ภาพยนตร์ : BLACK WIDOW ‘ถวิลหาครอบครัว’ / นพมาส แววหงส์

นพมาส แววหงส์

 

 

BLACK WIDOW

‘ถวิลหาครอบครัว’

 

กำกับการแสดง

Cate Shortland

 

นำแสดง

Scarlett Johansson

Florence Pugh

David Harbour

Rachel Weisz

Ray Winstone

 

จักรวาลของค่ายการ์ตูนยอดมนุษย์ของมาร์เวลนั้นสลับซับซ้อนมาก

ครอบคลุมตั้งแต่มนุษย์เดินดินที่ได้รับผลจากการทดลองทางวิทยาศาสตร์หรือเทคโนโลยีล้ำยุค เช่น สตีฟ โรเจอร์ส/กัปตันอเมริกา บรูซ แบนเนอร์/ฮัลก์ และปีเตอร์ ปาร์เกอร์/สไปเดอร์แมน

หรือมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยไร้ขีดจำกัดจนสรรค์สร้างอำนาจเหนือมนุษย์ให้ตัวเองได้ อย่างโทนี่ สตาร์ค/ไอออนแมน

ไปจนถึงเทพเจ้าที่มีอิทธิปาฏิหาริย์ อย่างเทพแห่งสายฟ้า หรือธอร์ จากปกรณัมปรัมปราของชาวนอร์สทางเหนือของยุโรป

สลับซับซ้อนเสียจนคำว่า universe หรือเอกจักรวาล ที่เคยใช้เรียกจักรวาลที่แยกอยู่ต่างหากจากจักรวาลที่มนุษย์อยู่อาศัยและรู้จักนั้น ไม่สะท้อนความหมายได้ถูกต้อง จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ต้องใช้คำเรียกว่า multiverse หรือ พหุจักรวาล (จักรวาลอันมากมายหลายหลาก)

ซึ่งค่ายมาร์เวลจับยอดมนุษย์ของตนมาร่วมมือกันต่อสู้เหล่าร้าย กลายเป็นทีม “อเวนเจอร์ส” ซึ่งเรื่องราวพัฒนาไปอย่างเข้มข้นถึงที่สุดใน Avengers : Endgame

เราได้รู้จักตัวตนของอเวนเจอร์หลักๆ มาเกือบหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นกัปตันอเมริกา ไอออนแมน สไปเดอร์แมน ฮัลก์ หรือธอร์

แต่ยอดมนุษย์ที่มีวีรกรรมอันตรึงตราน่าประทับใจอีกคนหนึ่งใน Endgame เป็นผู้หญิงและเพิ่งจะมีหนังเดี่ยวของตัวเองในโลกที่ถูกกระทบอย่างจังด้วยการระบาดของโควิดนี้เอง

 

 

Black Widow คือหนังเดี่ยวที่เล่าภูมิหลังความเป็นมาของนาตาชา โรมานอฟ ฉายา “แบล็กวิโดว์” และมอบตัวตายตัวแทนของเธอไว้ต่อไปในจักรวาลยอดมนุษย์ที่จะมีต่อไปอีกชั่วกาลนาน ตราบเท่าที่ยังมีแฟนหนังคอยติดตามเรื่องราวอันสนุกสนานเร้าใจ แม้จะซับซ้อนจนชวนเวียนหัวและเกินจดจำไม่น้อย

เรื่องราวหลักของ Black Widow เกิดขึ้นในช่วงภายหลังจากความแตกแยกของทีมอเวนเจอร์ใน Captain America : Civil War ซึ่งทำให้นาตาชา โรมานอฟ (สการ์เลตต์ โจฮันสัน) รู้สึกเคว้งคว้างเหมือนถูกลอยแพ

เมื่อปราศจากจุดประสงค์ที่จะกอบกู้โลก โลกของนาตาชาก็อ้างว้างและไร้ความหมาย

และหนังเล่าย้อนกลับไปถึงอดีตครั้งเยาว์วัยของเธอในครอบครัวที่มีพ่อ อเล็กไซ (เดวิด ฮาร์เบอร์) แม่ เมลินา (เรเชล ไวซ์) และน้องสาว เยเลนา (ฟลอเรนซ์ พิว เมื่อโตเป็นหญิงสาว) ในรัฐโอไฮโอ

ความผูกพันในครอบครัวที่เหมือนจะอบอุ่นนี้จะพลิกกลับในชั่วพริบตา เมื่อพ่อแม่รีบร้อนอพยพออกจากบ้าน ฝ่าดงกระสุนและการจับกุมของหน่วยงานที่ค้นพบว่าพ่อและแม่เป็นจารชนของรัสเซียที่ปลอมตัวเข้ามาแทรกซึมและสืบข่าว

พูดง่ายๆ ชีวิตของเด็กหญิงสองคนผู้ไม่รู้อีโหน่อีเหน่และรู้สึกตัวว่าอยู่ในครอบครัวที่อบอุ่น กลับกลายเป็นครอบครัวกำมะลอที่ถูกกำหนดให้มาอยู่ด้วยกันด้วยเหตุผลทางอุดมการณ์

