“สลัดได” ทำยาบำรุงหัวใจก็ได้ แต่ควรรู้ไว้ผลร้ายก็มี

 “สลัดได” ในลิลิตตะเลงพ่าย บานตอนค่ำ หุบตอนเช้า

สลัดไดใดสลัดน้อง        แหนงนอน ไพรฤๅ
เพราะเพื่อมาราญรอน   เศิกไสร้
สละสละสมร              เสมอชื่อ ไม้นา
นึกระกำนามไม้           แม่นแม้นทรวงเรียม

จากหนังสือกวีนิพนธ์ ลิลิตตะเลงพ่าย ที่สมเดจพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ได้ทรงนิพนธ์ไว้ ว่าด้วยเรื่องไทยรบพม่าสมัยพระมหาอุปราชาขาดคอช้าง

จากโคลงที่ยกมานี้เป็นตอนที่พระมหาอุปราชายกทัพ ผ่านทาง และกำลังชมป่า ตามจารีตหรือธรรมเนียมนิยมก็ต้องรำพึงรำพันถึงนางผู้เป็นที่รัก เห็นสิ่งใดก็เปรียบเทียบกับสิ่งที่พบเห็น

เช่น เห็นต้นสลัดได ก็เปรียบเทียบกับคำว่า สลัด ที่ต้องสลัดใจจากนางมา

ทำนองอย่างนี้เรียกว่าสำนวนนิราศ ซึ่งพบเห็นเสมอในวรรณคดี

ดอกตูมเต็มที่ และดอกเจริญเติบโต
ดอกตูมเต็มที่ และดอกเจริญเติบโต

ต้นสลัดไดเป็นต้นไม้ คล้ายต้นตระบองเพชร ขึ้นมากตามป่าเขา มีลำต้นอวบ อิ่มน้ำ แต่ละต้นเป็นเหลี่ยม และมีหนามตามสันเหลี่ยม ออกตามปล้องตา แต่ละจุดมีหนามแหลมเป็นกระจุก และออกดอกสลับกับหนาม

เวลาออกดอกสวยงามแปลกกว่าดอกไม้ใด

ต้นเป็นกิ่งอวบแตกแขนงมาก คล้ายขึ้นเป็นก่อใหญ่ มีพุ่มต้นสูง 3-4 เมตร ปัจจุบันปลูกเป็นไม้ประดับ และกันขโมยได้

ดอกสลัดได ผลิดอกตามสันเหลี่ยมสลับกับหนามเป็นระยะๆ ดอกตูม คล้ายบัวดอกเล็กๆ พอเจริญเติบโตขึ้นก็คล้ายบัวตูม มีกลีบเลี้ยงหุ้มห่อกลีบและเกสรไว้ภายใน

ครั้นถึงเวลาบานตอนค่ำ ดอกก็เหมือนบัวบาน เห็นกลีบสีขาวสะอาด และเกสรสีเหลือง

จนรุ่งเช้ากลีบบานก็ห่อลง ก้านดอกอ่อนพับ จนกลีบหลุดร่วงแห้งไป

ขั้วดอกกลายเป็นผล สีชมพู สวยงาม เมื่อผลแก่เต็มที่ ภายในผลมีรสหวาน

ให้นก หนู กระรอก กระแต เจาะกิน

0001
ดอกบาน

ต้นสลัดไดที่แก่ หัก หรือกิ่งแห้ง เก่าแล้ว เมื่อถูกแดด ผสมลมฟ้าอากาศก็ทำปฏิกิริยากับธรรมชาติ จนเป็นราดำ เก่าแห้ง เกิดกลิ่นหอม คนโบราณเรียกส่วนนี้ว่า กระลำพัก และนำไปทำยา

ประโยชน์ของต้นสลัดไดที่แห้ง แก่ แก่นแข็งจนเกิดกลิ่นหอมที่เรียกว่ากระลำพักนั้น ถือเป็นของดี ราคาแพง เพราะหมอไทยพื้นบ้านนำไปปรุงยาแก้ไข้ บำรุงหัวใจ และเข้ายาอื่นได้อีกหลายขนาน

ส่วนต้นสลัดไดสด ที่มียางสีขาวขุ่นนั้นเป็นอันตราย เพราะเป็นพิษ ถูกผิวจะกัดเป็นแผล แต่ถ้าหมอพื้นบ้านนำไปใช้ประโยชน์ทางยา เช่น กัดหูด กัดริดสีดวงทวาร ทำยาถ่าย ขับโลหิตเน่าร้าย ก็ทำได้

แต่ต้องระวังในการนำไปใช้

ดอกโรย
ดอกโรย

สลัดได มีคำอธิบายจากพจนานุกรมไทย พจนานุกรมเสรี ตลอดจนผู้รู้ กล่าวคล้ายกัน ว่าชื่อวิทยาศาสตร์เรียก Euphobia lacai Cvaib ชื่อภาษาอังกฤษเรียก Malayan Spurge Tree. อยู่ในวงศ์ EUPHOBIACEAE ว่าเป็นไม้เขตร้อน มีหลายชนิด ทั้งไม้ต้นและไม้พุ่ม ส่วนใหญ่คล้ายต้นตระบองเพชร มีขึ้นตามป่าเขา และเขาหินที่ร้อนชื้น ชาวบ้านเรียกสลัดไดป่า ภาคเหนือเรียก เคียะผา เคียะเลี่ยม หงอนงู และบางแห่งเรียก กะลำพัก

สลัดไดเป็นทั้งไม้ปลูกประดับ และสมุนไพรให้ประโยชน์ทางยา การขยายพันธุ์โดยนำต้นปักชำ และเพาะเมล็ด

สลัดไดมีทั้งคุณและโทษ บางท่านถือว่าเป็นไม้อัปมงคล ที่ทั้งชื่อว่า สลัดได ส่วนต้นก็เต็มไปด้วยหนามแหลมคม ถ้าถูกหนามปัก บ่งออกก็ยาก ดังนั้น บางท่านว่าไม่ควรปลูกในบ้าน แต่บางท่านก็ว่าชอบปลูกไว้ป้องกันบ้าน

ต้นไม้ทั้งหลายมีคุณทั้งสวยงามและมีประโยชน์ แต่บางต้นมีโทษและคุณ เช่นสลัดไดนี้ ดังนั้น ผู้ที่ปลูก ควรพิจารณาเลือกเอง

ทั้งต้น มีทั้งคุณและโทษ ดังนั้น ผู้ที่ปลูกควรชั่งน้ำหนัก และใช้วิจารณญาณ

ตัดสินใจเลือกได้ด้วยตนเอง

บทความก่อนหน้านี้20 ปี มูลค่าความเสียหายจากวิกฤตธรรมชาติ-โลกร้อนพุ่ง! 2.25 ล้านล้านดอลลาร์
บทความถัดไป‘บิ๊กป้อม’ถกไฟใต้ตั้ง ‘บิ๊กเมา’หน.คุยสันติสุขฯแทน’บิ๊กโบ้’ แจกเอกสารสรุปผลงาน’61