ขอแสดงความนับถือ

สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) 250 คนจากการ “จิ้ม” ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

จะครบวาระห้าปีตามที่รัฐธรรมนูญ 2560 กำหนด วันที่ 11 พฤษภาคม 2567 นี้

250 ส.ว.นี้ มีที่มา 3 ทาง คือ

1) ส.ว. โดยตำแหน่ง

ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

2)194 คน มาจากการสรรหาโดยคณะกรรมการสรรหาจำนวน 400 คน

แล้วให้ คสช. “เลือก” ให้เหลือ 194 คน และสำรองอีก 50 คน

3) คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดให้กลุ่มอาชีพเลือกกันเอง 200 คน

แล้วให้ คสช. “จิ้ม” ให้เหลือ 50 คน

ซึ่งทั้ง 3 ทางนั้นจะเห็นว่า สุดท้าย อยู่ที่การ “ตัดสิน” ของคณะรัฐประหาร คือ คสช.ทั้งสิ้น

ดังนั้น แม้ ส.ว.ทั้ง 250 คนจะอ้างว่าเป็นหนึ่งในตัวแทนประชาชน ตามรัฐธรรมนูญกำหนด

แต่กระนั้น 5 ปีที่ผ่านมา ผลงานของ ส.ว.นี้ก็ชัดเจนว่า ตอบสนอง คสช. มากกว่าประชาชน

คำว่า ตัวแทนประชาชน จึง “เบาหวิว” อย่างยิ่ง

 

อีก 2 เดือนเศษๆ เราจะมี ส.ว.ชุดใหม่ จำนวน 200 คน

มีที่มาจากผู้สมัครตามกลุ่มอาชีพคัดเลือกกันเอง

แม้ดูเหมือนจะดีกว่า เมื่อเทียบกับ ส.ว.ชุดที่แล้ว

แต่กระนั้น การออกแบบ ส.ว.ชุดนี้ ผ่านรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ และคำสั่งของ กกต. ซึ่งต่างมีต้นทางจาก คสช.อีกนั่นแหละ

จึงดูเหมือนว่าความหวังที่จะได้ ส.ว.ที่เป็นประชาธิปไตย น้อยอย่างยิ่ง

การได้ 200 ส.ว.ใหม่ ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ

จึงล้วนมากด้วยการ “ไม่เป็นประชาธิปไตย”

จนกระทั่ง ถึงแม้จะได้ ส.ว.ชุดใหม่ หากมีบางกลุ่มบางพวกไม่พอใจ ก็สามารถไปยื่นคำร้องขัดขวางได้อีก

โดยในระหว่างนั้น ก็ยังมีการออกแบบให้ ส.ว.ที่แต่งตั้งโดย คสช.

ยังคงอยู่ในอำนาจต่อไปได้จนกว่าการคัดเลือกจะแล้วเสร็จใช้ ส.ว.ชุดใหม่เข้าปฏิบัติหน้าที่ได้

ไม่ยอมไปง่ายๆ

อย่างไรก็ตาม ภายใต้ข้อจำกัด ภายใต้อุปสรรคขัดขวางมากมายดังกล่าว

เราได้เห็นความพยายามของคนจำนวนหนึ่ง ที่จะไม่ยอมให้ “ข้อจำกัด” ดังกล่าว มาทำให้ยอมแพ้

และประกาศเดินหน้า เข้าไปทำให้เวทีอัน “คับแคบ” นั้น เปิดกว้างสำหรับประชาชน และผู้รักประชาธิปไตย

โดยเดินเข้าไปเป็นหนึ่งในผู้สมัคร ส.ว.

เพื่อใช้สิทธิที่แม้ถูกลิดรอนมากเพียงใด แต่ก็พร้อมจะผนึกกำลังกันหักล้างอุปสรรคขัดขวางดังกล่าว

 

หนึ่งในผู้นั้นก็คือนักวิชาการที่ชื่อ “ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ” เจ้าของคอลัมน์ ตุลยวิภาคพจนกิจ

ที่มาให้คำอธิบายใน “มติชนสุดสัปดาห์” ฉบับนี้

“ทำไมถึงสมัครเป็นสมาชิกวุฒิสภา” ว่า

“การก่อเกิดสังคมใหม่หรือระบบใหม่

จำเป็นต้องอาศัยการหนุนช่วยแทรกแซงของพลังอำนาจที่เป็นคุณ

พลังอำนาจนี้ทำหน้าที่เหมือนกับหมอตำแยหรือผดุงครรภ์

ที่ทำหน้าที่ช่วยเหลือและผลักดันให้โดยเฉพาะในช่วงเวลาแห่งความเป็นความตาย

ที่พลังใหม่นี้ช่วยให้ชีวิตใหม่เกิดออกมาได้ตามเป้าหมาย

ผมได้ข้อคิดจากวรรคทองในหนังสือ ‘ทุน’ ของมาร์กซ์

ที่กล่าวว่า force is the midwife of every old society pregnant with a new one

การคัดเลือก ส.ว.ครั้งนี้เปรียบได้กับช่วงเวลาแห่งความเป็นความตายของระบอบประชาธิปไตยไทย

ถ้าประชามหาชนไม่ลุกขึ้นปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่ง

เราก็จะตายทั้งกลม

จมปลักอยู่กับซากเดนของระบอบอำนาจนิยมผูกขาดของอภิสิทธิ์ชนส่วนน้อยอีกต่อไป

อย่างไม่มีวันผุดวันเกิด…”

 

นี่คือเสียงแห่งการไม่จำนน

เราในฐานะประชาชน ได้ยิน ได้ฟัง ได้อ่านแล้ว

รู้สึกอย่างไร โปรดอย่านิ่งเฉย

จงมีส่วนในการเลือก ส.ว.ทางใดทางหนึ่ง เท่าที่จะทำได้ •