“ข้าวตราไก่แจ้” ซับพอร์ตโควิดไม่โคม่าส่งต่อความห่วงใยร่วมต่อลมหายใจผู้คน

ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ระบาดตั้งแต่ต้นปีสร้างความเสียหายกับมนุษยชาติระดับที่ประเมินความเสียหายเป็นตัวเลขไม่ได้ เพราะการระบาดครั้งนี้ได้แพร่กระจายไปทั่วทุกมุมโลก แต่ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดี เพราะได้เห็นน้ำใจของมนุษย์ที่แบ่งบันกันหนึ่งในธุรกิจที่ไปรอดในช่วงโควิดก็คือ ธุรกิจข้าว ที่กลายเป็นสิ่งที่ทั่วโลกแสวงหาเพราะข้าวคืออาหารหลักคนทั่วโลกบริโภค

ข้าวตราไก่แจ้เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่สามารถพลิกวิกฤตเป็นโอกาสในช่วงโควิด-19 สามารถทำยอดขายได้ทะลุทะลวงภายใต้กลยุทธ์การบริหารงานของ “ธีรินทร์ ธัญญวัฒนกุล ” ผู้บริหารหนุ่มไฟแรงของบริษัทสุนทรธัญทรัพย์ จำกัด แบรนด์ข้าวตราไก่แจ้ เติบโตจากยอดส่งออกและยอดสั่งข้าวไปบริจาคที่ได้รับความไว้วางใจจากทั้งในและต่างประเทศหลังจากที่ได้ปูทางไว้เป็นอย่างดี

ไม่เพียงยอดขายที่สร้างสถิติใหม่ให้กับธุรกิจข้าวถุง “ตราไก่แจ้” ผู้บริหารข้าวตราไก่แจ้ ยังมีโครงการดีๆที่เกิดขึ้นเพื่อซับพอร์ตดูแลบุคลากรทางการแพทย์และบุคคลทั่วไปมาอย่างต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่โรงการ “ไก่แจ้ซับพอร์ต” ด้วยการนำข้าวสารส่งถึงครัวของบุคลากรทางการแพทย์ตามโรงพยาบาลเดือนละ 10 แห่งทั่วประเทศเป็นเวลาหลายเดือน มาจนถึงการมอบข้าวถุงเพื่อช่วยเหลือเพื่อนพี่น้องที่ตกงานและยากลำบาก ตามชุมชนในกรุงเทพมหานคร รวมไปถึงการดูแลผู้ประกอบการร้านอาหารด้วยการซับพอร์ตข้าวสารเพื่อลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการรอดพ้นโควิดกับโครงการ “โควิด ไม่โคม่า” และยังมีการไลฟ์สดแจกข้าวทางเพจเกือบทุกสัปดาห์ และมีการประมูลข้าวราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 0 บาท

จากโครงการข้างต้นที่กล่าวถึงการประมูลข้าว เงินทุกบาทที่ได้จากการประมูลข้าวตราไก่แจ้ ได้นำมามอบให้กับมูลนิธิรามาธิบดี โดยทางผู้บริหารข้าวตราไก่แจ้ ยังได้นำเงินมาสมทบทุนเพิ่มอีกเพื่อสนับสนุนโครงการจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ สร้างห้องไอซียูความดันลบ เพื่อสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ เป็นอีกหนึ่งโครงการดีที่ข้าวตราไก่แจ้ ห่วงใยใส่ใจและตอบแทนสังคม โดยไม่เลือกมอบเฉพาะลูกค้า แต่เลือกให้ทุกคนที่เดือดร้อนและต้องการความช่วยเหลือ

ผู้บริหารข้าวตราไก่แจ้
บทความก่อนหน้านี้มหาวิทยาลัยสยาม ร่วมกับ โรงเรียนวัดโคนอน“ยกระดับการศึกษาไทย” มุ่งพัฒนานักเรียนสู่ความเป็นเลิศทางด้านทักษะการอ่าน-เขียนภาษาไทย อย่างมีคุณภาพ
บทความถัดไปรำลึก 44 ปี 6 ตุลา 19 จัดใหญ่! ทั้งกิจกรรม-นิทรรศการ AR ให้คนรุ่นใหม่สัมผัสเหตุการณ์จริง