เปิดใจ ‘องคมนตรีต๊อก’ ถึง ‘บิ๊กตุ๋ย’ รักเหมือนพ่อ ย้อนรอย ‘จปร.5 – 7’ พฤษภาทมิฬ 2535

เชิงบันไดทำเนียบ เปิดใจ องคมนตรีต๊อกถึง บิ๊กตุ๋ยรักเหมือนพ่อ ย้อนรอย จปร.5 – 7พฤษภาทมิฬ 2535

เป็นข่าวเศร้าของทหารสายวงศ์เทวัญและครอบครัวหนุนภักดี หลัง ‘บิ๊กตุ๋ย’พล.อ.อิสระพงศ์ หนุนภักดี อดีตผบ.ทบ. อดีตผบ.พล.1 รอ. อดีต ผบ.ร.11 รอ. ที่เติบโตตามสายวงศ์เทวัญ เสียชีวิตจากอาการติดเชื้อในกระแสโลหิต เมื่อวันที่ 17 ก.พ.ที่ผ่านมา หลังนอนอยู่โรงพยาบาลมาเกือบ 1 ปี ในวัย 83 ปี

หากย้อนกลับไป 25 ปีก่อน ‘บิ๊กตุ๋ย’ มีบทบาทไม่น้อยทางการเมือง เพราะเป็นอดีตเลขาธิการคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) โดยมี ‘บิ๊กจ๊อด’พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ อดีตผบ.สส. เป็นประธาน อีกทั้ง มีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด ‘บิ๊กสุ’พล.อ.สุจินดา คราประยูร อดีต ผบ.สส. ทั้งเป็นเพื่อน จปร.5 และ ด้วยคุณหญิงวรรณี คราประยูร ภริยาของ พล.อ.สุจินดา เป็นน้องสาวแท้ๆ ของ ‘บิ๊กตุ๋ย’ พร้อมกันนี้ ลูกพี่ลูกน้องของ พล.อ.อิสระพงศ์ คือ พล.อ.ชัยณรงค์ หนุนภักดี ก็ได้รับแต่งตั้งเป็ นแม่ทัพภาคที่1 (ขณะยศ พล.ท.) ด้วย

ขณะที่ คุณหญิงวรรณี เข้ารดน้ำศพ พล.อ.อิสระพงศ์ ได้ใช้เวลาพอสมควร พร้อมจับที่ลำตัว ‘บิ๊กตุ๋ย’ อย่างเบามือ ก่อนไหว้เคารพศพ และเดินกลับเข้าที่นั่งข้าง พล.อ.สุจินดา เป็นภาพของการแสดงความอาลัยครั้งสุดท้าย

โดย ‘บิ๊กตุ๋ย’ ขึ้นเป็น ผบ.ทบ. ต่อจาก ‘บิ๊กสุ’ ที่ไปเป็น ผบ.สส. ก่อนขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี พร้อมประกาศ “เสียสัตย์เพื่อชาติ” จึงทำให้เกิดเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535 ขึ้น มีเรื่องเล่าว่าเป็นการต่อสู่ระหว่างนายทหาร ที่จบจาก ร.ร.นายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่น จปร.5 และ จปร.7 โดยฝั่ง จปร.5 นำโดย พล.อ.สุจินดา พล.อ.อิสระพงศ์ และ ‘บิ๊กเต้’พล.อ.อ.เกษตร โรจนนิล เป็นต้น ฝั่ง จปร.7 นำโดย พล.ต.มนูญกฤต รูปขจร  ‘บิ๊กลภ’พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี และ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง เป็นต้น สุดท้ายไปสู่เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535 ทำให้ พล.อ.สุจินดา ต้องประกาศลงจากจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และทหารต้องกลับเข้าค่ายไปสิบกว่าปี จนเกิดรัฐประหารอีกครั้งในปี2549 อีกครั้ง

ก่อนที่ ‘บิ๊กตุ๋ย’ จะลดบทบาททางการเมืองลง และส่งต่อตำแหน่ง ผบ.ทบ. ให้ พล.อ.วิมล วงศ์วานิช ทหารสายรบพิเศษคนแรกที่ขึ้นเป็น ผบ.ทบ. เป็นเพื่อน จปร.5 ของ ‘บิ๊กสุ-บิ๊กตุ๋ย’ แต่ไม่ได้อยู่ใน รสช. ด้วย เพื่อฟื้นศรัทธากองทัพจากประชาชนอีกครั้ง

ย้อนกลับไป 25 ปีก่อน นายทหารที่จบใหม่ แล้วมาทำงานใกล้ชิด พล.อ.อิสระพงศ์ จนเติบโตตามไลน์สายวงศ์เทวัญ หนึ่งในนั้น คือ ‘บิ๊กต๊อก’พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ที่ได้เปิดใจกับการจากไปของ ‘บิ๊กตุ๋ย’ ที่รักเหมือนคุณพ่อ

