ขอแสดงความนับถือ/ฉบับประจำวันที่ 28 ส.ค.-3 ก.ย. 2563

ขอแสดงความนับถือ

 

เสียงนกหวีดที่ดังขึ้นอีกคำรบ ณ หน้ากระทรวงศึกษาธิการ ในปี 2563 จากลมเป่าของ “นักเรียน”

ย่อมเป็นเสียงที่แตกต่างจากเสียงนกหวีดเมื่อปี 2556-2557 อย่างแน่นอน

กระนั้น ในตะกร้าจดหมายของ “มติชนสุดสัปดาห์”

มีจดหมายและไปรษณียบัตรหลายฉบับ ซึ่งนิ่งสงบมานานหลายปี

ต่างฟื้นกลับมาขานรับเสียงนกหวีดในปี 2563

อย่างมีชีวิตชีวา

ขออนุญาตให้ไปรษณียบัตรของ “ขุนอิน ทราชิต” ที่ส่งมาเดือนพฤศจิกายน 2556

เป็นตัวแทนจดหมายและไปรษณียบัตรเหล่านั้น

 

อย่างไรก็ตาม ในท่ามกลางการ “ขานรับ”

เราก็คงไม่อาจปฏิเสธเสียงที่เห็นต่าง กับการเคลื่อนไหวของยุวชน-เยาวชน

ซึ่งก็มีอยู่ไม่น้อยเช่นกัน

ดังอีเมลที่ส่งมาจาก ดร.ตรัย เป๊กทอง

 

แน่ใจฤๅ เธอมีหลัก พ่อนักเรียน

เมื่ออ่านเขียน เธอเพียรพาก เธออยากรู้

หน้าเสาธง เธอยืนตรง แต่เช้าตรู่

หน้าคุณครู ตั้งจิตตรง ดำรงไป

 

ที่ไม่ใช่ วิชาการ งานบันเทิง

ไม่มัวเหลิง เริงหัด อัชฌาศัย

กางตำรา สีหน้าเปลี่ยน เวียนหัวไป

ที่ตั้งใจ เต็มที่ ไม่มีเลย

 

มาโรงเรียน เรียนรัก ก็หนักอก

ครูวิตก จิตหมอง เลยน้องเอ๋ย

เมื่อเรียนกน จนจบ ถึงกบเกย

ไม่ยากเลย เรียนได้ ดังใจจำ

 

แต่เพื่อนรัก รักเกินเพื่อน คือเงื่อนตาย

รักเกินวัย กลอกกลับกลาย ไถลถลำ

เรียนรักมาก มักขมขื่น มักคืนคำ

มีแต่กรรม กงเกวียน ที่เรียนเกิน

 

แน่ใจฤๅ เธอรู้งาน ปกครองราษฎร์

ประวัติศาสตร์ ตำรา อย่าห่างเหิน

ส่งการบ้าน สอบผ่านก่อน ละอ่อนหัดเดิน

จะจำเริญ จิตใจหนอ พ่อนักเรียน

 

นี่คือ “ประชาธิปตรัย” ของ ดร.ตรัย เป๊กทอง

แม้ชวน “ถกเถียง”

แต่โปรดอย่า “เท” ว่า เป็นศัตรูของเด็ก-เด็ก

เพราะอีกมุมมองหนึ่ง ก็สะท้อนความ “ห่วงใย”

ซึ่ง “มติชนสุดสัปดาห์” ยินดีเปิดพื้นที่ให้ได้แสดงความเห็นและแสดงจุดยืน

โดยหวังว่า ที่สุด “ประชาธิปตรัย” ของ ดร.ตรัย

จะเลื่อนไหลไปสู่ “ประชาธิปไตย” ที่เป็นความเห็นร่วมของทุกคน

 

กล่าวถึง “การเลื่อนไหล”

ชี้ชวน ดร.ตรัย เป๊กทอง และผู้อ่านมติชนสุดสัปดาห์ ทุกท่าน

อ่าน “ผู้คนเลื่อนไหลในรัฐที่หยุดนิ่ง” ของนิธิ เอียวศรีวงศ์

ใครคือผู้เลื่อนไหล

ใครคือผู้ที่หยุดนิ่ง

หาคำตอบได้ที่หน้า 30-31

ยกตัวอย่างให้อ่านสักเล็กน้อย

“…ในบรรดาผู้คนซึ่งเลื่อนไหลเหล่านี้

จะหาใครที่ถูกกดทับยิ่งไปกว่านักเรียนนักศึกษาเล่าครับ

ทั้งโรงเรียนไทย, มหาวิทยาลัยไทย, กระทรวงศึกษาฯ ไทย, หรือแม้แต่ครอบครัวไทย (ล้วน) เป็นโครงสร้างที่แข็งไม่น้อยไปกว่ากองทัพ, สมาคมอุตสาหกรรม, และหอการค้า หรือคณะสงฆ์

…โครงสร้างแข็งเหล่านี้กดทับนักเรียนนักศึกษาไว้จนแบนแต๋

…ขัดแย้งเป็นตรงกันข้ามกับโลกในชีวิตจริงของเขาที่เลื่อนไหลอย่างเชี่ยวกรากอยู่ตลอดเวลา

…สิ่งที่เกิดในสังคมไทยเวลานี้ จึงไม่ใช่เพียงความเปลี่ยนแปลงที่รุ่นพ่อกับรุ่นลูกย่อมต่างกัน

แต่เป็นความเปลี่ยนแปลงเชิงวัฒนธรรมที่ทั้งไพศาลและลึกลงไปในโลกทรรศน์ของผู้คน”

 

คําว่าไพศาลและลงลึก

ก็บอกอยู่แล้ว ว่าในสายตานิธิ เอียวศรีวงศ์ มองการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างไร

แน่นอน ไปไกลกว่า

“ส่งการบ้าน สอบผ่านก่อน ละอ่อนหัดเดิน” มากมายเพียงใด

โปรดติดตาม!

กว่า 12 ปี ของการจัดงาน Healthcare เครือมติชนร่วมกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน ได้ส่งต่อความรู้และให้บริการสุขภาพแก่คนไทยในทุกมิติ ทั้งการป้องกัน ดูแล และรักษา โดยเฉพาะการบริการตรวจสุขภาพฟรีจากสถานพยาบาลชั้นนำ เวิร์กชอป ให้คำปรึกษาปัญหาสุขภาพ รวมถึงการยกระดับเวทีเสวนาให้เป็น “Health Forum” เปิดเวทีให้แพทย์ และ Speaker ระดับประเทศ มาร่วมพูดคุยถึงแนวทางการป้องกัน การรักษา และนำเสนอนวัตกรรมทางการแพทย์ รวมถึงเรื่องราวสุขภาพในแบบเอ็กซ์คลูซีฟที่จะมาให้อัปเดตตลอด 4 วันของการจัดงาน เดินทางสะดวกโดยทางด่วนและ MRT ลงสถานีสามย่าน ทางออกที่ 2
ลงทะเบียนเข้างานฟรี มีต้นไม้แจกด้วยนะ (จำนวนจำกัด)

บทความก่อนหน้านี้สารถึงคนรุ่นใหม่ จาก “ย้ง ทรงยศ” “รุ่นพี่ของคนอกหัก”
บทความถัดไปหญิงหน่อย ลั่น! พท.ลุยตัดงบคดีเหมืองทองอัครา ไม่ยอมจ่ายค่าโง่ให้เผด็จการแม้แต่บาทเดียว