เยี่ยม รร.บ้านแสนสุข จ.สระแก้ว บริหารจัดการผลผลิต “ไข่ไก่” จากอาหารกลางวันนักเรียนสู่ชุมชน

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด19 ผลผลิตและรายได้จากโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียนสนับสนุนโดย ซีพีเอฟ และมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท ช่วยให้นักเรียนไทยและกัมพูชาได้อิ่มท้องทุกวันในช่วงปิดเทอม และโรงเรียนยังสามารถแบ่งปันให้คนยากไร้ และคนที่เดือดร้อนในชุมชนรอบๆโรงเรียนได้มีอาหารคุณภาพสูงทานอย่างเพียงพอ ผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกัน

เปิดเทอมใหม่หลังโควิด 19 น้องๆ โรงเรียนบ้านแสนสุข .สระแก้ว กลับมาเรียนและทำกิจกรรมตามวิถี New Normal โดยที่โรงเรียนยังระมัดระวังการเว้นระยะห่างในการทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อความปลอดภัย ขณะที่ เด็กๆ กระตือรือร้นกลับไปดูไก่ไข่ในโรงเรือนที่พวกเขาช่วยกันเลี้ยง และช่วยกันเก็บผลผลิตไข่ไก่เพื่อมาเป็นอาหารกลางวัน

โรงเรียนบ้านแสนสุข .คลองน้ำใส .อรัญประเทศ .สระแก้ว เป็นโรงเรียนอีกแห่งหนึ่งที่เข้าร่วมโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน และยังเป็นตัวอย่างที่ดีของการบริหารจัดการผลผลิตไข่ไก่จากโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหารจำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ และ มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท ให้เกิดประโยชน์ต่อนักเรียนและชุมชน 

บรรจรงค์ วรเศรษฐสุขศิริผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านแสนสุข พาทีมวิถียั่งยืน เดินชมโรงเรือนเลี้ยงไก่ไข่ของโรงเรียน พร้อมกับเล่าว่า ในช่วงที่เกิดสถานการณ์ระบาดของโควิด 19 โครงการเลี้ยงไก่ไข่ฯ ช่วยโรงเรียนและชุมชนได้มากที่สุด เนื่องจากผลผลิตไข่ไก่จากโครงการฯ ซึ่งเก็บผลผลิตได้วันละ 4 แผง จะถูกนำมาจัดสรรเพื่อจำหน่ายให้แก่ชุมชน3 แผง ในราคาย่อมเยาแผงละ 80 บาท ส่วนอีก 1 แผง เตรียมไว้สำหรับใส่ตู้ปันสุขของชุมชน โดยทุกๆ 5 วัน โรงเรียนจะนำไข่ไก่ใส่ถุง ถุงละ 5 ฟอง พร้อมข้าวสาร 1 กิโลกรัม จำนวน 30 ชุด ไปใส่ตู้ปันสุข ซึ่งในช่วงโควิดระบาด โรงเรียนสามารถนำผลผลิตไข่ไก่และข้าวสารไปใส่ตู้ปันสุขทั้งหมด 7 ครั้ง

นอกจากนี้ ช่วงโควิดซึ่งตรงกับช่วงปิดเทอม โรงเรียนไม่ต้องนำไข่ไก่มาทำอาหารกลางวันให้นักเรียน แต่นักเรียนก็ยังได้รับประทานไข่ไก่ เพราะโรงเรียนนำมาปรุงอาหารเพื่อแจกจ่ายให้แก่เด็กนักเรียนและชุมชนวันเว้นวัน โดยแจกจ่ายให้เด็กนักเรียนกัมพูชา 80 ห่อ และเด็กนักเรียนไทยซึ่งบางคนมาทานข้าวที่โรงเรียน บางคนก็มารับข้าวห่อกลับไปทานที่บ้าน นอกจากนี้ โรงเรียนยังเผื่อแผ่ความอิ่มท้องรวมไปถึงคนในชุมชนที่ยากไร้ หรือคนที่ตกงานจากโรงงานเลิกจ้าง ได้รับความเดือดร้อนก็สามารถมาทานอาหารที่โรงเรียนได้

โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันช่วยได้มากที่สุด เห็นได้ชัดเจนในช่วงโควิดเราได้นำเงินสำรองจากการจำหน่ายไข่ไก่มาใช้เป็นทุนซื้อวัตถุดิบมาปรุงอาหาร เช่น ข้าวสาร เพื่อใส่ในตู้ปันสุขของชุมชนช่วยเหลือคนที่เดือดร้อน และซื้อเนื้อหมูมาปรุงอาหาร เพื่อแจกจ่ายให้แก่เด็กนักเรียน และคนในชุมชนที่เดือดร้อนผอ.โรงเรียนบ้านแสนสุข กล่าว

โรงเรียนบ้านแสนสุขเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก เปิดการเรียนการสอนระดับชั้นอนุบาลถึงประถมศึกษาปีที่ 6 เด็กนักเรียน70% เป็นชาวกัมพูชา และ 30 % เป็นเด็กไทยเป็นโรงเรียนชายแดนที่อยู่ในถิ่นกันดารติดประเทศกัมพูชา ทำให้มีบุตรหลานของชาวกัมพูชาเข้ามาเรียนที่โรงเรียนเข้าร่วมโครงการเลี้ยงไก่ไข่ฯ ซึ่งเป็นโครงการที่มีเป้าหมายส่งเสริมเด็กและเยาวชนเข้าถึงอาหารและโภชนาการที่ดี รวมทั้งต่อยอดให้โรงเรียนและชุมชนเป็นแหล่งอาหารที่ยั่งยืน

บทความก่อนหน้านี้ศบค. ผ่อนปรน ‘เฟส 6’ รับต่างด้าว-ชาวต่างชาติ 4 กลุ่มเข้าไทย ที่ไหนพร้อมเริ่มได้เลย
บทความถัดไป‘ภราดร ปริศนานันทกุล’ นั่ง ปธ.กมธ.วิสามัญรับฟังความเห็นนศ. จ่อเดินสายทั่วประเทศ