ขอแสดงความนับถือ/ฉบับประจำวันที่ 13-19 พฤศจิกายน 2563

ขอแสดงความนับถือ

 

จะเร็วไปไหม

หากเราจะข้ามไปพูดเรื่อง “พ.ร.บ.ประชามติ”

ในขณะที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ

หนึ่งในเป้าหมายสำคัญ ในการเรียกร้องของคณะราษฎร

โดยเฉพาะฉบับของประชาชน

นอกจากจะไม่ได้รับการสนองตอบจากฝ่ายกุมอำนาจปัจจุบันแล้ว

ยังมีการเพิ่มสิ่งกีดขวางเข้าไปในทุกด้านเท่าที่มีได้

ล่าสุดก็คือการที่ ส.ว.ร่วมกับ ส.ส.พลังประชารัฐบางส่วน เข้าชื่อยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ให้ตีความว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

เป็นอุปสรรคกีดขวางใหญ่

ที่ไม่รู้ว่าผลจะออกมาหัวหรือก้อย

 

อย่างไรก็ตาม หากอ่านบทความพิเศษของสมชัย ศรีสุทธิยากร แห่งศูนย์วิจัยการเมืองและการพัฒนา มหาวิทยาลัยรังสิต อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง

ที่เข้าไปส่องร่าง พ.ร.บ.ประชามติฉบับใหม่

แล้วเอามาตีฆ้องร้องป่าวให้เราได้พิจารณา ในมติชนสุดสัปดาห์ฉบับนี้

จะเห็นว่า ไม่ได้เร็วไปเลย

ต้องไม่ลืมร่าง พ.ร.บ.ประชามติ ฉบับ “รัฐบาล”

กำลังรอเข้ารัฐสภา

และดูเหมือนจะเพิ่มอุปสรรคขัดขวางการก้าวเข้าสู่ประชาธิปไตยอันแท้จริง มากขึ้นไปอีก

จึงเตรียมใจไว้เลย

เรายังต้องเผชิญกับปัญหา “พ.ร.บ.ประชามติ” อีก

 

อาจารย์สมชัย ศรีสุทธิยากร ฟันธงเลยว่า พ.ร.บ.ประชามติฉบับนี้

ทั้งเก่าในวิธีคิด

ทั้งไม่เห็นหัวประชาชน

มีหลายตัวอย่างที่อาจารย์สมชัยยกมาเป็นตัวอย่าง

เช่น ความไม่เปิดกว้าง

และแฝงลูกเล่น ที่อาจทำให้ประชามติเสียเปล่า เสียเงินเสียทองไปฟรีๆ

รวมถึงมีอีกหลายประเด็นที่ชวนให้ห่วงใย

พลิกอ่านโดยพลัน ที่หน้า 19

 

สภาพของการเมืองไทย จึงเหมือนไปรษณียบัตรของไมตรี รัตนา

ที่แม้จะแต่งเสริมให้ดูดี

จนงูเงี้ยว กลายเป็นนาคี

แต่ที่สุด “สิ่งดั้งเดิม” มันก็ยังเป็นสัตว์ร้ายอยู่นั่นเอง

การเมืองไทยจึงไม่ไปไหน

วนเวียนอยู่ในอ่าง

เป็นอย่างที่สมบัติ ตั้งก่อเกียรติ และชูเกียรติ วรรณศูทร

ร่วมกันเขียนจดหมายระบายความรู้สึก ผ่านบทประพันธ์

“ซื้อเวลาพายเรือใหญ่ในอ่าง”

โปรดพิจารณา

 

ติดบ่วงกรรมจำเป็นเล่นเอาเถิด

ถูกเด็กเชิดเป็นหุ่นหัวหมุนกลับ

ต้องจำนนหนทางทั้งแคบคับ

ตั้งโต๊ะกับโคลนเลนเจรจา

 

ยกตนเป็นปราชญ์คุมเปรตเศษผีปอบ

รับแต่ชอบคอยสนองคล่องคอกว่า

ยิ่งงมโข่งโกงตัวมั่วนานา

แถไปมาเจอะบาทพระนะ! จังงัง

 

ซื้อเวลาาพายเรือใหญ่ในอ่างแก้ว

แค่คิดก็รู้แกวไร้แววหวัง

มันเป็นคำโกหกพกลงภวังค์

คนโง่ฟังคล้อยตามน่าหยามนัก

 

คือกั๊กยึดทฤษฎีที่ฉ้อฉล

เล่ห์เหลี่ยมกลสำทับวางกับดัก

ใช้ต่อเมื่อเหยื่อโลภกลบยึกยัก

ปลากินเบ็ดอึกอักปากซุกซน

 

ข้ออ่อนด้วยร้อยเนื้อร้องดังก้องฟ้า

ทรงคุณค่าหนึ่งทำนองพ้องเหตุผล

หลงคารมคมหอกหลอกด้วยมนต์

หนีไม่พ้นไดโนเสาร์เต่าล้านปี

 

สังคมจึงถึงกาลพิบัติ

สรรพสัตว์หมกมุ่นวุ่นศักดิ์ศรี

อิทธิพลบนว่าบารมี

อ้างสักขีขึ้นปกครองผ่องตระการ

 

ยุทธศึกษาสากลนำพลโลก

อุปโลกน์เครื่องมือแปลงสื่อสาร

ยืนองอาจปราดเปรื่องต่อเนื่องนาน

บางจำพวกดื้อด้านอยู่นั่นเอง

 

มากเง่าถ่วงปวงชนจนชาติกรอบ

สำรอกตอบอวิชาอวดข้าเก่ง

แท้ผู้นำต่ำเตี้ยเสียนักเลง

อลเวงปฏิกูลพูนอับอาย

 

ไม่มีใครฟังใครแล้วเพื่อนแก้วเอ๋ย

ต่างรู้ทันความคุ้นเลยเลยจุดหมาย

ยิ้มเหน็บมีดไว้ข้างหลังแยบคาย

พร้อมแทงลายแทงกันสนั่นเมือง

 

ขอบคุณ

ไมตรี รัตนา สมบัติ ตั้งก่อเกียรติ และชูเกียรติ วรรณศูทร

ที่ร่วมกันสะท้อนความรู้สึก

ซึ่งคงตรงใจกับหลายคน

บทความก่อนหน้านี้ดาวกับดวง เสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน 2563
บทความถัดไปก้าวไกล แฉรัฐบาล เริ่มหาทางหนีม็อบล้อมสภา เหตุร่างรธน.บางฉบับ ส่อถูกปัดตก