E-DUANG : ความเงียบ ของคน “ชั้น 14” บทบาท ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

ทั้งๆที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นั่งอยู่ที่บ้านบนถนนบางนา-ตราด

ในพื้นที่ของสมุทรปราการ ขณะที่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เตร็ดเตร่อยู่ในแต่ละร้านกาแฟแห่งมหานครปารีส

แต่รู้สึกหรือไม่ว่า 2 คนนี้สามารถ”สื่อ”และส่ง”สาร”ถึงกันอยู่ตลอดเวลา และอย่างต่อเนื่อง

โดยเฉพาะในห้วงแห่งความแหลมคมของ”สถานการณ์”ด้านหนึ่ง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ยอมรับถึงความจำเป็นที่พรรคก้าวไกลจะต้องยึดโยงอย่างใกล้ชิดกับการเคลื่อนไหวแต่ละ ก้าวย่างของพรรคเพื่อไทย

ด้านหนึ่ง นายปิยบุตร แสงกนกกุล ก็ยอมรับว่าหากกฎกติกา ทางการเมืองยังเป็นอยู่เช่นนี้ยากเป็นอย่างยิ่งที่จะมีพรรคการเมืองใดได้รับเลือกเกินครึ่ง

จึงเท่ากับสร้างเงื่อนไขให้ ไม่ว่าจะเป็นพรรคเพื่อไทยจำเป็นต้องมองไปยังพรรคก้าวไกล ไม่ว่าจะเป็นพรรคก้าวไกลจำ เป็นต้องมองไปยังพรรคเพื่อไทย

เนื่องจากสภาพที่เป็นจริงในทางการเมืองคือ “สิ่งเก่าใกล้ตาย สิ่งใหม่จะเกิด แต่ยังเกิดไม่ได้”

การต่อสู้เพื่อช่วงชิง”พื้นที่”ทาง”ความคิด”จึงทรงความหมาย

 

ภาพที่เห็นอยู่เบื้องหน้า คือการต่อสู้เพื่อช่วงชิงและสร้างคะแนนและความนิยมในทางการเมืองระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกล

โดยพรรคเพื่อไทยมิอาจปฏิเสธบทบาทและความหมายของคน”บนชั้น 14”ของโรงพยาบาลตำรวจได้

ขณะเดียวกัน การจัดแบ่งหน้าที่ในการเคลื่อนไหวระหว่าง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จากบ้านย่านบางนา ตราด กับ นายปิย บุตร แสงกนกกุล ไม่ว่าเมื่ออยู่นนทบุรีหรือปารีสก็เด่นชัด

ยังการออกโรงแต่ละคราวในแบบของ นส.พรรณิการ์ วานิชเมื่อประสานเข้ากับการออกโรงของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และนส.ศิริกัญญา ตันสกุล ก็ยึดโยงกันอยู่

ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเรื่องในทาง”ความคิด”ล้วนเป็นเรื่องในทาง“การเมือง”เนื่องแต่การช่วงชิง”พื้นที่”

 

สายตาที่มองจากด้านของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย สายตาที่มองจากด้านของมวลมหาประชาชนกปปส. จึงมากด้วย ความหวาดระคนระแวง กังขา

กังขาต่อบทสรุปจาก นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ต่อโอกาสและความเป็นจริงในการก่อรูปขึ้นของพันธมิตรใน แนวร่วมทางการเมืองระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกลว่าจะมีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด

ท่ามกลางความเงียบและนิ่งของคนบน”ชั้น 14”แห่งโรงพยาบาลตำรวจ