นิธิ มองธนาธร-อนาคตใหม่ กับ “ประชาธิปไตยแบบไร้เดียงสา” บนกระแสดราม่าที่ถาโถม

มติชนสุดสัปดาห์ ภูมิใจเสนอ “บทสัมภาษณ์3กุมารมองการเมือง” ที่มาเนื่องในโอกาสการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ 2562 ปฐมฤกษ์เปิดตัวด้วย ศ.นิธิ เอียวศรีวงศ์ ที่เขียนคอลัมน์ประจำมติชนสุดสัปดาห์มายาวนานหลายสิบปี โดยให้อาจารย์ได้วิเคราะห์การเมืองไทยในหลายแง่มุม วันนี้ขอนำเสนอ ตอนแรก มุมมอง อ.นิธิ ต่อ พรรคอนาคตใหม่ กับความไร้เดียงสา ทางประชาธิปไตย ท่ามกลางกระแสหลายดราม่าที่ถาโถมเข้าสู่พรรคนี้ อ.นิธิในฐานะที่เคยออกตัวว่า สนับสนุนพรรคอนาคตใหม่ และเคยบริจาคเงินเมื่อครั้งมีกิจกรรมที่ จ.เชียงใหม่ ทีมงานเราจึงอดถามไม่ได้ถึงมุมมองของอาจารย์ต่อเรื่องนี้

อ.นิธิ กล่าวว่า เมื่อเดาจากมุมมองคนภายนอก คิดว่า มันไม่ได้มีการประชุมตัดสินใจจริงๆจังๆ เช่น เวลาที่ประชาธิปัตย์ เชิญไปเตะฟุตบอล อนาคตใหม่ ต้องคุยกันก่อนที่จะมาบอกว่าจะไปหรือไม่ไป ต้องอ่านให้ออกว่า เกมนี้ประชาธิปัตย์ต้องการเป็นผู้นำ ไม่ว่าจะเป็นการนำไปสู่สมานฉันท์หรือต่อต้านคสช. เหมือนเป็นหัวเรือหลัก คุยกันก่อนแล้วต้องให้เหตุผลมารองรับ

ทำไมอนาคตใหม่ถึงไม่คิดในเรื่องนี้ ตนก็ขอเดาอีกว่า อนาคตใหม่ ยึดถือประชาธิปไตยแบบค่อนข้างไร้เดียงสาคือหลังจากมีการ ให้ตำแหน่งบริหารพรรคถูกเลือกโดยสมาชิกพรรคทั้งหมดอย่าที่ภาพปรากฎเป็นข่าวปิดศูนย์กีฬาเลือกกันมาอย่างใหญ่โต เป็นเรื่องที่ดีถูกต้อง แต่ผู้บริหารพรรคจำเป็นที่ต้องเริ่มต้นบริหารด้วย จะมาบอกว่ากลับไปให้ประชาชนเลือกใหม่ตัดสินใจใหม่ ไม่งั้นจะเลือกมาทำไม

ข้อสังเกตอีกประการของ อ.นิธิ ยังมองอีกว่า แปลกที่ว่าตอนนี้อนาคตใหม่ยังไม่มีนโยบายในภาพรวมเกิดขึ้นเลย สิ่งที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค ต้องทำ คือเสนอนโยบาย เหตุผลที่ไม่เกิดทำไมพวกคณะกรรมการบริหารพรรคที่ได้รับเลือกตั้งมาไม่นั่งมอง แล้วจากนั้นคณะกรรมการพรรคทั้งหมดร่วมกันคิดว่าเห็นด้วยหรือไม่ ถ้าเห็นด้วยก็สร้างและทำให้เป็นภาพใหญ่ ไม่ใช่รอให้ประชาชนมาออกความเห็น ไม่งั้นปกครองแบบกรีกโบราณไม่ดีกว่าเหรอ เอาเปลือกหอยมาใส่ในทุกมติเพื่อเป็นการวัดคะแนน

อีกคำามถึง ความหวังจากการ เลือกตั้ง 62 มองพรรคการเมืองแล้วเราหวังว่าจะเป็ฯสถาบันทางการเมืองได้แค่ไหน อ.นิธิ มองว่า ในบรรดาพรรคเก่าทั้งหมดไม่หวังเลย ผมหวังว่า ถ้าอนาคตใหม่มีโอกาสตั้งตัวต่อเนื่องสัก 10 ปี บางส่วนที่เขาทำนั้นถูกต้องที่ให้สมาชิกมามีส่วนร่วม จะก่อให้เกิดพรรคการเมืองของมวลชนขึ้นมา อนาคตใหม่ หรือพรรคอะไรก็แล้วแต่ที่ตั้งขึ้นมาใหม่ ควรจะเรียนรู้ว่าวิธีเดียวที่จะสู้กับพรรคเก่านั้น คือทำให้เป็น พรรคของมวลชน

บทความก่อนหน้านี้‘เพื่อชาติ’ ชูมนุษย์เท่ากัน เสนอแนวคิด LGBT ครอบคลุมทุกมิติ
บทความถัดไป“ธนาธร” ชี้ไทยทำรัฐสวัสดิการได้ต่อเมื่อโครงสร้างทุนผูกขาด-อภิสิทธิ์ชนถูกทำลาย