‘บิ๊กตู่’ โปรโมตโครงการ ‘ไทยเที่ยวไทยฯ’ ลงพื้นที่ จ.ลำพูน เที่ยวเมืองรอง

เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมคณะ ประกอบด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ออกเดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ โดยสายการบินไทย ไปยังท่าอากาศยานจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อไปตรวจราชการจังหวัดลำพูน โดยนายกรัฐมนตรีเดินทางด้วยแพคเกจในโครงการ “ไทยเที่ยวไทย…ไทยยั่งยืน” สู่เส้นทางวัฒนธรรมจังหวัดลำพูน และทดลองใช้กรุงไทย NEXT ซื้อแพคเกจของการบินไทย

ทั้งนี้ ก่อนออกเดินทาง นายกรัฐมนตรี รับชมการสาธิตการใช้แอพพลิเคชั่นเพื่อเช็กอินล่วงหน้าผ่านแอพพ์ไอโมบาย ซึ่งแอพพลิเคชั่นดังกล่าวเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้แนะนำให้บริษัทการบินไทยพัฒนาและหาวิธีการทำงานร่วมกันระหว่างบุคลากรและเครื่องมือที่เป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่

สำหรับภารกิจช่วงเช้า นายกรัฐมนตรี มีกำหนดเยี่ยมชมเส้นทางการท่องเที่ยวเมืองรองจังหวัดลำพูน ตามโครงการ ”ไทยเที่ยวไทย…ไทยยั่งยืน” ไปยังอนุสาวรีย์พระนางจามเทวี (องค์ปฐมกษัตริย์แห่งหริภุญชัย) วัดมหาวันวรมหาวิหารกู่ช้าง-กู่ม้า (สุสานช้างศึก-ม้าศึกคู่บารมีของพระนางจามเทวี) วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร พร้อมเยี่ยมชมลานวัฒนธรรม หมู่บ้าน OTOP นวัตวิถี การแสดงของเยาวชนกลุ่มชาติพันธุ์ของจังหวัดลำพูนการจัดการแสดงหมู่บ้านคนมอญ และกิจกรรมชุมชนคุณธรรม

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเป็นการทำงานร่วมกันของ บมจ.การบินไทย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย บจ.ไทยสมายล์แอร์เวย์ และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวใน 55 เมืองรองและมาตรการลดหย่อนภาษีของรัฐบาลในโค้งสุดท้ายของปลายปี

ช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรีเยี่ยมชมชุมชนท่องเที่ยวบ้านหนองเงือก เพื่อร่วมประกาศ “ลำพูนเมืองสะอาดปราศจากโฟม (NO Foam)” ร่วมกับชาวลำพูน เยี่ยมชมการสาธิตการผลิตผ้าฝ้ายทอมือหนองเงือก และผลิตภัณฑ์ชุมชนบ้านหนองเงือก เยี่ยมชมการจัดการขยะมูลฝอย จังหวัดปลอดขยะเปียก และลำพูนเมืองสะอาดปราศจากโฟม (No Foam) และเดินทางกลับในเวลา 18.40 น.

บทความก่อนหน้านี้ทีมกู้ภัยอินโดฯแข่งกับเวลาหาผู้รอดชีวิต ‘แผ่นดินไหว-สึนามิ’ ถล่มสุลาเวสี ยอดดับล่าสุดพุ่ง 1,347 ราย
บทความถัดไปทำไม? “พรรคใหญ่”อาจไม่ได้ ‘ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์’ แม้แต่1เก้าอี้! แต่ที่แน่ๆ “พรรคขนาดกลาง” ได้กำไรเพียบ!