คนมองหนัง : อาลัย ‘เลี่ยวฉีจื้อ’ ยอดนักแสดงสมทบ แห่งวงการบันเทิงฮ่องกง

คนมองหนัง

 

อาลัย ‘เลี่ยวฉีจื้อ’

ยอดนักแสดงสมทบ

แห่งวงการบันเทิงฮ่องกง

 

วงการบันเทิงฮ่องกงต้องสูญเสีย “ยอดนักแสดงสมทบ” ไปอีกหนึ่งคน ภายหลังดาวตลก “อู๋ม่งต๊ะ” เพิ่งอำลาโลกด้วยโรคมะเร็งตอนต้นเดือนมีนาคม

เมื่อ “เลี่ยวฉีจื้อ” นักแสดงสมทบฝีมือเยี่ยม ซึ่งคนดูหนัง-ซีรีส์ชาวไทยอาจคุ้นหน้า (ทว่าไม่คุ้นชื่อ) ได้เสียชีวิตลงในช่วงค่ำวันที่ 28 มีนาคม ด้วยโรคมะเร็งที่กระเพาะอาหาร ขณะมีอายุ 66 ปี (หรือ 67 ปี ถ้านับตามแบบจีน)

“เลี่ยวฉีจื้อ” เริ่มต้นเส้นทางสายบันเทิงอย่างไม่ราบรื่นนัก เมื่อเขาถูกปฏิเสธจากโรงเรียนฝึกหัดนักแสดงของ “ทีวีบี” ด้วยเหตุผลสำคัญสองประการ นั่นคือ หนึ่ง “เขาเตี้ยเกินไป” และสอง “เขาดูเป็นคนธรรมดาเกินไป”

ด้วยเหตุนี้ “เลี่ยวฉีจื้อ” จึงต้องหันเหตนเองไปทำงานเบื้องหลังเป็นผู้ช่วยช่างภาพ ก่อนจะเพียรพยายามหาทางเข้าเรียนในโรงเรียนการแสดงได้สำเร็จ โดยเขาเป็นนักเรียนการแสดงรุ่นที่ 8 (เข้าเรียนปี 1979) ของสถานีโทรทัศน์ “ทีวีบี”

หนึ่งในเพื่อนร่วมรุ่นของ “เลี่ยวฉีจื้อ” ก็คือหญิงสาวผู้มีนามว่า “เฉินหมิ่นเอ๋อ”

หลังจากรู้จักกันในชั้นเรียนเพียงสามสัปดาห์ “เลี่ยวฉีจื้อ” ก็ตัดสินใจสารภาพรักกับ “เฉินหมิ่นเอ๋อ” ทั้งๆ ที่ฝ่ายชายเป็นนักเรียนการแสดงที่ไม่ค่อยมีแววโดดเด่นมากนัก ผิดกับฝ่ายหญิงที่เป็นดาวเด่นของรุ่น และกลายเป็นนักแสดงหญิงดาวรุ่งอันดับต้นๆ ในยุค 1980

แฟนหนัง-ละครหลายรายเคยสบประมาทว่า “เลี่ยวฉีจื้อ” กับ “เฉินหมิ่นเอ๋อ” คือคู่รักที่ผิดฝาผิดตัว แต่ทั้งคู่ก็ใช้ชีวิตร่วมทุกข์ร่วมสุขกันอย่างยืนยง จาก ค.ศ.1987 จนถึงวันที่ฝ่ายหนึ่งสิ้นใจ

 

คนรุ่นหลังในวงการบันเทิงฮ่องกงต่างเรียกขาน “เลี่ยวฉีจื้อ” ว่า “คุณลุงจื้อ” ด้วยความเคารพยกย่อง ทั้งเพราะอัธยาศัย-คุณธรรมน้ำมิตรส่วนตัว และความเป็นยอดนักแสดงสมทบที่สวม “ทุกบทบาท” ได้อย่างแนบเนียน

ตลอดสี่ทศวรรษแห่งการเป็นนักแสดง “คุณลุงจื้อ” เล่นละคร/ซีรีส์มากกว่า 90 เรื่อง และเล่นภาพยนตร์เกิน 70 เรื่อง

เขาเคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล “นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม” บนเวทีฮ่องกง ฟิล์ม อวอร์ดส์ รวมทั้งสิ้น 6 ครั้ง และสามารถคว้ารางวัลไปได้ 2 ตัว จากภาพยนตร์แนวตลกเสียดสีเรื่อง “Cageman” (1993) และหนังแนวแอ๊กชั่น-ทริลเลอร์เรื่อง “The Beast Stalker” (2009)

