E-DUANG : เอกภาพ บน”ฐาน” ความขัดแย้ง รวมไทยสร้างชาติ พลังประชารัฐ

ต้องยอมรับว่าปฏิบัติการ”ล่อจับ”ในกรณีของ”พี่ศรี นักร้อง”เป็นปฏิบัติการที่แม้จะมิได้มีความซับซ้อนมากนัก

หากแต่ก็ฉายสะท้อนลักษณะ”ซ่อนเงื่อน”ภายในปฏิบัติการ

ผลพวงที่สร้างความตื่นตลึงเป็นอย่างมากย่อมเป็น”เครือข่าย”และความสัมพันธ์อันเด่นชัดอย่างยิ่งว่าเป็นการดำรงอยู่ในระดับ”ขบวนการ”

เป็น”ขบวนการ”ที่ประกอบด้วยฝ่ายข่าว ฝ่ายวางแผน ฝ่ายติดต่อเจรจา และฝ่ายปฏิบัติการครบถ้วน

ยึดโยงอยู่กับ”กลุ่มอำนาจ” และมี”เป้าหมาย”อันซับซ้อน

โดยพื้นฐานอย่างที่สุดก็คือ ใช้”นักร้อง”มาเป็นเครื่องมือในการเล่นงานพรรคและกลุ่มการเมืองที่ถือว่าเป็น”ปรปักษ์” อย่างต่อเนื่อง

มีการส่งลูก รับลูกอย่างเป็นระบบทั้งจากปัจจัย”ราชการ”และแม้กระทั่ง”องค์กรอิสระ”

ขณะเดียวกัน ก็อาศัยกลไกนี้แสวงหา”ผลประโยชน์”ด้วย

เมื่อปฏิบัติการ”ล่อจับ”ในกรณีอธิบดีแห่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ปะทุขึ้นจึงถูกมองว่ามาจากความขัดแย้งภายใน

หากไม่ขัดแย้ง”ภายใน”คงไม่มีการ”เล่นงาน”ระดับนี้

 

ที่น่าศึกษาก็คือ พื้นที่แห่งการประลองกำลังเป็นพื้นที่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อันรับรู้กันว่าเป็นพื้นที่ในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ

แต่สมาชิกภายใน”เครือข่าย”กลับเป็นคนที่มีความใกล้ชิดอยู่กับพรรครวมไทยสร้างชาติ

ถามว่าความละเอียดอ่อนอย่างยิ่งอยู่ตรงจุดใด

คำตอบก็คือ อยู่ในจุดที่แท้จริงแล้วรากฐานพรรครวมไทยสร้างชาติเคยยึดโยงอยู่กับการก่อตั้งและการดำรงอยู่ของพรรคพลังประชารัฐ

ตัวละครแต่ละตัววนเวียนหากมิใช่พรรคพลังประชารัฐก็ต้องเป็นพรรครวมไทยสร้างชาติ

บางคนก็เคยมีตำแหน่งตั้งแต่ยุคพรรคพลังประชารัฐด้วยซ้ำ

หรือว่าสถานการณ์”ล่อจับ”ครั้งนี้มาจากความขัดแย้งระหว่างพรรคพลังประชารัฐกับพรรครวมไทยสร้างชาติ

 

การเมืองไทยนับแต่เกิดสถานการณ์อึกทึกครึกโครมเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2566 ถือว่าเป็นการเมืองในอีกมิติหนึ่ง

มิติอันสะท้อนสภาวะเหลือเชื่อและไม่นึกว่าจะเป็นไปได้

เมื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคพลังประชารัฐ ขานชื่อคนของพรรคเพื่อไทยเป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อพรรคเพื่อไทยดำรงอยู่ในฐานะเป็นธงนำในการจัดตั้งรัฐบาล

เอกภาพของพรรครวมไทยสร้างชาติกับพรรคพลังประชารัฐจึงดำรงอยู่บนความขัดแย้งและต่อสู้กันเองโดยอัตโนมัติ