อึ้ง! เอสเอ็มอีจิ๋วยังอยู่ในยุค 1.0 / เป้าค้าชายแดนวืดหลายปัจจัยรุม! / แบงก์ส่งซิกเตรียมขึ้นดอกเบี้ยกู้!

แฟ้มข่าว

แบงก์ส่งซิกเตรียมขึ้นดอกเบี้ยกู้

นายนริศ สถาผลเดชา เจ้าหน้าที่บริหารศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย (ทีเอ็มบี) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เดือนธันวาคมนี้ ทีเอ็มบีคาดการณ์ว่าจะมีมติปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% จาก 1.50% เป็น 1.75% และคาดว่าจะปรับขึ้นอีกครั้งในปี 2562 อีก 0.25% เป็น 2.00% ทำให้ต้องจับตาอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ หาก กนง.ขึ้นดอกเบี้ยจริง อาจจะทำให้ดอกเบี้ยธนาคารพาณิชย์ปรับขึ้นได้ 0.125% ในฝั่งเงินกู้ แต่ฝั่งเงินฝากที่ถือเป็นต้นทุนหลักของธนาคาร ปัจจุบันดอกเบี้ยเงินฝากอยู่ที่ 0.50% จะปรับขึ้นหรือไม่ต้องรอดูการแข่งขันในตลาด

อึ้ง! เอสเอ็มอีจิ๋วยังอยู่ในยุค 1.0

นายธนวรรธน์ พลวิชัย รองอธิการบดีอาวุโสวิชาการและงานวิจัย และผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลการสำรวจแนวโน้มอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารแปรรูปไทยในยุคดิจิตอลว่า ธุรกิจขนาดเล็ก 95.7% ยังอยู่ในยุค 1.0 ใช้แรงงานเป็นหลัก และ 2.0 ใช้แรงงานร่วมกับเครื่องจักรขนาดเล็ก มีเพียง 2.65% เท่านั้นที่ก้าวไปสู่ 4.0 และตลอดระยะเวลา 3 ปีของรัฐบาลชุดนี้ทำให้เอสเอ็มอีไทยก้าวไปสู่ 4.0 ได้น้อยมาก ทั้งนี้ เป็น 1 ใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายของรัฐที่จะเป็นอุตสาหกรรมสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม เป็นอุตสาหกรรมที่มีการใช้อีคอมเมิร์ซมาช่วยธุรกิจมากถึง 65.7% และมีกลุ่มตัวอย่างจากกลุ่มดังกล่าวได้ตอบแบบสำรวจคิดเป็น 42.28% ว่าเทคโนโลยีสำคัญมาก และมี 71.9% ระบุว่ามีแผนจะลงทุนเทคโนโลยีเพิ่ม ในช่วง 1-2 ปี โดยสิ่งที่เอสเอ็มอีต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือเกี่ยวกับเทคโนโลยี เช่น จัดทำช่องทางการจำหน่ายสินค้า ให้ความรู้ อบรม ข้อมูลด้านเทคโนโลยีเพื่อนำไปใช้ในธุรกิจ ช่วยส่งเสริมกลยุทธ์ในการแข่งขันทางด้านการตลาดทั้งในและต่างประเทศ และส่งเสริมประสิทธิภาพในการผลิตและนวัตกรรมใหม่ๆ โดยต้องการให้รัฐช่วยด้านเงินลงทุนมากที่สุด 38.25% รองลงมาด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม 27.04% ด้านภาษี 18.94% ด้านการอบรมความรู้ 10.60% ด้านวิจัยและพัฒนา 3.06%

เป้าค้าชายแดนวืดหลายปัจจัยรุม

นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ยอดการค้าชายแดนและผ่านแดนของไทย 10 เดือนแรกปี 2561 ยังคงขยายตัวต่อเนื่องมูลค่า 1,155,736 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 6.04% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน โดยไทยเกินดุลการค้าอยู่ 141,219 ล้านบาท และคาดว่าทั้งปียอดการค้าชายแดนและผ่านแดนจะมีมูลค่า 1.4 ล้านล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 7.7% โดย 2 เดือนที่เหลือของปีนี้ต้องทำมูลค่าได้เกิน 1 แสนล้านบาท อย่างไรก็ตาม มูลค่าดังกล่าวยังต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 1.5 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นผลกระทบจากสงครามการค้า (เทรดวอร์) สหรัฐ-จีน จีนนำเข้ายางพาราลดลง ปัญหาอุทกภัยในหลายประเทศ และค่าเงินคู่ค้า เช่น เงินจ๊าดของพม่าอ่อนค่าอย่างมาก เป็นต้น

