิสูจน์ให้เห็นมาแล้ว ผ่านการเรียกร้องประกันสังคม หรือสิทธิ์การลาคลอดบุตร ที่กินเวลาหลายสิบปีและผ่านการต่อสู้บนท้องถนนของประชาชนมาหลายครั้ง ดังนั้น จึงเป็นเรื่องสำคัญที่การสร้างรัฐสวัสดิการ จะต้องเกิดขึ้นภายใต้บรรยากาศที่เป็นประชาธิปไตยเท่านั้น เพราะภายใต้บรรยากาศที่เป็นเผด็จการ การเรียกร้องและการใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชนในการแสดงความคิดเห็นย่อมถูกจำกัด และทำให้ระบบสวัสดิการอ่อนแอหรือไม่สามารถแก้ปัญหาได้

“ผมยังยืนยันและเห็นต่างกับความคิดที่ว่าประเทศไทยจะล่มจมหากมีการสร้างรัฐสวัสดิการ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วประเทศไทยมีทรัพยากรมากพอที่จะสร้างรัฐสวัสดิการที่ดีมีคุณภาพได้ แต่การกระจายทรัพยากรที่เกิดขึ้นในรอบ 60 ปีที่ผ่านมา จากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติแต่ละฉบับ ได้เน้นการพัฒนาไปที่การเติบโตของกลุ่มทุนเพียงไม่กี่กลุ่มในสังคมไทย ขณะที่ปล่อยให้ประชาชนจำนวนมากอยู่ในความยากจน สิ่งที่เกิดขึ้นคือทรัพยากรธรรมชาติทั้งหมดถูกนำไปใช้เพื่อพัฒนากลุ่มทุนเพียงไม่กี่กลุ่มในสังคมไทย เป็นการพัฒนาที่ทำให้เกิดกลุ่มทุนที่รวยระดับแสนล้านได้ แต่ทำให้คนงานต้องทำงานวันละ 12 ชั่วโมงต่อวัน 6 วันต่อสัปดาห์ถึงจะพอมีกินมีใช้ แต่เกษียณอายุออกมาก็ยังไม่มีเงินเก็บหรือบ้านเป็นของตัวเอง” นายธนาธรกล่าว

นายธนาธร กล่าวต่อว่า การกระจายทรัพยากรที่ไม่เป็นธรรมดังกล่าว เกิดขึ้นได้เพราะโครงสร้างที่ไม่เป็นธรรมที่ค้ำยันสังคมไทยอยู่ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างของกลุ่มทหาร กลุ่มทุนผูกขาด หรืออภิสิทธิ์ชนที่อยู่เหนือกฎหมาย ที่ร่วมมือกันผูกขาดทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม เพื่อสะสมความมั่งคั่งอยู่ที่อภิสิทธิ์ชนฝ่ายเดียวเช่นนี้ต่อไป ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นการเลือกตั้งที่ก้าวหน้า ทุกพรรคการเมืองจะเสนอนโยบายด้านสวัสดิการที่เยอะขึ้น ให้มากขึ้นทุกพรรค แต่โครงสร้างของกลุ่มอภิสิทธิ์ชนและกลุ่มทหาร จะทำให้นโยบายต่างๆเหล่านั้นบังคับใช้ไม่ได้จริง และมีแต่ต้องทำลายโครงสร้างเหล่านี้เท่านั้น จึงจะสามารถสร้างสวัสดิการที่ดีขึ้นมาในสังคมไทยได้

“สำหรับแนวนโยบายพรรคอนาคตใหม่คำนวนไว้ว่าจะใช้งบประมาณอยู่ที่ราว 2 แสนล้านบาท ส่วนคำถามที่ว่าจะนำงบประมาณมาจากไหนนั้น ทางพรรคเสนอว่าการปรับโครงสร้างด้านภาษีและรายจ่ายของรัฐ เช่นการยกเลิกภาษี BOI บางรายการ โดยเลือกยกเว้นภาษีให้เฉพาะบางสาขาที่จำเป็น, การลดงบประมาณกองทัพ, การปรับอัตราการจัดเก็บภาษีที่ดิน, การจัดเก็บภาษีซื้อ-ขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งพอคำนวนแล้ว น่าจะสามารถเก็บภาษีได้เพิ่มขึ้นถึงมากกว่า 2 แสนล้านบาท” นายธนาธร กล่าว

บทความก่อนหน้านี้นิธิ มองธนาธร-อนาคตใหม่ กับ “ประชาธิปไตยแบบไร้เดียงสา” บนกระแสดราม่าที่ถาโถม
บทความถัดไปE-DUANG : “อำนาจแข็ง” ห้วง ประชามติ “อำนาจอ่อน” ห้วง “เลือกตั้ง”