“วันที่ท่านเสียชีวิต ผมก็อยู่ที่โรงพยาบาลตั้งแต่ 6 โมงเช้า ท่านเสียชีวิตประมาณ 10 โมงครึ่ง รู้สึกเสียใจ เพราะใกล้ชิด ผูกพัน เหมือนเป็นครอบครัว แต่วันที่ตกใจคือวันแรกที่รู้ข่าวท่านเกิดอุบัติเหตุหกล้ม เนื่องจากสภาวะลิ่มเลือด ต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเกือบ 1 ปีก่อนจะล้ม ท่านแข็งแรง ตีกอล์ฟ ว่ายน้ำ แข็งแรงมาตลอด แต่เป็นเรื่องสุดวิสัย โชคไม่ดี เป็นภาวะที่เกิดจากเคมีในร่างกาย” พล.อ.ไพบูลย์ เผย

ด้วยบทบาทของ พล.อ.ไพบูลย์ ครั้งอยู่ในกองทัพ ถือเป็นความหวังของทหารสายวงศ์เทวัญ ที่จะขึ้นชิงตำแหน่ง ผบ.ทบ. กับ ‘บิ๊กโด่ง’พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร นายทหารสายบูรพาพยัคฆ์-ทหารเสือราชินี เติบโตตามไลน์ ผบ.ทบ. ที่ยุคหลังปี2550 เป็นของของสายบูรพาพยัคฆ์ตลอด ทั้ง ‘บิ๊กป๊อก’พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ‘บิ๊กตู่’พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ‘บิ๊กหมู’พล.อ.ธีรชัย นาควานิช สายวงศ์เทวัญจึงพลาดหวังไป

แต่ด้วย พล.อ.ไพบูลย์ เป็นอีกคีย์แมนคนสำคัญ ของพล.อ.ประยุทธ์ คอยประสานกับกลุ่มการเมือง ช่วง พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผบ.ทบ.จนมาถึงช่วงรัฐประหาร 2557 จึงทำให้ พล.อ.ไพบูลย์ ได้รับความไว้วางใจเป็นรมว.ยุติธรรม จัดการปัญหาต่างๆ ที่เป็นคดีความ ทั้งการปราบปรามทุจริต คดีวัดพระธรรมกาย การติดตามกลุ่มหมิ่นสถาบันฯ เป็นต้น ซึ่ง พล.อ.ไพบูลย์ ถือเป็นนายทหารมาดนิ่ง สุขุม ยิ้มเก่ง อารมณ์ดี ที่สำคัญเป็นนายทหารที่มีความเด็ดขาด ส่วนหนึ่งได้รับการซึมซับจาก พล.อ.อิสระพงศ์ นั่นเอง

“ตอนเรียนจบจากโรงเรียนนายร้อย จปร. มาทำงานกับท่านในฐานะนายทหารคนสนิท ตอนนั้น พล.อ.อิสระพงศ์ ท่านเป็นผู้การ ร.11 รอ. อยู่กับท่านมา 3-4ปี ก็ทำงานมาเรื่อยๆทำหน้าที่นายฝ่ายเสนาธิการ ท่านก็สอนอะไรหลายอย่าง ทั้งการบริหารจัดการงานต่างๆ แนวทางการทำงาน ก็ซึมซับแนวทางการใช้ชีวิต สอนให้เป็นทหารที่ยึดมั่นต่อการปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ และการบังคับบัญชา เหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน” พล.อ.ไพบูลย์ เผย

“ท่านมีบุคลิกลักษณะท่านมีความเป็นผู้นำ ผมนับถือท่านเป็นผู้ปกครองคนหนึ่งเลย เป็นคนให้ประสบการณ์ เพราะผมเป็นทหารจบใหม่ จึงได้เรียนรู้  ได้อยู่ในสภาวะแวดล้อมที่ดี ท่านไม่ใช่คนดุ แต่เป็นคนทำงานแล้วต้องได้งาน เมื่อมีการประชุมสามารถสรุปการประชุม บริการจัดการงานให้เป็นรูปธรรมได้ วันที่ท่านเสียชีวิต ช่วงสาย ก็ไปอยู่กับท่านตั้งแต่ 6โมงเช้า ก็รู้สึกเสียใจ เพรารักท่านเหมือนพ่อ” พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวเพิ่ม

