เปิดสรรพคุณ โกฐจุฬาลัมพา สมุนไพรที่น่าจับตามองที่สุดในวิกฤตินี้!

โกฐจุฬาลัมพา ชื่อวิทยาศาสตร์ Artemisia annua Linn.

ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Artemisia chamomilla C. Winkl. , Artemisia stewartii C.B. Ckarke., Artemisia wadei Edgedw.

ชื่อวิทย์ Artemisia annua L.

ชื่ออื่นๆ ชิงเฮา, Sweet Wormwood, Sweet Annie, Annual Mugwort

“คําอธิบายตําราพระโอสถพระนารายณ์” ซึ่งเป็นตําราอ้างอิงด้านสมุนไพรที่สมบูรณ์ที่สุดเล่มหนึ่งระบุว่าโกฐจุฬาลัมพา คือส่วนใบและเรือนยอดของ A. annua โดยเป็นสมุนไพรที่มีการนำมาใช้เป็นสมุนไพรอย่างกว้างขวางทั้งการแพทย์แผนไทย และแพทย์แผนจีน
โดยในตำรายาไทยระบุว่า โกฐจุฬาลัมพา หรือโกฐจุฬาลัมพา เป็นเครื่องยาที่มีรสสุขุมหอมร้อนมีสรรพคุณแก้ไข้เจลียง (ไข้จับวันเว้นวัน)ไข้เจรียง (ไข้ทีมีเม็ดผื่นขึ้นตามตัว เช่น เหือดหัด สุกใส ดำแดง รากสาดประดง) แก้ไข้เพื่อเสมหะ แก้หืด แก้ไอเป็นยาขับเหงื่อ ใช้แต่งกลิ่น เป็นยาเจริญอาหาร เป็นยาระบายแก้ไข้จับ เป็นยาเร่งประสาทส่วนกลางเหมือนการบูร ขับลม แก้ตกเลือด ตำพอกแก้ลมแก้ชำใน แก้ปวดเมื่อยรูมาติก แก้บิด แก้ปวดท้องหลังคลอด แก้ระดูมากเกินไป
นอกจากนี้ในบัญชียาจากสมุนไพร ตามประกาศ คณะกรรมการแห่งชาติด้านยา ปรากฏการใช้โกฐจุฬาลัมพาในยารักษาอาการโรคในระบบต่างๆของร่างกาย ได้แก่ ยารักษากลุ่มอาการทางระบบไหลเวียนโลหิต (แก้ลม) ปรากฏตำรับ ”ยาหอมเทพจิตร” และตำรับ ”ยาหอมนวโกฐ” มีส่วนประกอบของโกฐจุฬาลัมพาอยู่ในพิกัดโกฐทั้ง 9 ร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่นๆ ในตำรับ มีสรรพคุณในการแก้ลมวิงเวียน แก้อาการหน้ามืด ตาลาย ใจสั่น คลื่นเหียน อาเจียน แก้ลมจุกแน่นในท้อง ยาแก้ไข้ ปรากฏตำรับ “ยาจันทน์ลีลา” มีส่วนประกอบของส่วนประกอบของโกฐจุฬาลัมพาร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่นๆ ในตำรับ ใช้บรรเทาอาการไข้ตัวร้อน ไข้เปลี่ยนฤดู ตำรับ “ยาเลือดงาม” มีส่วนประกอบของโกฐจุฬาลัมพาร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่นๆ ในตำรับ มีสรรพคุณบรรเทาอาการปวดประจำเดือน ช่วยให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ แก้มุตกิด