จากนั้นสมาชิกในครอบครัวก็ถูกจับแยกย้ายกระจัดกระจายไปคนละที่ เพื่อรับใช้องค์กรเบื้องบนต่อไป

 

 

นาตาชาและเยเลนาต้องพรากจากกันและส่งตัวไปฝึกฝนให้เป็นนักฆ่าอาชีพ เช่นเดียวกับเด็กหญิงจำนวนมากทั่วโลก ซึ่งได้รับการขนานนามว่า “วิโดว์”

แต่ก่อนหน้าเรื่องราวหลักของหนัง นาตาชาได้หนีออกจากองค์กรนี้ โดยสังหารหัวหน้าองค์กร “เรดรูม” ชื่อเดรย์คอฟ (เรย์ วินสโตน) และเข้าร่วมทีมอเวนเจอร์เพื่อฟาดฟันกับเหล่าร้ายฝ่ายอธรรมอย่างที่เรารู้ๆ กันแล้ว และขณะนี้เหล่าอเวนเจอร์แตกฉานซ่านเซ็นกันไป

นาตาชาได้รับการติดต่อให้ไปพบกับเยเลนา น้องสาว ในกรุงบูดาเปสต์ โดยมีเงื่อนงำจากหลอดแก้วบรรจุสารที่เป็น “ยาถอนพิษ” จากการล้างสมองและควบคุม/สั่งงานจิตใจของเหล่าวิโดว์ที่กระจายอยู่ทั่วโลก

ปรากฏว่าเดรย์คอฟที่นาตาชาคิดว่าสังหารไปแล้ว กลับรอดชีวิตมาได้ และยังเป็นผู้บงการองค์กร “เรดรูม” ที่มีจุดหมายจะครอบครองโลกด้วยอำนาจไร้เทียมทานที่มีอยู่ในมือ

นั่นคือ เหล่าวิโดว์ ซึ่งเป็นนักฆ่าไร้เทียมทาน และ “ทาสก์มาสเตอร์” ซึ่งเป็นจักรกลมือสังหาร ประมาณเดียวกับเทอร์มิเนเตอร์นั่นแหละ ความเก่งกาจของทาสก์มาสเตอร์อยู่ที่ความสามารถในการเลียนแบบทักษะการต่อสู้ของศัตรูได้ทุกรูปแบบ

เพื่อเอาชนะอภิมหาจอมวายร้ายเดรย์คอฟผู้บ้าคลั่งจะครองโลกโดยเบ็ดเสร็จเด็ดขาด นาตาชากับเยเลนาต้องไปขอความช่วยเหลือจากพ่อ-แม่กำมะลอของพวกเธอ โดยก่อนอื่นต้องไปช่วยอเล็กไซออกจากคุกในไซบีเรีย ก่อนจะไปหาเมลินาซึ่งเป็นกลไกสำคัญในองค์กรเรดรูม

และการกลับมาเป็นครอบครัวอีกครั้งด้วยความเชื่อใจกันไม่ได้ในตอนแรก ก็ลงเอยด้วยความผูกพันจากการร้องเพลง American Pie อันโด่งดังของดอน แม็กลีน ซึ่งขึ้นต้นว่า “A long, long time ago/ I can still remember/ How that music used to make me smile…” และตามด้วยสร้อยเพลงที่ว่า “So bye-bye Miss American Pie/ Drove my Chevy to the levee but the levee was dry/ And them good old boys were drinkin’ whiskey ‘n rye/ Singing ‘This’ll be the day that I die’/ ‘This’ll be the day that I die.'”

ช่างเป็นเพลงที่เลือกมาใช้กับหนังได้อย่างเหมาะสมทั้งเนื้อหาและอารมณ์เพลงอย่างยิ่ง

 

 

นอกจากนั้น หนังยังมีฉากต่อสู้ที่น่าตื่นเต้นและแหวกแนวพอดู ทั้งบนพื้นดินและกลางหาว ในช่วงดิ่งพสุธา และแทรกด้วยมุกตลกที่บางตอนก็น่ารักและ “เวิร์ก” ดีมาก อย่างเช่น เยเลนาวิจารณ์ท่าการต่อสู้ของตัวเองเป็นทำนองว่า “เท่เสียไม่มีอ่ะ”

สรุปว่าดูได้เพลินดี และได้รู้จักยอดมนุษย์ที่จะกลายเป็นวีรสตรีอันน่าจดจำไปในจักรวาลอันไร้ขอบเขตของมาร์เวลนี้

แถมตอนนี้สาวน้อยฟลอเรนซ์ พิว ก็มีซีรีส์ของตัวเองในบทยอดมนุษย์ทางช่องดิสนีย์ไปแล้วอีกต่างหาก

บทความก่อนหน้านี้‘วราวุธ’ เผยเบื้องหลัง ร่วมวงสนทนา ‘ตู่-ป้อม’ ยันบรรยากาศแฮปปี้ ไร้สัญญาณเลือกตั้งเร็วๆนี้
บทความถัดไปขยายเวลาปิดเกาะพีพี อีก 7 วัน หลังพบคลัสเตอร์แคมป์ก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสีย