E-DUANG : เส้นทาง สะท้อน อนาคตไกล เป้าหมาย แวดล้อม ก้าวไกล

จังหวะก้าวแห่งการไหวเคลื่อนของ”พรรคอนาคตไกล”สัมพันธ์กับ จังหวะก้าวแห่งการเคลื่อนไหวของผู้อ้างตนว่าเป็น”สมาชิก”พรรคก้าวไกลบริเวณหน้าสำนักงานใหญ่

สัมพันธ์กับกระบวนการขุดคุ้ยเพื่อด้อยค่า ดิสเครดิต แกนนำของพรรคก้าวไกลอย่างต่อเนื่อง ที่น่าศึกษาก็คือ ทำอย่างเปิดเผย มิได้ลับๆล่อๆ

ที่น่าศึกษาก็คือ เป็นความเปิดเผยผ่านท่วงทำนองเดียวกันกับ”ผู้กอง”บางคนที่เคยมีบทบาทร่วมกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และมวลมหาประชาชนกปปส.

เพียงแต่บทบาทของ”ผู้กอง”เป็นบทบาทในยุคพรรคอนาคตใหม่และเป้าหมายอยู่ที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายปิยบุตร แสงกนกกุล นส.พรรณิการ์ วานิช

ขณะที่ปัจจุบันเป้าหมายอยู่ที่พรรคก้าวไกล อยู่ที่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อยู่ที่ นายชัยธวัช ตุลาธน อยู่ที่ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร

หากดูจากภาพที่ปรากฏตัวหน้าพรรคก้าวไกล หากดูจากการไหวเคลื่อนของพรรคอนาคตไกล

ก็ต้องยอมรับว่าเป็นการเปิดหน้าชก เปิดหน้าชน

 

พลันที่มีการไหวเคลื่อนล่าสุดจากพรรคอนาคตไกลก็มีคำถามตามมาโดยอัตโนมัติว่า ทำไมต้องลอกเลียนแบบอย่างชนิดแทบไม่สร้างสรรค์อะไรขึ้นมาเลย

นั่นก็คือชื่อพรรคอนาคตไกลก็มาจากพรรคอนาคตใหม่ เพียง แต่นำเอาคำว่าไกลมาจากพรรคก้าวไกลเท่านั้น

ยิ่งเห็นทุกคนมาในโฉมแจ็กเก็ตสี”ส้ม”อร่ามตายิ่งชัดเจน

ที่น่าสงสัยก็คือ ต้องการอาศัยชื่อเสียงและความได้เปรียบจากพรรคอนาคตใหม่และพรรคก้าวไกลมาเป็นฐานเพื่อสร้างความนิยมจริงละหรือ

ในเมื่อแต่ละคนที่ยืนเข้าแถวอยู่แทบไม่มีร่องรอยแห่งความ เป็นพรรคอนาคตใหม่ และห่างไกลอย่างยิ่งจากความเป็นพรรค ก้าวไกลที่เห็นผ่าน นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์

แท้จริงแล้วต้องการเป็นฐาน หรือต้องการทำลายฐาน

 

มีความจำเป็นต้องย้อนกลับไปศึกษาบทเรียนจากกรณีของ”ผู้กอง”ในอดีต มีความจำเป็นต้องนำเอาการเข้าแถวหน้ากระดาน เรียงหนึ่งที่ไปประท้วงหน้าพรรคก้าวไกล

ถามว่าทำไมต้องสวมหมวก ทำไมต้องคาดหน้ากาก

ทั้งๆที่ในยุคแห่ง”ผู้กอง”ก่อปฏิบัติการอย่างเปิดเผยแม้กระทั่ง แสดงความต้องการจะสมัครเป็นสมาชิกและพยายามจะตีฝ่าหน่วยรปภ.ขึ้นลิฟต์สู่กองบัญชาการใหญ่

ปฏิบัติการทั้งหมดอันเกิดขึ้นในสถานการณ์ปัจจุบันเป้าหมายมิได้หนุนเสริมหากต้องการบดขยี้และทำลาย