“โครงการอาหารกลางวันนักเรียน” เพื่อโภชนาการที่ดีในรร.-ขยายผลสู่ชุมชน  

โครงการอาหารกลางวันนักเรียน มีความสำคัญต่อการพัฒนาเด็กและเยาวชนทั้งทางร่างกายและสติปัญญา  กว่า 20 ปีมาแล้วที่ภาครัฐและภาคเอกชนร่วมมือกันเพื่อแก้ปัญหาทุพโภชนาการ  ทำให้จำนวนเด็กที่มีปัญหาดังกล่าวลดลง ด้วยการส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งอาหารที่เหมาะสมกับการเติบโตของเด็กในแต่ละช่วงวัย  นอกจากนี้  หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาดังกล่าว อาทิ  สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล  เป็นอีกภาคส่วนหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในเรื่องนี้      

รศ.ดร.ชลัท ศานติวรางคณา ผู้อำนวยการสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า เดิมประเทศไทยประสบปัญหาเรื่องเด็กขาดสารอาหารจำนวนมาก  พัฒนาการทางด้านเศรษฐกิจของประเทศที่ดีขึ้น และโครงการทางด้านโภชนาการต่างๆ ของภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการอาหารกลางวันโรงเรียน ทำให้เด็กได้รับสารอาหารที่เหมาะสมต่อร่างกาย   

อาหารกลางวันเป็นมื้อสำคัญต่อเด็กๆ   ปัจจุบันมีหลายโครงการช่วยเรื่องโภชนาการ  ไม่ว่าจะเป็นโครงการส่งเสริมสมวัยเด็กปฐมวัย โครงการนมโรงเรียน และโครงการอาหารกลางวันโรงเรียน เป็นต้น ซึ่งช่วยแก้ปัญหาการขาดโภชนาการจากเดิมเป็นอย่างมาก แม้จะมีโครงการมากมายที่มาสนับสนุน แต่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ เนื่องจากขนาดของโรงเรียนที่ต่างกัน  ปัญหาการเข้าถึงแหล่งอาหารที่มีประโยชน์ และบุคลากรที่มีความรู้และความเข้าใจเรื่องโภชนาการของเด็ก  จึงทำให้ปัญหานี้ยังไม่หมดไปจากเด็กไทย

การที่เอกชนเข้ามามีบทบาทช่วยต่อยอดโครงการอาหารกลางวัน ทำให้มีโครงสร้างและเครือข่ายที่เข้มแข็งมากขึ้น ทุกวันนี้โรงเรียนที่ห่างไกลจำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือ การที่มีภาคเอกชนเข้ามาสนับสนุนดำเนินโครงการต่างๆ ช่วยให้โรงเรียนเหล่านี้เข้าถึงแหล่งอาหารได้ง่ายขึ้น” ผู้อำนวยการสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าว

 นอกจากนี้ การที่เด็กนักเรียนได้เรียนรู้และนำประสบการณ์จากโรงเรียนกลับไปต่อยอดที่บ้าน รวมทั้งโรงเรียนมีการขยายผลไปสู่ชุมชนรอบข้าง ไม่เพียงแต่เป็นประโยชน์กับตัวเด็กเท่านั้น ยังครอบคลุมถึงคนในครอบครัว หากโรงเรียนและชุมชนร่วมกันทำกิจกรรม จะทำให้คนในชุมชนเข้าถึงอาหารคุณภาพ ปลอดภัย และมีโภชนาการครบถ้วนเช่นกัน  การมีส่วนร่วมของชุมชน  ผู้ปกครอง จะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมทางโภชนาการที่ดี

หนึ่งในภาคเอกชนที่ตระหนักถึงความสำคัญของการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงอาหารและโภชนาการที่ดีมาอย่างต่อเนื่อง  อย่างบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ  บริษัทผู้ผลิตอาหารอาหารชั้นนำระดับโลก  เดินหน้าดำเนินโครงการที่มีส่วนช่วยต่อยอดโครงการอาหารกลางวันนักเรียน เพื่อให้เด็กในพื้นห่างไกลและในถิ่นทุรกันดารมีโอกาสเข้าถึงแหล่งอาหารปลอดภัย ได้รับโภชนาการที่ดีและเหมาะสมตามวัย ไม่ว่าจะเป็น โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน  ที่ซีพีพเอฟร่วมมือของมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท  และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เริ่มดำเนินตั้งแต่ พ.ศ. 2532  จนถึงปัจจุบันมีโรงเรียนจากทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการฯ 823  โรงเรียน 

โครงการซีพีเอฟ อิ่ม สุข ปลูกอนาคต” เป็นโครงการที่ส่งเสริมเด็กและเยาวชนบริโภคอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วน สร้างความมั่นคงทางอาหารในโรงเรียน เพื่อให้เด็กๆ ในโรงเรียนทั้งในเขตเมืองและในพื้นที่ห่างไกลมีโอกาสเท่าเทียมในการเข้าถึงอาหาร เรียนรู้และส่งเสริมการเข้าถึงอาหารที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และเหมาะสมตามหลักโภชนาการไปยังเด็กนักเรียนในพื้นที่รอบโรงงานและฟาร์มรวมกว่า 80 โรงเรียน ซึ่งการดำเนินโครงการเหล่านี้สามารถพัฒนาสู่การเป็นแหล่งเรียนรู้ต้นแบบด้านอาหารและโภชนาการในโรงเรียนและชุมชน   

ภายใต้ความร่วมมืออย่างต่อเนื่องของภาครัฐและเอกชน  ทำให้แนวโน้มปัญหาทุพโภชนาการของเด็กและเยาวชนไทยมีสัญญาณที่ดีขึ้น   ซีพีเอฟ ภาคเอกชนที่ดำเนินธุรกิจควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคม เดินหน้ามีส่วนร่วมส่งเสริมเด็กและเยาวชนเข้าถึงอาหาร ซึ่งไม่เพียงส่งมอบโภชนาการที่ดีสู่เด็กและเยาวชน แต่ยังหมายถึงการสร้างความมั่นคงทางอาหารในโรงเรียนและชุมชน ที่เด็ก เยาวชน และชุมชนสามารถผลิต บริโภค และนำผลผลิตมาจำหน่ายเป็นรายได้ของโรงเรียนและของครัวเรือนได้อย่างยั่งยืนอีกด้วย

บทความก่อนหน้านี้พลังประชารัฐ ยืนยัน ไม่มีมติพรรคหนุนม็อบเสื้อเหลือง ตามที่ตกเป็นข่าว แจงสื่อสารคลาดเคลื่อน
บทความถัดไปดาวกับดวงประจำวันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม 2563 โดย พิมพ์พรร