E-DUANG : รำลึก กราดยิง ที่”โคราช” กับ ปฏิรูป “เกณฑ์ทหาร”

วันครบ 4 ปีของสถานการณ์”กราดยิง”ที่นครราชสีมา เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 ผ่านไปอย่างเงียบเชียบ แม้จะมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 30 บาดเจ็บมากกว่า 50

กระนั้น บาดแผลของสถานการณ์”กราดยิง”ก็ยังฝังลึกอยู่ในความทรงจำของสังคม

เมื่อมีการกราดยิงที่พาราก็อนจึงก่อความสะเทือนใจ

เหตุที่สถานการณ์”กราดยิง”ที่นครราชสีมาดำรงอยู่อย่างฝังจำในสังคมไทย แม้ไม่อยากจะฟื้นขึ้นมาอย่างอึกทึกครึกโครมเกิด จากองค์ประกอบและปัจจัยหลายประการ

ประการแรกสุด คือ ความนึกไม่ถึงว่าความเลวร้ายอย่างนี้จะเกิดขึ้นในสังคมไทย

อาจเห็นเป็นปกติในสังคมอื่น แต่สังคมไทยไม่น่าจะเกิดขึ้น

ความรู้สึกในลักษณาการเดียวกันนี้ก็ผุดพร่างขึ้นเมื่อเกิดเหตุกราดยิงที่สยามพาราก็อนจากเด็กอายุ 14 ปี นั่นก็คือคำถามที่ว่าทำไมต้องเกิดขึ้นในสังคมไทย

ขณะเดียวกัน ความน่ากลัวเป็นอย่างมากก็คือ เป็นเหตุการณ์อันมาจากคนที่เป็น”ทหาร”คนใน”เครื่องแบบ”

ความน่ากลัวในลักษณะนี้ส่งผลสะเทือนอย่างลึกซึ้ง

 

เมื่อมีการเปิดเผยว่าสาเหตุหลักแห่งความไม่พอใจและนำไปสู่การ ตัดสินใจ”กราดยิง”ในศูนย์การค้าว่ามาจากการไม่ได้รับความเป็นธรรมจากระบบและจากผู้บังคับบัญชา

สายตาของสังคมที่มองไปยังสภาพการดำรงอยู่ของทหารและต่อกองทัพจึงเปลี่ยนไป

โดยเฉพาะอย่างยิ่งทหารระดับล่าง ทหารชั้นผู้น้อย

คำประกาศจากผู้บังคับบัญชาระดับสูงที่พยายามแปรวิกฤตให้เป็นโอกาสด้วยการเสนอความคิดในการ”ปฏิรูปกองทัพ”เข้ามา อาจทำให้เกิดความหวังเล็กๆ

ไม่ว่าจะจาก”ทหารชั้นผู้น้อย” ไม่ว่าจะจาก”สังคม”โดยรวม

แต่เมื่อเวลาผ่านไป 4 ปีโดยที่ไม่มีการลงมือปฏิบัติอย่างจริงจังและด้วยความรับผิดชอบ สายตาที่เคยคาดหวังกลับกลายเป็นความผิดหวัง

การปฏิรูปจาก”ภายใน”มีโอกาสเกิดขึ้นได้หรือไม่ เพียงใด

 

วาระการหวนกลับมาอีกครั้งของวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 จึงเป็นวาระอันจุดประกายคำถามต่อ”การปฏิรูปกองทัพ”

ดำรงอยู่ในบรรยากาศแห่งการขุดคุ้ยเรื่อง”การเกณฑ์ทหาร”

ดำรงอยู่ในบรรยากาศแห่งการไล่ล่าหา”ใบสด.43”อย่างคึกคักประสานกับความสงสัยที่ว่าหลักฐานอันเกี่ยวกับ”ใบสด.43” หลุดรอดจากภายในกองทัพได้อย่างไร

และแท้จริงแล้วการเปิดโปงในเรื่อง”สด.43”ครั้งใหม่เป็นไปเพื่อการปฏิรูปหรือรักษากระบวนการ”บังคับเกณฑ์ทหาร”มากกว่า