หลายคนยังอาจจดจำ “คุณลุงจื้อ” ได้จากบท “ลุงจอห์น” มือขวามาเฟียใหญ่ ผู้ซื่อสัตย์ต่อครอบครัวเจ้านาย และดำเนินกิจการใต้ดินต่างๆ อย่างเลือดเย็น ในภาพยนตร์เรื่อง “Infernal Affair II” (2003)

พร้อมทั้งฉากคลาสสิค ที่ “ลุงจอห์น” เป่าฮาร์โมนิก้าเพลง “ออลด์แลงไซน์” ระหว่างบงการภารกิจฆ่าล้างคู่อริฝ่ายตรงข้าม

นอกจากนี้ “คุณลุงจื้อ” ยังเป็นนักแสดงรายหนึ่งที่ปรากฏตัวในภาพยนตร์เรื่อง “Ten Years” (2015) ซึ่งถือเป็นหนึ่งใน “อาวุธทางวัฒนธรรม” ที่ฮ่องกงใช้ปลุกกระแสต่อต้าน-วิพากษ์ระบบการปกครองของจีนแผ่นดินใหญ่

และเป็นจุดเริ่มต้นของโปรเจ็กต์ “Ten Years” ในอีกหลายประเทศ เช่น “Ten Years Thailand” (2018) ที่มีวัตถุประสงค์ในการวิพากษ์วิจารณ์ระบอบเผด็จการทหาร

 

แม้ “เลี่ยวฉีจื้อ” จะเข้าๆ ออกๆ ค่าย “ทีวีบี” รวมทั้งหมด 5 ครั้ง และตัดสินใจไม่ต่อสัญญากับบริษัทดัง หลังทำงานด้วยกันมาเป็นเวลายาวนาน 25 ปี

(ท่ามกลางข่าวลือเรื่องการต่อรองค่าจ้างหรือการถูกยกเลิกสัญญา แต่ “คุณลุงจื้อ” อธิบายต่อสาธารณชนว่าเขาเลือกเดินจากมา เพราะต้องไปดูแลลูกคนเล็กที่กำลังป่วยหนัก และเพื่อหาโอกาสใหม่ๆ ในการทำงาน)

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าผู้คนจำนวนมากต่างจดจำใบหน้าอันแสนธรรมดาและบทบาทอันหลากหลายของ “เลี่ยวฉีจื้อ” ได้ จากผลงานการแสดงที่เขาฝากไว้กับสังกัด “ทีวีบี”

ไม่ว่าจะเป็นการสวมบท “เสียงกุ้ย” มือขวาของ “ติงลี่” ใน “เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้” (1980)

การรับบทเป็น “ยู้ไต้ง้ำ” จอมยุทธ์สามแห่งบู๊ตึ๊ง ซึ่งมีร่างกายทุพพลภาพเกือบทั้งเรื่อง จึงต้องแสดงความรู้สึกผ่านสีหน้าและแววตาเป็นหลัก ใน “ดาบมังกรหยก” (1986)

การสวมบทบาทเป็น “หยางหย่ง” องค์ชายใหญ่แห่งราชวงศ์สุย รัชทายาทผู้เปี่ยมคุณธรรมความสามารถแต่ต้องปราชัยในเกมการเมือง ใน “ศึกลำน้ำเลือด” (1987)

รวมทั้งการแสดงเป็น “เพ้งอาสี่” วีรบุรุษสามัญชน ผู้ไร้ซึ่งวิทยายุทธ์ใน “จิ้งจอกภูเขาหิมะ” (1999)

 

“เลี่ยวฉีจื้อ” กับ “เฉินหมิ่นเอ๋อ” มีลูกชายด้วยกันสามคน โดยลูกชายคนเล็กของเขาและเธอเสียชีวิตขณะมีวัยเพียง 5 ขวบ เมื่อปี 2006 ด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว

สำหรับตัวของ “เลี่ยวฉีจื้อ” เอง แพทย์เพิ่งวินิจฉัยว่าเขาป่วยเป็นมะเร็งเมื่อเดือนธันวาคมปีก่อน ก่อนที่อาการจะทรุดลงอย่างรวดเร็ว

กระทั่ง “บทบาทสุดท้าย” ในชีวิตของ “คุณลุงจื้อ” ต้องปิดฉากลง

(เครดิตภาพเดี่ยว – PHILIPPE LOPEZ / AFP)
บทความก่อนหน้านี้‘ไพบูลย์’ ยัน พปชร. จริงใจลุยแก้รธน. บี้ ‘พท.’ เร่งร่วมยื่นร่างฯ หยุดพูดสวยหรู
บทความถัดไปครัวอยู่ที่ใจ l ทางรอดอยู่ในครัว : มีตอนต่อไปเสมอ / อุรุดา โควินท์