E-DUANG : รากฐาน ประชาธิปัตย์ เสื่อม มาจาก ท่าที ต่อ“รัฐประหาร”

วิกฤตอันเกิดขึ้นกับพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤษภาคม อันส่งผลสะเทือนมาถึงการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคใน เดือนธันวาคม มีรากฐานมาจากอะไร

นี่เป็นคำถามอันดังกึกก้องภายในพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าจะมาจาก นายจุลินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ หรือ นายชวน หลีกภัย

นี่เป็นข้อปรารภอันมาจากปาก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก่อน ประกาศไม่เข้าชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค และถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ในที่สุด

คำถามนี้อยู่ที่ว่าคนพิจารณาจะเป็นใคร เป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็น นายจุลินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ หรือว่าเป็น นายเฉลิม  ชัย ศรีอ่อน หรือว่าเป็น นายชวน หลีกภัย

จะเข้าใจเรื่องนี้จำเป็นต้องย้อนไปยังสถานการณ์ก่อนรัฐประ หารเมื่อเดือนกันยายน 2549 และสถานการณ์ก่อนรัฐประหารเมื่อ เดือนพฤษภาคม 2557

คำถามไม่ว่าจะต่อ นายชวน หลีกภัย ต่อ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน และต่อ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็คือ พรรคประชาธิปัตย์ ยืนอยู่อย่างไรและสำแดงบทบาทอย่างไร

นี่คือผลสะเทือนอันต่อเนื่องมาถึงเดือนธันวาคม 2566

 

อาจกล่าวได้ว่าสถานการณ์ก่อนรัฐประหารเดือนกันยายน 2549 พรรคประชาธิปัตย์อาจมิได้มีบทบาทมากนัก นอกเสียจากแสดงบทบาทในการ”บอยคอต”การเลือกตั้ง

ขณะเดียวกัน ก็เดินทางเข้าพบแกนนำพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย โอบหลังโอบไหล่กันอย่างเด่นชัด

ต่อเมื่อผ่านการได้เป็นรัฐบาลภายหลังการยุบพรรคพลังประ ชาชน นั้นหรอก ภาพการโอบหลังโอบไหล่ระหว่างพรรคประชาธิ ปัตย์กับนักการเมืองที่แปรมาเป็นพรรคภูมิใจไทยจึงปรากฏต่อสังคม

ขณะที่ภายหลังพรรคเพื่อไทยได้ชัยชนะในการเลือกตั้งเมื่อ เดือนกรกฎาคม 2554 เกิดรัฐบาลนส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นั้นหรอก

จึงเกิดการเคลื่อนไหวของประชาชนต่อต้านพรบ.นิรโทษกรรม

นั่นแหละบทบาทของพรรคประชาธิปัตย์จึงชัดเจนผ่านกปปส.และการชัตดาวน์กทม.

 

จากรัฐประหารเดือนพฤษภาคม 2557 พรรคประชาธิปัตย์ก็ถลำลึกเข้าสู่การร่วมมือกับคสช.กระทั่งตัดสินใจเข้าร่วมในการจัดตั้ง รัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐพร้อมใจกันขานชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ผลจากการขานชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐ มนตรีไม่เพียงแต่ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ได้รับเลือกเพียง 25 คน หากยังทำให้การเลือกหัวหน้าพรรคมากไปด้วยปัญหา

แม้จะได้ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เป็นหัวหน้าพรรคก็ตาม