และโกฐจุฬาลัมพายังเป็นสมุนไพรที่มีการนำมาใช้ในตำรับยาแผนโบราณของไทยหลายตำรับ เช่น มีการนำมาใช้ในเครื่องยาไทย ที่เรียกว่า “พิกัดโกฐ” โดยโกฐจุฬาลัมพาจัดอยู่ใน โกฐทั้งห้า(เบญจโกฐ) โกฐทั้งเจ็ด(สัตตโกฐ) และโกฐทั้งเก้า(เนาวโกฐ) สรรพคุณโดยรวม ของยาที่ใช้ในพิกัดโกฐ คือ แก้ไข้ แก้ไข้ร่วมกับมีเสมหะ แก้หืดไอ แก้หอบ แก้ลมในกองธาตุ ชูกำลัง ขับลม แก้สะอึก บำรุงเลือด บำรุงกระดูก เป็นต้น
ถ้าใครจำได้เมื่อปีที่แล้ว นายแอนดรี ราโจเอลินา ประธานาธิบดี แห่งมาดาร์กัสกาได้ประกาศในประชาชนใช้โกฐจุฬาลัมพา แต่กลับถูกวิจารณ์โดยองค์การอนามัยโลกโดยอ้างว่าเป็นการรณรงค์ยังไม่ได้มีงานวิจัยใด ๆ รองรับ แต่เขายังเดินหน้าเผยแพร่การใช้ยาสมุนไพรโดยไม่สนใจคำเตือน
เราต้องรอให้ต่างประเทศจดสิทธิบัตรก่อนหรือ จึงจะยอมรับว่าความรู้และสมุนไพรจากท้องถิ่นสามารถรับมือกับวิกฤตนี้ได้ ?
++++
ข้อควรระวัง !
โกฐจุฬาลัมพา ในอดีตมีการเข้าใจกันว่าเป็นเครื่องยาที่ได้จากพืชในวงค์ COMPOSITAE เช่น A.pallens , A.vulgaris , A.argyi ซึ่งเป็นคนละชนิดกันกับ Artemisia annua ตามการวิจัยนี้
ต้นโกฐจุฬาลัมพามีทั้งพันธุ์ดอกสีขาวและดอกสีแดงมีสรรพคุณทางยาเหมือนกัน สามารถนำมาใช้แทนกันได้ นอกจากนี้ยังมีพันธุ์ดอกสีเหลืองชนิดที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Artemisia princeps Pamp ด้วย แต่พันธุ์นี้จะมีพิษ ถ้าใช้เกินขนาดก็อาจทำให้เสียชีวิตได้
การใช้ยา ไม่ควรใช้ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ควรใช้ตามคำแนะนำของหมอพื้นบ้าน และแพทย์แผนไทย เพราะอาจส่งผลกระทบต่อตับไต หญิงตั้งครรภ์ หรือไข้เลือดออก
+++
ลิงค์งานวิจัย