รถไฟสีเขียวโอนให้ กทม.ทดลองวิ่ง 6 ธ.ค.นี้

นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 26 พฤศจิกายน มีมติเห็นชอบให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) จำหน่ายโอนทรัพย์สินโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ให้ กทม. โดยขั้นตอนต่อไป จะเป็นการโอนหนี้เงินกู้ของโครงการดังกล่าวทั้งหมดที่สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กระทรวงการคลังเป็นผู้แล จาก รฟม.ไปเป็นหนี้ของ กทม.ที่ต้องรับผิดชอบในการจ่ายแทน เบื้องต้นจำนวน 51,785 ล้านบาท ส่วนจำนวนหนี้จริงขึ้นอยู่กับวันที่โอนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ จะมีพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกัน (เอ็มโอยู) ระหว่าง รฟม.และ กทม. ในวันที่ 3 ธันวาคมนี้ และจะมีพิธีเปิดทดสอบการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ในวันที่ 6 ธันวาคมนี้ พร้อมเปิดให้ประชาชนทดลองใช้บริการโดยไม่เก็บค่าโดยสารเป็นเวลาประมาณ 3-4 เดือน กำหนดเปิดบริการอย่างเป็นทางการช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีหน้า นอกจากนี้ ครม.ได้อนุมัติร่างข้อบังคับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยว่าด้วยการกำหนดอัตราค่าโดยสารร่วม วิธีการจัดเก็บค่าโดยสารร่วม และการกำหนดประเภทบุคคลที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องชำระค่าโดยสารร่วม ระหว่างรถไฟฟ้ามหานครสายฉลองรัชธรรม และโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน พ.ศ. … ซึ่งเป็นการจัดเก็บค่าโดยสารร่วมระหว่างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน และรถไฟฟ้าสายสีม่วง โดยจะคิดค่าบริการสูงสุดไม่เกิน 70 บาท ทั้ง 2 เส้นทาง ถึงแม้จะนั่งจากรถไฟฟ้าอีกสายหนึ่งเพื่อไปเชื่อมต่อกับอีกสายหนึ่งก็ตาม ขณะเดียวกันเมื่อเปิดให้บริการส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงิน จากหัวลำโพง-บางแค หรือบางซื่อ-ท่าพระ ก็จะคิดในอัตราสูงสุดไม่เกิน 70 บาทเช่นเดียวกัน รวมถึงส่วนต่อขยายสายสีม่วงที่จะสร้างในอนาคตด้วย

ออมสินออกสลากแจกรถ 216 คัน

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารได้เปิดรับฝากสลากออมสินพิเศษ 5 ปี งวดที่ 510 รองรับผู้ที่ต้องการฝากที่พลาดสลากออมสินพิเศษ 5 ปี งวด 509 ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมากจนมีผู้ฝากเต็มวงเงินภายใน 20 วัน โดยงวดใหม่นี้จะเปิดรับฝากตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคมนี้เป็นต้นไปจนกว่าจะรับฝากครบวงเงิน 60,000 ล้านบาท โดยครั้งนี้ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดโดยแจกของรางวัลเพิ่มขึ้นอีก 1 เท่า ให้สิทธิ์ลุ้นรับรางวัลในแคมเปญ ออมสินดับเบิลเปย์ แจกรถเพิ่ม 216 คัน จากงวด 509 แจกรถยนต์และของรางวัลพิเศษรวม 108 รางวัล โดยจะเริ่มจับรางวัลวันที่ 30 ธันวาคมนี้-1 ธันวาคม 2562 รวม 12 ครั้ง ซึ่งรางวัลสูงสุดคือ รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ รุ่น E 350 จำนวน 2 รางวัล รางวัลรถยนต์โตโยต้า คัมรี รุ่น 2.0G จำนวน 6 รางวัล มูลค่ารวม 7.95 ล้านบาท และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย

นอกจากนี้ ยังได้ลุ้นถูกรางวัลจากการออกรางวัลเลขสลากรวม 60 ครั้ง โดยรางวัลสูงสุด รางวัลที่ 1 มีมูลค่าเงินรางวัล 5 ล้านบาท และเมื่อฝากครบ 5 ปี จะได้รับดอกเบี้ยหน่วยละ 4 บาท

บทความก่อนหน้านี้สรุปข่าวต่างประเทศ : คาบสมุทรไครเมียปะทุ! / จีเอ็ม ปลด พนง. 14,000 ตำแหน่ง / ประชามติไต้หวันไม่เห็นด้วยแต่งงานเพศเดียวกัน
บทความถัดไปคนมองหนัง l “ไทบ้าน เดอะซีรีส์ 2.2” : “ความผิด” และ “ความหวัง” ของคนอีสานร่วมสมัย