E-DUANG : บทเรียน การยุบ ไทยรักไทย บทเรียน การยุบ อนาคตใหม่

เป้าหมายพื้นฐานในการยุบพรรคไทยรักไทยเมื่อเดือนพฤษภาคม 2550 คือ ต้องการกำจัดเครื่องมือทางการเมืองของ นายทักษิณ ชินวัตร

ผลสะเทือนอันอยู่ในความคาดหมายทางรูปธรรมคือการแตกฉานซ่านเซ็นของมุ้งแต่ละมุ้ง

นั่นก็คือมุ้ง นายเสนาะ เทียนทอง เป็นพรรคประชาราช มุ้ง นายสมศักดิ์ เทพสุทิน เป็นพรรคมัชฌิมาธิปไตย มุ้ง นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ เป็นพรรครวมใจเพื่อแผ่นดิน

แม้มุ้งของ นายเนวิน ชิดชอบ จะยังเหนียวแน่นอยู่กับพรรค พลังประชาชน แต่เมื่อมีการเดินหน้ายุบพรรคพลังประชาชนใน เดือนพฤศจิกายน 2551 ก็กลายเป็นพรรคภูมิใจไทย

ความน่าสนใจเป็นอย่างมากก็คือ แม้ยุบพรรคไทยรักไทยจะ ยังมีพรรคพลังประชาชน แม้ยุบพรรคพลังประชาชนจะยังมีพรรคเพื่อไทยโดดเด่นเป็นอันดับ 1 ในสนามเลือกตั้ง

และ ณ วันนี้แม้พรรคเพื่อไทยจะยังเป็นอันดับ 2 ตกเป็นรองให้กับพรรคก้าวไกล แต่ความสำคัญอย่างยิ่งอยู่ที่พันธมิตรทีแวด ล้อมพรรคเพื่อไทยก็ยังอบอุ่นและคับคั่ง

เป็นพันธมิตรอันอบอุ่นเหมือนยุคพรรคไทยรักไทย

 

ไม่ว่าจะมองไปยังภายในพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะมองไปยังภายในรัฐบาลอันมีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ ก็จะมองเห็นร่องรอยเดิมที่ ดำรงอยู่ตั้งแต่เมื่อ 20 กว่าปีก่อนเด่นชัด

เพราะ นายสรวงศ์ เทียนทอง ก็ดำรงอยู่ในตำแหน่งเลขาธิ การพรรคเพื่อไทย

แม้ นายเนวิน ชิดชอบ จะอยู่วงนอกแต่ก็มี พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ อยู่ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และยังมี นายทรงศักดิ์ ทองศรี อยู่กระทรวงมหาดไทย

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน อยู่ในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อาจไม่มีตำแหน่งอยู่ในคณะรัฐมนตรี แต่พรรคชาติพัฒนาก็ยังเป็นพรรคร่วมรัฐบาล และพร้อมเป็น ผู้ใหญ่ให้กับพรรคร่วมรัฐบาล

ภาพของรัฐบาลปัจจุบันจึงฉายภาพของรัฐบาลพรรคไทยรักไทย รัฐบาลพรรคพลังประชาชนแทบมิได้แปรเปลี่ยน

 

บทเรียนจากการยุบพรรคไทยรักไทย จากการยุบพรรคพลังประชาชน เป็นเช่นนี้ ถามว่าบทเรียนจากการยุบพรรคอนาคตใหม่เป็นอย่างไร

ไม่เพียงแต่ยังเห็นภาพของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พร้อมกับรอยยิ้ม ไม่เพียงแต่ยังเป็นภาพของ นส.พรรณิการ์ วานิช ยังทำกิจกรรมโปรโมทโซลบาร์ อย่างไม่เหน็ดเหนื่อย

หากภาพของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ก็ยังตีคู่มากับภาพของ นายชัยธวัช ตุลาธน ด้วยพลังหนุ่มฉกรรจ์แกร่ง

เมื่อเห็นพรรคเพื่อไทยคึกคัก ก็เห็นพรรคก้าวไกลคึกคัก