ซีพีเอฟ  วางฐานผลิตอาหารมั่นคง  ฟื้นฟูระบบนิเวศ ปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ

สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้่อไวรัสโคโรน่า 2019  หรือ โควิด19  ซึ่งทั่วโลกรอความหวังจากวัคซีนโควิด ปัญหาใหญ่ที่ต้องเร่งแก้ ควบคู่มากับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change)  ที่กระทบต่อวิถีความเป็นอยู่ของทุกชีวิตบนโลก และยังเป็นความท้าทายของภาคธุรกิจที่ต้องปรับตัวเพื่อรับมือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับแนวโน้มการดำเนินธุรกิจในอนาคต

ในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร  บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ดำเนินธุรกิจภายใต้วิสัยทัศน์ “ครัวของโลก” ที่ยั่งยืน มุ่งมั่นขับเคลื่อนภารกิจสร้างความมั่นคงทางอาหาร ผลิตอาหารที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และเพียงพอรองรับความต้องการของผู้บริโภคทั้งในภาวะปกติและวิกฤต   ขณะเดียวกัน ซีพีเอฟตระหนักดีถึงการมีส่วนร่วมดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม บรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จึงได้ประกาศแผนปฏิบัติการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอกาศ 6 กลยุทธ์มุ่งสู่องค์กรธุรกิจคาร์บอนต่ำ

“นายวุฒิชัย สิทธิปรีดานันท์ “รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซีพีเอฟ กล่าวว่า  6 กลยุทธ์ มุ่งสู่ “องค์กรธุรกิจคาร์บอนต่ำ” ประกอบด้วย 1. การเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการผลิต มีเป้าหมายลดปริมาณการใช้พลังงานต่อหน่วยการผลิต 15% เมื่อเทียบกับปีฐาน 2558 ภายในปี  2568   2. ส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก  ปัจจุบันสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนของบริษัทฯคิดเป็น 26% ของการใช้พลังงานทั้งหมด   3. พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น ผลิตภัณฑ์ MEAT ZERO  นวัตกรรมเนื้อจากพืช ทางเลือกสำหรับผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำ  นวัตกรรมอาหารสัตว์รักษ์สิ่งแวดล้อม  เป็นต้น     

4. วางแผนระบบโลจิสติกส์อย่างมีประสิทธิภาพ  5. ลดการสูญเสียอาหารและขยะอาหารในกระบวนการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯเป็นศูนย์ ภายในปี  2573   และ 6. การแก้ปัญหาโดยอาศัยธรรมชาติเป็นพื้นฐาน ด้วยการจัดหาวัตถุดิบอย่างรับผิดชอบ เช่น ใช้วัตถุดิบข้าวโพดจากแหล่งผลิตที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม จัดหาวัตถุดิบปลาป่นสำหรับการผลิตอาหารสัตว์น้ำทั้งในประเทศและต่างประเทศที่จะต้องมาจากแหล่งที่ถูกกฎหมาย และยึดมาตรฐานสากล สามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงที่มาของวัตถุดิบได้   รวมทั้งการปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพผ่านการดำเนินโครงการ อนุรักษ์ ปกป้อง  ฟื้นฟู พื้นที่ที่ป่าต้นน้ำและป่าชายเลน และเพิ่มพื้นที่สีเขียวในสถานประกอบการ  ซึ่งดำเนินการไปแล้วมากกว่า 10,000 ไร่

ภายใต้การดำเนินธุรกิจซึ่งซีพีเอฟมุ่งมั่นบรรเทาผลกระทบและดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม  บริษัทฯ ยึดเป้าหมายและดำเนินงานตามกลยุทธ์ความยั่งยืน บูรณาการเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals : SDGs) เข้ากับการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของบริษัท พร้อมทั้งนำหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาใช้  ทำให้ในปี 2563  สามารถบรรลุเป้าหมายการดำเนินงานเพื่อสนับสนุนแนวทางอนุรักษ์โลก อาทิ ดึงน้ำมาใช้ต่อหน่วยการผลิตลดลง 36% เทียบกับปีฐาน 2558   นำน้ำกลับมาใช้ใหม่หรือใช้ซ้ำคิดเป็น 42% ของการใช้น้ำทั้งหมด  ใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกที่มีคุณสมบัติสามารถใช้ซ้ำ หรือนำไปผลิตเป็นสินค้าใหม่ หรือย่อยสลายได้  99.9  %  รวมทั้งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า  580,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งเป็นผลจากการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนตลอดกระบวนการผลิต

ซีพีเอฟ เดินหน้าภารกิจ “ครัวของโลก” สร้างความมั่นคงทางอาหาร เพื่อดูแลผู้บริโภคทั่วโลก เข้าถึงอาหารที่มีคุณภาพ สะอาด ปลอดภัย พร้อมกับร่วมบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  ฟื้นฟูระบบนิเวศบนบกและทะเล และปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนในธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารครบวงจร

บทความก่อนหน้านี้E-DUANG : สถานการณ์ ปัจจุบัน เริ่มท้าทาย “นักคิด” กลุ่มพรรค นักการเมือง
บทความถัดไปวิบากซ้ำกรรมซัด ตอนภูมิรัฐศาสตร์แบบฮุนเซน/อัญเจียแขฺมร์ อภิญญา ตะวันออก