ขอแสดงความนับถือ

ขอแสดงความนับถือ

 

หลังจากสัปดาห์ที่แล้ว

เราได้มุมมองการเมือง สังคม จากนักรัฐศาสตร์ นักนิติศาสตร์แล้ว

มติชนสุดสัปดาห์ฉบับนี้

อยากเชิญชวนสัมผัสมุมมอง “นักการตลาด” และ “นักวิทยาศาสตร์” กันบ้าง

ว่าถึง “นักการตลาด” ก่อน

 

แน่นอน เมื่อว่าถึงการตลาดแล้ว

คงจะให้เคร่งขรึม

เป็นการเป็นงานจนเกินไปนักไม่ได้

จะต้องโฉบเฉี่ยว มีแง่มุม ที่เตะตา เตะใจ

โปรดปรบมือต้อนรับ

คอลัมน์ “ชาติ ศาสนา และแบรนดิ้ง” BY ประกิต กอบกิจวัฒนา

ที่จะมาพบผู้อ่านโดยสลับหมุนเวียนกับคอลัมน์ “The Gratitude Diary ขอบคุณที่ทำให้ชีวิตนี้มีความหมาย” ของ “ท้อฟฟี่ แบรดชอว์”

ข้อเขียนแรกที่ “ประกิต กอบกิจวัฒนา” มานำเสนอคือ

“แบรนด์ ‘ประยุทธ์’

ในสายตาครีเอทีฟ

ยังทำงาน ทำงาน ทำงาน มั้ย?”

ประกิต กอบกิจวัฒนา

เราคุ้นกับวลี “ทำงาน ทำงาน ทำงาน” แคมเปญอันโด่งดังของ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ที่ถูกกลั่นออกมาจากก้อนสมองครีเอทีฟของ “ประกิต กอบกิจวัฒนา” อยู่แล้ว

วันนี้เขาจึงไม่ได้มาพูดถึงแคมเปญนั้น

หากแต่พุ่งเป้าไปยังทำเนียบรัฐบาล

“…มีหลายคนมักจะถามกับผมเสมอๆ ในฐานะที่ทำงาน ทำงาน ทำงานครีเอทีฟมาอย่างยาวนานว่า ถ้าจะต้องออกแบบแคมเปญเลือกตั้ง หรือรีแบรนดิ้งประยุทธ์

ควรจะทำอย่างไร?

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีมาแล้ว 8 ปี

ถ้าเป็นสินค้า ‘แบรนด์ประยุทธ์’ ก็ต้องถือว่า ‘ขายยาก’

วัดจากอะไร ก็ถามความพึงพอใจจากคนเดินถนน ยืนรอรถเมล์ จนถึงวงสนทนาบนโต๊ะอาหารเศรษฐี ต่างบ่นเบื่อเมื่อเอ่ยชื่อนายกฯ ในโซเชียลมีเดียเอง คนจำนวนไม่น้อยพากันตั้งข้อสงสัยด้วยความหงุดหงิด “เมื่อไหร่จะลาออกซะที (วะ)’

ทำไมแบรนด์ ‘ประยุทธ์’ ถึงบอบช้ำขนาดนี้…”

เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว จะทำอย่างไรให้แบรนด์ประยุทธ์ ยังคงความนิยมต่อไป

หรือไม่มีทางรีแบรนด์อีกแล้ว

โปรดพลิกอ่านมุมมองที่ “ประกิต กอบกิจวัฒนา” มีต่อแบรนด์ ‘ประยุทธ์’ ที่หน้า 30 โดยพลัน

ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ

จากนักการตลาด ไปสู่นักวิทยาศาสตร์

“ด๊อกเตอร์บัญชา ธนบุญสมบัติ” แห่งคอลัมน์ Pioneering Minds ที่หน้า 55

โปรดอย่าเข้าใจผิดว่า ด๊อกเตอร์บัญชาจะข้ามพรมแดนจากวิทยาการไปสู่การเมือง

ด๊อกเตอร์บัญชายังมั่นคงอยู่กับเส้นทางสายวิทยาศาสตร์

ด้วยบทความที่ชื่อว่า

“สัตเยนทร นาถ โพส

ผมเป็นดาวหางที่ผ่านมาเพียงครั้งเดียว”

สัตเยนทร นาถ โพส คือใคร

เขาเป็นนักฟิสิกส์โนเนม ชาวอินเดีย

ตอนอายุราว 30 ปี เขาเขียนบทความวิจัยชื่อ Planck’s Law and the Hypothesis of Light Quanta (กฎของพลังค์และสมมุติฐานเกี่ยวกับควอนตัมของแสง)

โดยเชื่อมั่นว่าตนเองได้ค้นพบแนวคิดใหม่อันทรงคุณค่าขึ้นมาชิ้นหนึ่งส่งไปให้กับวารสารวิชาการชื่อดังตีพิมพ์เผยแพร่แต่ถูกปฏิเสธ

เขาจึงส่งจดหมายไปถึงไอน์สไตน์พิจารณา อย่างนอบน้อมถ่อมตน

ปรากฏว่าไอน์สไตน์ได้อ่านบทวิจัยดังกล่าวแล้วสนใจ

จึงเขียนจดหมายแนะนำบทความชิ้นนี้ต่อบรรณาธิการวารสารวิชาการชื่อดัง ดังกล่าว

จนได้ตีพิมพ์บทความในวารสารวิชาการชั้นนำนั้น

สัตเยนทร นาถ โพส กลายเป็นบุคคลมีมีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับจากนั้น

แต่กระนั้น เขาเคยเขียนถึงตนเองอย่างถ่อมตน ไม่ยึดมั่นถือมั่น พร้อมปล่อยวาง ว่า

“…ผมเขียนบทความจำนวนหนึ่ง ผมทำงานบางอย่างเกี่ยวกับสถิติ และจากนั้นก็ทำงานเกี่ยวกับทฤษฎีสัมพัทธภาพอีกครั้ง คล้ายๆ เป็นงานลูกผสม เรื่องนั้นเรื่องนี้ งานเหล่านี้ไม่ได้สลักสำคัญเท่าใดนัก… ผมก็เหมือนกับดาวหาง เป็นดาวหางที่ผ่านมาเพียงครั้งเดียวแล้วไม่เคยหวนคืนกลับมาอีกเลย”

 

การไม่ยึดติดของ “สัตเยนทร นาถ โพส” ดังกล่าว

แม้ด๊อกเตอร์บัญชามิได้มีเป้าหมายที่จะเชื่อมโยงไปสู่การเมืองแต่อย่างใด

กระนั้น หลายคนคงอดใจที่จะประหวัดไปถึงใครในปริมณฑลการเมืองไม่ได้

ใครที่คิดว่าตนเองเป็นดาวฤกษ์ ที่ต้อง “ทอแสง” อยู่ตลอดเวลา

ทั้งที่ในความเป็นจริง อับแสงลงตามลำดับ

แต่ก็พยายาม “ยื้อ” ที่จะดำรงแสงเอาไว้อยู่ตลอดเวลา

พวงทอง ภวัครพันธุ์

ยื้ออย่างไร

บทความพิเศษ ของ “พวงทอง ภวัครพันธุ์” แห่งคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เรื่อง “ณ ปี 2565 กอ.รมน.ขยายการจัดตั้งมวลชน เพื่ออะไร” (หน้า 17)

อาจจะช่วยให้คำตอบได้ชัดเจน

ชัดเจนอย่างน่ากลัว!?! •