สุดท้ายแล้วก็ไปไม่รอด ‘ไมลีย์ ไซรัส’ – ‘เลียม เฮมสเวิร์ธ’

ไปไม่รอด

สลับสับหว่างเป็นคู่รักคู่ร้างกันเรื่อยมาตลอดเวลาที่คบควง จนประกาศแยกทางเอาจริง (ละนะ) ไปเมื่อปี 2013 แต่แล้วเกิดลมหวนทวนรักกันใหม่ในปี 2016 คราวนี้ถึงขั้นแต่งกันพันผูก

ทว่าสุดท้ายแล้วก็ไปไม่รอด

ไมลีย์ ไซรัส กับเลียม เฮมสเวิร์ธ ต่างคนต่างไป ทางใครทางมันซะแล้ว

“รอยแยกแตกหักในชีวิตแต่งงานของคู่นี้ เปรี๊ยะปึงปังให้เห็น หลังงานแต่งที่เมืองแนชวิลล์เมื่อเดือนธันวาคมปีกลายเพียงไม่กี่สัปดาห์” แหล่งข่าวแมงเมาธ์เปิดฉากพร่ำพรู

“ก่อนแต่ง ไมลีย์ให้คำมั่นกับเลียมว่า เธอจะปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตใหม่ เธอพร้อมแล้วที่จะลงหลักปักฐานสร้างครอบครัวกัน แต่ไม่ทันนาน นักร้องสาวก็เวียนวนกลับลงในหลุมในร่องเดิมๆ ทั้งๆ ที่สาบานว่าจะเลิกเสพยา แต่เธอก็เล่นกัญชาอีก โดยไม่ปริปากขอโทษสักคำ นอกจากนี้ เธอยังยืนยันว่า ยังไม่กำหนดเวลาที่จะมีลูก ซึ่งทำให้เลียมอกหัก เพราะเขาคิดว่าการแต่งงานกันนั้นมีเป้าหมายที่จะมีลูก”

เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เลียมถูกเสียบสะอึกอั้นด้วยฝีมือภรรยาสาววัย 26 อีกหน เมื่อนักร้องสาวเจ้าของเสียงเพลง “Pasty in the U.S.A.” ให้สัมภาษณ์เป็นนัยว่า สำหรับเธอแล้ว ผู้หญิงก็ได้ ผู้ชายก็โอเค

“ฉันมีสัมพันธ์รักกับเพศตรงข้าม แต่ฉันก็ยังรู้สึกถูกดึงดูดทางเพศกับพวกผู้หญิง ฉันไม่เข้ากับบทบาทเมียตามแบบฉบับเลยแหละ”

แน่นอนว่าใครๆ ก็คงไม่ช็อกกับคำให้สัมภาษณ์นี้เท่ากับเลียม “เขารู้สึกเหมือนถูกหักหลัง เขาเป็นคนที่เก็บงำเรื่องส่วนตัว และชิงชังมากที่เมียออกมาประกาศตัวแบบนี้ให้รู้กันทั้งโลก” แหล่งข่าวเจ้าเดิมเล่าแหลง

พระเอกวัย 29 จึงโยนผ้ายอมแพ้ และปฏิเสธคำขอของเธอที่จะพากันไปพบที่ปรึกษาปัญหาชีวิตคู่ แต่เก็บเสื้อผ้าบินตามคริสพี่ชาย กับเอลซ่าพี่สะใภ้กลับบ้านที่ออสเตรเลียแทน

เพียงวันเดียวก่อนหน้าที่ไมลีย์จะประกาศเลิกแล้วจ้าจากเลียมอย่างเป็นทางการ ก็มีรูปเธอไปจูจู๊บจูบปากสวีตวี่วีกับแคทลีน คาร์เตอร์ อดีตแฟนสาวของโบรดี้ เจนเนอร์ โดยเธอกับเธอได้ควงคู่บินสู่เมืองตากอากาศริมทะเลสาบโคโมในอิตาลี

แมงเมาธ์หลายตัวหึ่งฮือกันว่า ไม่น่าแปลกใจ เพราะทั้งคู่ควงกันมาหลายเดือนแล้ว ก่อนที่ไมลีย์จะเทสามี

เมื่อข่าวนี้ไปถึงเลียม เขาพูดเพียงว่า “ก็ขอให้เธอสุขภาพดีมีสุข” เท่านั้น

กลุ่มแมงเมาธ์ที่ชมชอบเรื่องร้ายๆ ตอกลิ่มวาจาว่า

“ไมลีย์ทำตัวแย่มาก นางทำให้เลียมโกรธ และตอนนี้เขากำลังเลียแผลอยู่ แต่นางต้องชดใช้กรรมนี้แน่เมื่อทั้งคู่ไปสู้กันในศาลคดีหย่าร้างซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 200 ล้านดอลลาร์”

บทความก่อนหน้านี้“สุดารัตน์” ร่วมพิธีสาธยายพระไตรปิฎกโลกครั้งที่2 ณ ลุมพินีสถาน ประเทศเนปาล พร้อมหารือปรับปรุงมายาเทวีวิหาร-โดยรอบ
บทความถัดไป“ประยุทธ์” ไอเดียบรรเจิด (อีกแล้ว) สั่งหามาตรการ ดึง “เงินประกันสังคม” มาปล่อยกู้