กระนั้น พล.อ.ไพบูลย์ ก็ทราบถึงเหตุการณ์ทางการเมือง ที่ทำให้ ‘บิ๊กตุ๋ย’ ลดบทบาทลงไปมาก ออกงานเฉพาะงานสถาปนาของกองทัพ เช่น วันสถาปนา ร.11 รอ. ปกติจะมาพร้อมลูกชาย ‘ผู้การอ๊อฟ’พ.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี รองผบ.พล.1 รอ. แต่ในปี2560 ไม่ได้มาร่วมงานด้วย โดยบอกเพียงว่า ‘บิ๊กตุ๋ย’ ไม่สบาย อีกทั้งหลาน ‘บิ๊กตุ๋ย’ ก็เปิดเผยก่อนเสียชีวิต ว่า คุณปู่ป่วยมานานแล้ว แต่ไม่ได้บอกใครมากนัก จึงทำให้ผู้ทราบข่าว ตกใจกับข่าวที่เกิดขึ้น เพราะท่านเป็นคนแข็งแรงมาตลอด

“ไม่อยากจะพูดถึงเหตุการณ์ช่วงพฤษภาทมิฬ ปี2535 แต่ก็ยอมรับว่า ในฐานะที่เป็นทหาร เมื่อบ้านเมืองมีปัญหา ก็ต้องแก้ไข แต่เป็นเรื่องการเมือง ก็เป็นอย่างนี้ จึงไม่ขอกล่าวถึง วันนี้ขอพูดเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างระหว่างผมกับนาย ที่มีความผูกพันกัน” พล.อ.ไพบูลย์ เผย

โดยภายในพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ พล.อ.อิสระพงศ์ มีนายทหาร จปร.5 และ รสช. ที่มีบทบาทสำคัญช่วงและหลังเหตุการณ์ 2535  เช่น พล.อ.สุจินดา พล.อ.ชัยณรงค์ หนุนภักดี อดีตเสนาธิการทหารบก พล.อ.วิโรจน์ แสงสนิท อดีตผบ.สส. , พล.อ.วิมล วงศ์วานิช อดีตผบ.ทบ.  , พล.อ.ศัลย์ ศรีเพ็ญ , พล.อ.อารียะ อุโฆษกิจ , พล.อ.ชัชชม กันหลง มาร่วมงาน รวมถึงนายทหารใกล้ชิด พล.อ.อิสระพงศ์ และเติบโตมาใน ร.11 รอ. ทั้งพล.อ.ไพบูลย์ องคมนตรี อดีตรองผบ.สส. , ‘บิ๊กหนุ่ย’ พล.อ. ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี อดีตรอง ผบ.ทบ. และ ‘บิ๊กแกละ’พล.อ.พิสิทธิ์ สิทธิสาร รองผบ.ทบ. มาร่วมงาน

อีกทั้งนายทหารที่ พล.อ.อิสระพงศ์ เคยดูแลมา เช่น ‘ผู้การแผน’พ.อ.สฐิรพงษ์ อาจหาญ ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่48 สวมเครื่องแบบทหาร ร่วมพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ‘บิ๊กตุ๋ย’ เปิดเผยว่า คุณพ่อ พล.อ.สมพงษ์ อาจหาญ จบ จปร.9 เป็นรุ่นน้องและทำงานอยู่ที่บ้าน ‘บิ๊กตุ๋ย’ ตอนนั้น ‘ผู้การแผน’ ยังเด็ก เลยได้อยู่บ้านเดียวกับท่าน ท่านก็เลี้ยงดูมาด้วย

นอกจากนี้ภายในงานยังมี ‘บิ๊กบัง’พล.อ.สนธิ บุญรัตนกลิน อดีตผบ.ทบ. และอดีตหัวหน้าคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ‘บิ๊กตู่’พล.อ.ประยุทธ์ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อม ‘บิ๊กป้อม’พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์ ‘บิ๊กป๊อก’พี่รองของบ้าน “3ป.” และ ผบ.เหล่าทัพ มาร่วมงานด้วย

สะท้อนถึงเน็ตเวิร์กของกองทัพบก ที่ส่งผ่านรุ่นต่อรุ่น ผ่านกาลเวลาและการเติบโตผ่านเส้นทางต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทหารสายใด ทั้งวงศ์เทวัญ บูรพาพยัคฆ์ หรือ สายรบพิเศษ ไม่ว่าจะ จปร. รุ่นใด หรือ ตท. รุ่นไหน ก็มีแค่ 2 รุ่น คือ “รุ่นพี่และรุ่นน้อง” ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ก็ยากที่จะมีกลุ่มใด ทำให้กองทัพแตกแยกได้เช่นในอดีต

เว้นแต่ทหารด้วยกันเอง !!

บทความก่อนหน้านี้กาละแมร์ พัชรศรี : กลับจากอินเดียด้วยจิตสำนึก
บทความถัดไปอะไร(แม่ง)ก็เป็นศิลปะ : ปฏิบัติการสับเปลี่ยนศิลปะประชดทรัมป์ ของพิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่แห่งนิวยอร์ก (MoMA)