สำหรัับลักษณะทั่วไป

ไม้ล้มลุก มีอายุปีเดียว แตกกิ่งมาก ทั้งต้นมีกลิ่นแรง มีขนขึ้นประปราย หลุดร่วงได้ง่าย ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก ออกเรียงสลับ ช่อดอกเป็นแบบช่อแยกแขนง ช่อย่อยแบบช่อกระจุกแน่น มีสีเหลืองถึงสีเหลืองเข้ม ผลเป็นผลแบบผลแห้ง เมล็ดล่อนรูปไข่แกมรี มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน ในประเทศจีนนั้นมักขึ้นทั่วไปตามเนินเขา ตามข้างทาง ตามที่รกร้าง หรือตามชายป่าทั่วไป

การขยายพันธุ์ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดโกฐจุฬาลัมพา

คนจีนมักปลูกสมุนไพรชนิดนี้ไว้หน้าบ้านเป็นสิริมงคล เป็นพืชมงคลสำคัญที่สุดสำหรับพี่น้องชาวจีน เปรียบได้เสมือนกับส้มป่อยที่เป็นพืชมงคลของพี่น้องล้านนา จะเห็นได้ว่าพี่น้องชาวจีนที่อยู่ในแถบจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งอพยพมาจากประเทศจีน มาตั้งบ้านเรือนอยู่ในบริเวณนั้นจะมีโกฐจุฬาลัมพาปลูกอยู่แทบทุกบ้าน เพราะเป็นไม้ที่ขาดไม่ได้ในพิธีต่างๆ โดยใช้ทั้งต้น กิ่ง ใบ ราก ในวันพระใช้บูชาพระ ด้วยการเผาไฟ เอาต้นแห้งวางด้านล่าง แล้วเอาต้นสดใส่ไว้ด้านบน จุดไฟเผาอธิษฐานส่งผลบุญให้กับสิ่งมีชีวิตทั้งหลายที่ล้มตายจากเราไป ไม่ว่าจะด้วยเรื่องใดๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อม ใช้จุดบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือจุดเพื่ออุทิศบุญส่วนกุศลให้กับผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว นอกจากจะเป็นพืชมงคลแล้ว โกฐจุฬาลัมพายังเป็นยาสามัญประจำบ้านใช้รักษาอาการต่างๆ เช่น เจ็บท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ เลือดกำเดาไหล ใช้ไล่ยุง ไล่แมลง ใช้เข้ายาอบประคบแก้ปวดเมื่อย เป็นต้น ส่วนคนจีนจะใช้ในทางแก้ปวด

จากผลการศึกษา พบว่า น้ำมันหอมระเหยของโกฐจุฬาลัมพาที่สกัดด้วยเฮกเซนจากใบ มีฤทธิ์ในการไล่ยุง และยับยั้งการวางไข่ของยุง อีกทั้งยังลดอัตราการฟักไข่ของยุง และถูกใช้เป็นยาต้านมาลาเรีย สำหรับสัตว์เลี้ยงสัตว์ใหญ่ เช่น วัว ควาย ก็มีโอกาสป่วยไข้ได้เหมือนกัน เพราะอยู่ข้างนอกบ้านโดนแดด โดนฝน บางตัวอาจปวดเมื่อยตามร่างกาย จะลุกเดินไม่ไหว ให้เอาต้นโกฐจุฬาลัมพาทั้งต้นไปสุมไฟจนอุ่นๆ แล้วนำมาโปะลงหลังหรือเอว สักพักอาการจะดีขึ้น ถ้าเป็นไข้เล็กน้อยหรือปวดเมื่อย ใช้เป็นผักสดต้มกินก็ได้

ตำรับยา

ยาแก้ปวดท้อง แก้ไข้ทั้งมวล เอารากโกฐจุฬาลัมพามาต้มดื่ม

ยาแก้ปวดท้องร่วง เอาใบลนไฟ บดแล้วคั้นน้ำดื่ม

ยาแก้อาการเจ็บท้อง ไอ หรือหายใจไม่คล่อง เอาใบ 3 ใบ ใส่แก้ว ใส่เกลือนิดหน่อย เติมน้ำร้อน ดื่มสักพักจะดีขึ้น

ยาแก้เด็กร้องไห้งอแง แช่น้ำ หรือต้มน้ำอุ่นอาบ

ยากันยุง ใช้โกฐจุฬาลัมพา ตากแห้ง บดผงผสมกับใบหมี่เหม็น จะช่วยให้ติดก้านธูปได้ดี

ยากันยุง โดยนำใบโกฐจุฬาลัมพาแห้ง มาเผาไฟเพื่อให้เกิดควัน ใช้ไล่ยุง

ข้อมูลจาก ศูนย์ข้อมูลสมุนไพร โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร

บทความก่อนหน้านี้‘ไทยแอร์เอเชีย’​ ประกาศหยุดกิจการชั่วคราว เลื่อนจ่ายเงินเดือนพนักงาน ส.ค.นี้ 100%
บทความถัดไปรองโฆษก ตร. เตือนประชาชนระวังฟ้าทะลายโจรปลอม ระบุผู้ขายคนไหนทำเจอทั้งจำคุกทั้งปรับ